นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

ความเคลื่อนไหวล่าสุด
  • ไม่มี
เครือข่าย
สมาชิก · ติดตาม: 0 · ผู้ติดตาม: 0

อ่าน: 20717
ความเห็น: 21

ไอเดียใหม่ ทำสวนผักลอยน้ำจากผักตบชวา

ผักตบชวาไม่ไร้ค่าอีกต่อไป แปลงปลูกผักลอยน้ำที่ลุ่มน้ำปากพนัง
วันนี้มีเรื่องเล่าจากการทำงานในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังมาเล่าให้ฟังค่ะ หลายคนอาจสงสัยว่าลุ่มน้ำปากพนังเกี่ยวข้องอะไรกับการจัดการทรัพยากรชายฝั่ง จริงๆ แล้ว ขอบเขตของชายฝั่งกว้างกว่าที่มองเห็นด้วยสายตา ไม่ใช่จบแค่ชายหาด น้ำเค็ม(หรือน้ำทะเล) รุกตัวไปถึงไหน หน้าที่ของนักจัดการชายฝั่งก็ต้องตามไปถึงที่นั่นค่ะ และในทางกลับกันระบบนิเวศไหนที่จะส่งผลกระทบต่อพื้นที่ชายฝั่ง เราในฐานะนักจัดการชายฝั่งก็ขอเข้าไปร่วมเอี่ยวด้วยค่ะ เดี๋ยวจะแปลกใจขึ้นไปอีกเมื่อรู้ว่าการจัดการชายฝั่งไปเกี่ยวข้องอะไรกับผักตบชวาก็เพราะพื้นที่ชายฝั่งของลุ่มน้ำปากพนังมีความใกล้ชิดกับระบบชลประทาน แล้วในคลองชลประทานก็มีผักตบชวาเยอะมากค่ะ กรมชลประทานเสียงบประมาณปีละหลายล้านเพื่อจัดเก็บผักตบชวาขึ้นมาไว้บนฝั่ง พบว่าในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง ในลำคลอง 19 สาขา มีปริมาณผักตบชวาถึง 76,540 ตัน ในช่วงแรกๆ นักวิจัยของสถาบันทรัพยากรชายฝั่งเห็นโอกาสของวัตถุดิบนี้ จึงขับเคลื่อนกลุ่มคนผู้ด้อยโอกาสให้มีอาชีพจากการทำปุ๋ยหมักจากผักตบชวา โดยได้รับงบประมาณสนับสนุนจาก กปร. ตอนนี้ปุ๋ยจากผักตบชวามีการขายในชุมชน กระสอบละ 50 บาท ซึ่งเป็นราคาต่ำกว่าต้นทุน ไม่ได้หวังผลกำไร โดยประโยชน์ที่แตกต่างจากปุ๋ยอินทรีย์ทั่วไป คือมีไนโตรเจนสูงกว่าปกติ (เพราะผักตบชวามีธาตุอาหารในตัวของมันอยู่แล้ว)

ปัญหาอยู่ที่ว่าผักตบชวามีเส้นใยที่เหนียวมาก ต้องสับก่อนที่จะทำการย่อยสลาย และใช้เวลานานในการหมักกองปุ๋ย จึงได้เกิดความคิดในการทำ แปลงผักลอยน้ำ ขึ้นมา โดยใช้ผักตบชวาที่อัดแน่นจนเป็นแปลงสำหรับปลูกผัก  วิธีการทำแปลงผักเริ่มจากนำไม้ไผ่มากั้นเป็นบล็อค แล้วรวบรวมผักตบชวาและทำการอัดแน่นเข้าด้วยกันในขณะที่ผักตบชวายังลอยอยู่ในน้ำ อัดให้ได้ขนาดกว้าง 2 เมตร ยาว 8 เมตร  เมื่อได้ความหนาประมาณ 20-30 เซนติเมตร ให้คนขึ้นไปใช้เท้าเหยียบและเดินไปมาเพื่ออัดให้แพผักตบแน่นและคงทนต่อการใช้ง่าน ทำแบบนี้เป็นชั้นๆ ทุกระยะ 20 เซนติเมตร จนได้ความหนาประมาณ 1 เมตร เมื่อหนาได้ที่แล้วจะใช้มีดสับผิวด้านบนให้ใบผักตบละเอียดและสะดวกต่อการเพาะปลูกพืช ในการทำแปลงผัก 1 แปลง ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง ใช้ผักตบชวาคิดเป็นน้ำหนักประมาณ 2,000 กิโลกรรม (ไม่รวมน้ำหนักของน้ำ)

