นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 1718
ความเห็น: 1

การมีส่วนร่วม การสื่อสาร และธรรมาภิบาลในองค์กร [C]

ระบบเกณฑ์คุณภาพการศึกษาเพื่อการดำเนินการที่เป็นเลิศ (EdPEx)

ตามที่ได้มีการประกาศพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ฉบับ ปี พ.ศ. 2559 ในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2559 และจะมีผลบังคับใช้หลังจากวันประกาศ 30 วัน ทำให้ในวันที่ 21 กรกฎาคม 2559 มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ปรับเปลี่ยนระบบการบริหารเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ

แต่ยังมีหน่วยงานราชการหลาย ๆ หน่วยงานยังเข้าใจผิดว่าไม่ใช่หน่วยงานของรัฐ

เรามาทราบความหมายกัน  จากวิกิพีเดีย

 

สถาบันอุดมศึกษาในกำกับของรัฐ (National university) หรือที่เรียกว่า "มหาวิทยาลัยนอกระบบ" คือ สถาบันอุดมศึกษาของรัฐ ที่มีการบริหารการจัดการอิสระแยกจากระบบราชการ (autonomous university) แต่ยังได้รับเงินอุดหนุนทั่วไป (block grant) ที่รัฐจัดสรรให้เป็นรายปีโดยตรง เพื่อใช้จ่ายตามความจำเป็นในการดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของมหาวิทยาลัย และเพื่อประกันคุณภาพการศึกษา

 

นอกเหนือจากนั้นมหาวิทยาลัยได้นำระบบเกณฑ์คุณภาพการศึกษาเพื่อการดำเนินการที่เป็นเลิศ (EdPEx)  มาใช้ในองค์กรอีกด้วย ส่งผลให้หน่วยงานจะต้องดำเนินการตามนโยบาย

มีผู้กล่าวไว้ว่า เมื่อมหาวิทยาลัยเป็นหน่วยงานในกำกับของรัฐ สิ่งที่ต้องระวังและยึดถือให้มั่นคง คือ หลักธรรมาภิบาล  และสิ่งที่สำคัญที่
จำเป็นอย่างยิ่ง คือการสื่อสาร และการมีส่วนร่วม

ความหมายของธรรมาภิบาล

ธรรมาภิบาล หมายถึง การบริหารกิจการบ้านเมืองและสังคมที่ดี เป็นแนวทางสำคัญในการจัดระเบียบให้สังคมรัฐ ภาคธุรกิจเอกชน และภาคประชาชน

ซึ่งครอบคลุมถึงฝ่ายวิชาการ ฝ่ายปฏิบัติการ ฝ่ายราชการและฝ่ายธุรกิจสามารถอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข มีความรู้รักสามัคคีและร่วมกันเป็นพลังก่อให้เกิดการพัฒนาอย่งยั่งยึน และเป็นส่วนเสริมความเข้มแข็งหรือสร้างภูมิคุ้มกันแก่ประเทศ

หลักการพื้นฐานของการสร้างธรรมาภิบาล

ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการสร้างระบบบริหารกิจการบ้านเมืองและสังคมที่ดี พ.ศ. 2542 ระบุว่าธรรมาภิบาลมีองค์ประกอบ 6 ประกอบ คือ

1.หลักนิติธรรม ได้แก่ การตรากฏหมาย กฎ ข้อบังคับต่าง ๆ ให้ทันสมัยและเป็นธรรม เป็นที่ยอมรับของสังคม ไม่เลือกปฏิบัติ และสังคมยินยอมพร้อมใจปฏิบัติตามกฎหมายและกฎข้อบังคับเหล่านั้น โดยถือว่าเป็นการปกครองภายใต้กฎหมายมิใช่ตามอำเภอใจ หรือตามอำนาจของตัวบุคคล

2.หลักความโปร่งใส ได้แก่ การสร้างความไว้วางใจซึ่งกัน โดยมีการให้และการรับข้อมูลที่สะดวกเป็นจริง ทันการณ์ ตรงไปตรงมา มีที่มาที่ไปที่ชัดเจนและเท่าเทียมมีกระบวนการตรวจสอบความถูกต้องชัดเจนได้

3. หลักการมีส่วนร่วม ได้แก่ การเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมรับรู้ และร่วมคิด ร่วมเสนอความเห็นในการตัดสินใจปัญหาสำคัญของประเทศ ในด้านต่าง ๆ เช่น การแจ้งความเห็น การไต่สวนสาธารณะ การประชาพิจารณ์ การแสดงประชามติ นอกจากนี้ยังรวมไปถึงการร่วมตรวจสอบ และร่วมรับผิดชอบต่อผลของการกระทำนั้น