ข้อดีของแปลงผักลอยน้ำ คือ ไม่ต้องลงทุนสูง ไม่เปลืองแรงคนเพราะไม่ต้องรดน้ำ ไม่ต้องใส่ปุ๋ย เนื่องจากปุ๋ยมีอยู่แล้วตามธรรมชาติ และไม่ต้องฉีดยาฆ่าแมลงและข้อดียิ่งไปกว่านั้นคือ ผักตบชวาที่ใช้ทำแปลง เมื่อหมดรอบการใช้ปลูกผัก (3-4 รอบตามชนิดของผัก) แล้ว สามารถนำมาหมักทำปุ๋ยอินทรีย์ต่อไปได้อีก (ทุ่นระยะเวลาการย่อยสลาย) โดยนำมาผสมกับมูลสัตว์ท้องถิ่นที่มีอยู่ เติมหัวเชื้อจุลินทรีย์ และกากน้ำตาล ใช้เวลาหมัก 2 สัปดาห์ ก็สามารถใช้ได้แล้ว  ประโยชน์ที่ได้รับจากการดำเนินการดังกล่าว สามารถช่วยลดปริมาณผักตบชวาตามแม่น้ำลำคลอง เป็นแปลงเพาะปลูกสำหรับเกษตรกรที่ไม่มีพื้นที่เพาะปลูกหรืออาศัยอยู่ในพื้นที่น้ำท่วมขังเป็นระยะเวลานาน รวมทั้งเหมาะสมสำหรับเกษตรกรที่ไม่ค่อยมีเวลาดูแลแปลงเพาะปลูก ใครชอบไอเดียนี้ก็นำไปใช้ในพื้นที่อื่นๆ ได้นะคะ แล้วช่วยบอกกล่าวเล่าสู่กันฟังด้วยนะคะ กิจกรรมนี้เป็นหนึ่งในโครงการตอบสนองพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง ของสถาบันทรัพยากรชายฝั่ง ดำเนินงานโดยศูนย์บริการการมีส่วนร่วมชุมชนท้องถิ่นลุ่มน้ำปากพนัง ซึ่งเป็นสถานีย่อยในพื้นที่ของสถาบันค่ะ ข้อมูลเพิ่มเติมผักที่ใช้ปลูกได้ผลค่อนข้างดี ได้แก่ แตงกวา ผักกาด ผักคะน้า และผักบุ้งจีน ระยะเวลาในการเพาะปลูกจนสามารถเก็บเกี่ยวประมาณ 25-40 วัน ตามชนิดของผักผักบุ้งจีน ใช้เวลาปลูก 25-30 วัน ได้ผลผลิต 40-50 กก.ต่อแปลง จำหน่ายได้ 800-1,000 บาทต่อแปลงแตกกวา ใช้เวลาปลูก 30 วัน ได้ผลผลิต 50 กก.ต่อแปลง จำหน่ายได้ 1,000 บาทต่อแปลง การปลูกสามารถทำได้ทันทีหลังจากทำกองเสร็จ ไม่มีการใช้สารเคมีต่างๆ เลย ทำให้เป็นผักที่ปลอดภัยจากสารพิษอย่างสิ้นเชิง อีกทั้งยังไม่พบการระบาดของโรคแมลงต่างๆ ด้วย ต้นทุนในการดำเนินการทำแปลงผัก ค่าแรงคนงาน 100 บาทต่อคนต่อวัน คนงาน 6 คนสามารถทำแปลงได้ 2 แปลง ค่าพันธุ์ผักที่ใช้ปลูก 30 บาทต่อแปลง ค่าปุ๋ยและอุปกรณ์การเพาะชำกล้าแปลงละ 50 บาท รวมต้นทุนทั้งสิ้น 380 บาทต่อแปลง แปลงผักสามารถใช้ได้ 3-4 รอบ หรือประมาณ 6 เดือน   

สร้าง: 01 พฤศจิกายน 2550 10:51 แก้ไข: 06 พฤศจิกายน 2550 16:09 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

Ico48
wannaporn [IP: 58.10.170.235]
05 พฤศจิกายน 2550 09:59
#1010

เป็นสาระความรู้ที่น่าสนใจมาก หากมีโอกาสอาจจะไปขอคำแนะนำ และข้อชี้แนะ เพื่อนำแนวทางนี้มาปรับใช้กับพื้นที่อื่นๆ ที่อาจจะมีปัญหาที่คล้ายๆ กัน นะคะ