4. หลักความรับผิดชอบตรวจสอบได้ ได้แก่ ความรับผิดชอบที่ตรวจสอบได้เป็นการสร้างกลไกให้มีผู้รับผิดชอบ ตระหนักในหน้าที่ ความสำนึกในความรับผิดชอบต่อสังคม การใส่ใจปัญหาสาธารณะของบ้านเมือง และกระตือรือร้นในการแก้ปัญหาตลอดจนการเคาระในความคิดเห็นที่แตกต่างและความกล้าที่จะยอมรับผลจากการกระทำของตน

5.หลักความคุ้มค่า ได้แก่ การบริหารจัดการและการใช้ทรัพยากรที่มีจำกัดให้เกิดประโยชน์คุ้มค่า เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ส่วนรวม

6. หลักคุณธรรม ได้แก่ การยึดมั่นในความถูกต้องดีงาม สำนึกในหน้าที่ของตนเอง มีความซื่อสัตย์สุจริต จริงใจ ขยัน อดทน มีระเบียบวินัย และเคารพในสิทธิของผู้อื่น

ข้อมูลจาก การสร้างธรรมาภิบาล

province.doe.go.th/chumphon/tam_ma_pi_ban.html

 

 

แต่จะเป็นหลักการใดก็ตาม ก็จะเห็นว่าหลักการทั้งหลายล้วนมีจุดมุ่งหมายที่จะรักษา “ความสมดุล”  ในมิติต่างๆไว้ เช่น หลักคุณธรรมก็คือการรักษาสมดุลระหว่างตนเองกับผู้อื่น คือไม่เบียดเบียน ผู้อื่นหรือตัวเองจนเดือดร้อน ซึ่งการที่มีความโปร่งใส เปิดโอกาสให้ผู้ที่เกี่ยวข้องมีส่วนร่วม ตรวจสอบ ก็เพื่อมุ่งให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้เห็นถึงความสมดุลดังกล่าวว่าอยู่ในวิสัยที่
ยอมรับได้ ส่วนหลักความรับผิดชอบก็ต้องสมดุลกับเสรีภาพที่เป็นสิ่งที่สาคัญของทุกคน และหลักความคุ้มค่า ก็ต้องสมดุลกับหลักอื่นๆ เช่น  บางครั้งองค์การอาจมุ่งความคุ้มค่าจนละเลยเรื่องความเป็นธรรมหรือโปร่งใส หรือบางครั้งที่หน่วยงาน  โปร่งใสมากจนคู่แข่งขันล่วงรู้ความลับที่สาคัญในการประกอบกิจการ ความสมดุล หรือ ธรรม จึงเป็น
ส่วนประกอบที่สาคัญของ
ธรรมาภิบาล

ข้อมูลจาก Good Governance: Neo Management
ธรรมาภิบาล:บริหารแนวการบริหารยุคใหม่  
โดย อรรจน์ สีหะอำไพ ผู้อำนวยกำรศูนย์กำรศึกษำต่อเนื่อง
ฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยรังสิต
ที่ปรึกษาด้านพัฒนาองค์กร

ในส่วนของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์  ได้กำหนดให้ผู้บริหารบริหารงานด้วยหลักธรรมาภิบาล โดยคำนึงถึงประโยชน์ ของสถาบันและผู้มีส่วนได้เสีย

หลักธรรมาภิบาลของการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (กพร.) ประกอบ ด้วย  10 หลัก

 

หลักประสิทธิผล  (Effectiveness) หมายถึง ในการปฏิบัติราชการต้องมีวิสัยทัศน์เชิงยุทธศาสตร์ เพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย  ปฏิบัติหน้าที่ตามพันธกิจให้บรรลุวัตถุประสงค์ขององค์การ มีการวางเป้าหมายการปฏิบัติงานที่ชัดเจนและอยู่ในระดับที่ตอบสนองต่อความคาด หวังของประชาชน   สร้างกระบวนการปฏิบัติงานอย่างเป็นระบบและมีมาตรฐาน  มีการจัดการความเสี่ยงและมุ่งเน้นผลการปฏิบัติงานเป็นเลิศ รวมถึงมีการติดตามประเมินผลและพัฒนาปรับปรุงการปฏิบัติงานให้ดีขึ้นอย่างต่อ เนื่อง

หลักประสิทธิภาพ  (Efficiency) หมาย ถึง ในการปฏิบัติราชการต้องใช้ทรัพยากรอย่างประหยัด เกิดผลิตภาพที่คุ้มค่าต่อการลงทุนและบังเกิดประโยชน์สูงสุดต่อส่วนรวม   ทั้งนี้ ต้องมีการลดขั้นตอนและระยะเวลาในการปฏิบัติงานเพื่ออำนวยความสะดวก และลดภาระค่าใช้จ่าย ตลอดจนยกเลิกภารกิจที่ล้าสมัยและไม่มีความจำเป็น

หลักการตอบสนอง  (Responsiveness) หมาย ถึง ในการปฏิบัติราชการต้องสามารถให้บริการได้อย่างมีคุณภาพ สามารถดำเนินการแล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนด สร้างความเชื่อมั่นไว้วาง ใจ  รวมถึงตอบสนองตามความคาดหวัง/ความต้องการของประชาชนผู้รับบริการ และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่มีความหลากหลายและมีความแตกต่างกันได้อย่างเหมาะ สม

หลักการตรวจสอบได้/มีภาระรับผิดชอบ (Accountability) หมายถึง ในการปฏิบัติราชการต้องสามารถตอบคำถามและชี้แจงได้เมื่อมีข้อสงสัย   รวมทั้งต้องมีการจัดวางระบบการรายงานความก้าวหน้าและผลสัมฤทธิ์ตามเป้า หมาย ที่กำหนดไว้ต่อสาธารณะเพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบและการให้คุณให้โทษ   ตลอดจนมีการจัดเตรียมระบบการแก้ไขหรือบรรเทาปัญหาและผลกระทบใด ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้น

หลักเปิดเผย/ความโปร่งใส  (Transparency) หมายถึง ในการปฏิบัติราชการต้องปฏิบัติงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ตรงไปตรงมา รวมทั้งต้องมีการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นและเชื่อถือได้ให้ประชาชนได้ รับทราบอย่างสม่ำเสมอ  ตลอดจนวางระบบให้การเข้าถึงข้อมูลข่าวสารดังกล่าวเป็นไปโดยง่าย

หลักการมีส่วนร่วม (Participation) หมายถึง ในการปฏิบัติราชการต้องรับฟังความคิดเห็นของประชาชน  รวมทั้งเปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการรับรู้ เรียนรู้ ทำความเข้าใจ ร่วมแสดงทัศนะ ร่วมเสนอปัญหา/ประเด็นที่สำคัญที่เกี่ยวข้องร่วมคิดแก้ไขปัญหา  ร่วมในกระบวนการตัดสินใจและการดำเนินงานและร่วมตรวจสอบผลการปฏิบัติงาน 

หลักการกระจายอำนาจ  (Decentralization) หมาย ถึง ในการปฏิบัติราชการควรมีการมอบอำนาจและกระจายความรับผิดชอบในการตัดสินใจและ การดำเนินการให้แก่ผู้ปฏิบัติงานในระดับต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสม  รวมทั้งมีการโอนถ่ายบทบาทและภารกิจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือภาค ส่วนอื่น ๆ ในสังคม

 ● หลักนิติธรรม  (Rule of Law) หมายถึง ในการปฏิบัติราชการต้องใช้อำนาจของกฎหมาย กฎระเบียบ ข้อบังคับในการปฏิบัติงานอย่างเคร่งครัด ด้วยความเป็นธรรม  ไม่เลือกปฏิบัติ และคำนึงถึงสิทธิเสรีภาพของประชาชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียฝ่ายต่าง ๆ

หลักความเสมอภาค  (Equity) หมาย ถึง ในการปฏิบัติราชการต้องให้บริการอย่างเท่าเทียมกัน ไม่มีการแบ่งแยกด้านชายหญิง  ถิ่นกำเนิด เชื้อชาติ ภาษา เพศ อายุ  สภาพทางกายหรือสุขภาพ สถานะของบุคคล ฐานะทางเศรษฐกิจและสังคม ความเชื่อทางศาสนา การศึกษาอบรม และอื่น ๆ  อีกทั้งยังต้องคำนึงถึงโอกาสความเท่าเทียมกันของการเข้าถึงบริการสาธารณะของ กลุ่มบุคคลผู้ด้อยโอกาสในสังคมด้วย

หลักมุ่งเน้นแสวงหาฉันทามติ (Consensus Oriented) ต้องมีความพยายามในการแสวงหาฉันทามติหรือข้อตกลงร่วมกันระหว่างกลุ่มผู้มี ส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกลุ่มที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจะต้องไม่มีข้อคัดค้านที่หาข้อยุติไม่ ได้ในประเด็นที่สำคัญ

 

เมื่อวันที่ 14-15 มีนาคม 2559  ได้ไปอบรม EdPEx หมวด 1 การนำองค์กร   ได้มีตัวอย่างของบางคณะที่พบว่ากาารสื่อสารที่คิดว่าไม่เป็นไร กลับเป็นปัญหาใหญ่ที่จะต้องทำความเข้าใจกับคนในองค์กรเพื่อจะเดินไปในทิศทางเดียวกัน

เมื่อลองมาทบทวนในหัวข้อการนำองค์การ ในคู่มือเกณฑ์คุณภาพการศึกษาเพื่อการดำเนินการที่เป็นเลิศ (EdPEx) ฉบับปี 2558-2561 แล้วพบว่าในหัวข้อการสื่อสารกำหนดให้จะต้องมีการดำเนินการที่จะสื่อสารและสร้างความผูกพันกับบุคลากรทั่วทั้งสถาบัน ผู้เรียนและลูกค้าหลักกลุ่มอื่น

โดยได้กำหนดให้ผู้นำดำเนินการ

  • ส่งเสริมให้มีการสื่อสารอย่างตรงไปตรงมา และเป็นไปในลักษณะสองทิศทาง รวมทั้งการใช้สื่อสังคมออนไลน์อย่างมีประสิทธิผล
  • สื่อสารให้ทราบถึงผลการตัดสินใจที่สำคัญ และความจำเป็นที่สถาบันต้องมีการเปลี่ยนแปลง
  • ส่งเสริมให้มีผลการดำเนินการที่ดียิ่งขึ้นโดยมุ่งเน้นผู้เรียน กลุ่มลูกค้าอื่น และการเรียนรู้ของผู้เรียน โดยมีบทบาทโดยตรงเพื่อจูงใจบุคลากร รวมทั้งผู้มีส่วนร่วมในการให้รางวัล และยกย่องชมเชย

 

เมื่อคณะทรัพยากรธรรมชาติก้าวสู่เกณฑ์คุณภาพการศึกษาเพื่อการดำเนินการที่เป็นเลิศ (EdPEx)  จึงเป็นสิ่งที่สำคัญยิ่งที่จะต้องร่วมมือร่วมใจกันในการดำเนินงานทุก ๆ อย่างที่ทำให้มีการดำเนินการที่เป็นเลิศ สู่วิสัยทัศน์ ที่กำหนดไว้  ทั้งนี้สิ่งสำคัญที่ทำให้เกิดความร่วมมือร่วมใจคือ การสื่อสาร  การมีส่วนร่วม การสานประโยชน์ร่วมกัน การที่คนในองค์กรเห็นประโยชน์ส่วนรวม การแก้ไขปัญหาร่วมกัน (มิใช่แก้ปัญหาที่สร้างปัญหาใหม่)สำคัญยิ่ง  การสร้างความเป็นหนึ่งเดียวของบุคลากรในองค์กรที่จะต้องเอื้อเฟื้อ แบ่งปันกันในฐานะเพื่อนร่วมองค์กร การขจัดความเห็นแก่ตัวลงบ้าง แม้ว่าบุคลากรในองค์กร มีทั้งสายวิชาการ สายสนับสนุน  แต่เมื่ออยู่ในองค์กรด้วยกันแล้วจักต้องเดินไปด้วยกันเพื่อความมั่นคงขององค์กร  

 

เพื่อการมีส่วนร่วมของบุคลากรทั้งหมดในองค์กร การสื่อสารจึงเป็นสิ่งสำคัญมากที่สุดในการสร้างความเข้าใจในองค์กร หากเข้าใจร่วมกันก็สามารถสานประโยชน์กันได้ เพื่อความเป็นหนึ่งขององค์กร


ภาพนี้สื่อเชิงเปรียบเทียบบุคลากรในองค์กรมีหลายประเภท แต่เมื่อรวมเป็นหนึ่งแล้วต้องประสานประโยชน์ร่วมกันเพื่อองค์กร

ขอบคุณภาพจาก internet


 

หมวดหมู่บันทึก: ประกันคุณภาพ ตัวชี้วัด ประเมินผล
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 12 มกราคม 2560 13:03 แก้ไข: 15 มีนาคม 2560 15:11 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 Monly และ Ico24 เปตอง.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

การสื่อสาร และการมีส่วนร่วม มีความสำคัญยิ่ง

คุณต้องทำการเข้าระบบก่อนแสดงความเห็น