ขอบคุณมากค่ะ และยินดีจะให้ข้อมูลค่ะ ตอนนี้ที่ปากพนังเราปลูกแตงกวาลอยน้ำกันแล้วนะคะ อยากเอารูปโชว์ให้ดู  แต่ยังใช้ระบบ blog ไม่เป็นเลยค่ะ เอาเป็นว่า ถ้ามีเวลาจะขอศึกษาให้มากกว่านี้นะคะ

  • เป็นความรู้ใหม่ที่น่าสนใจมากค่ะ
  • เดิมคนเขาบอกว่าผักตบชวาเป็นวัชชพืชน้ำ คราวนี้เรานำมาใช้ประโยชน์เสียเลย
  • อยากดูภาพจังเลยค่ะ
  • ขอบคุณ ความรู้ใหม่ค่ะ การปลูกผักบนผักตบชะวาเป็นไอเดียดีมาก ชอบตรงที่ไม่ต้องรดน้ำ
  • ประเดี๋ยวว่าง ๆ ในสวนมีร่องน้ำกว้างสามารถพายเรือเล่นได้ ลองปลูกแตงกวา ผักบุ้งน่าจะดีนะอัมพร+อี๊ดได้ผลแล้วค่อยเอามาให้เพื่อนรับทาน
Ico48
AsiO [IP: 75.37.18.111]
06 พฤศจิกายน 2550 13:38
#1110

This is a very interesting idea and a great improvization by the researchers and planners at CORIN. Apparently, the author of this article has been involved with this improvization as well.

Please share with the readers whether there are any economic plans for this application, e.g., for the villagers to prepare the floating blocks and sell to the other parts of Thailand, or any plan to grow some key crops on these blocks.

This seems to benefit people in the fresh water areas of the Pak Phanang River Basin. Do you know of any potential application for the people in the salt water areas?

ขอบคุณมากค่ะคุณอัมพร ที่ติดตามอ่านและให้กำลังใจตั้งแต่งานเขียนชิ้นแรก จนถึงปัจจุบัน...จำได้ว่าพี่เป็นคนแรกเลยค่ะที่ตอบมาให้กำลังใจ ตอนแรกคิดว่าจะไม่มีใครอ่าน เพราะเนื้อเรื่องขาดความบันเทิง

 แล้วก็ตามคำเรียกร้องนะคะ วันนี้พยายามศึกษาวิธีการนำรูปลง แต่ขาดประสบการณ์หน่ะค่ะ รูปที่ลงเลยใหญ่มาก ทนดูไปหน่อยก็แล้วกันนะค่ะ (ข้อดีคือเห็นชัดมากเลยค่ะ)

คุณสารภีคะ จากแปลงที่ทดลองปลูก ผักบุ้งจีนและแตงกวา จะมีความกรอบมากกว่าที่ปลูกกับดินค่ะ อันนี้ไม่กล้ารับรองนะคะ ยังต้องการงานวิจัยค่ะ แต่จากการกินมาแล้ว แตงกวากรอบและเปลือกเหนียวกว่าปกติค่ะ ครั้งหน้าอาจเอารูปแตงกวาที่เก็บจากแปลงมาให้ยลโฉมกัน (ขอเวลาหาก่อนนะคะ...แบบว่างานยุ่งค่ะ)

สำหรับคุณ AsiO เอ่อ หนักใจมากเลยค่ะ แลกเปลี่ยนประสบการณ์มาเป็นภาษาอังกฤษ แต่เข้าใจว่าคงอ่านภาษาไทยได้ (ถึงแสดงความคิดเห็นได้) ขอตอบเป็นภาษาไทยนะคะ เพื่อว่าผู้อ่านคนอื่นจะได้เข้าใจร่วมกัน (จริงๆ แล้วเป็นข้อแก้ตัวของคนที่อ่อนแอในภาษาหน่ะค่ะ) ข้อแรกคือ (คิดว่า) จุดคุ้มทุนในการผลิตแปลงผักในเชิงเศรษฐกิจไม่คุ้มค่ะ เนื่องจากการนำผักตบชวาขึ้นมาจากลำน้ำต้องใช้รถเฉพาะค่ะ (รูปร่างคล้ายรถแทรคเตอร์ตีนตะขาบแต่ลอยน้ำได้) ของกรมชลประทาน (ราคาสูงมากค่ะ) อีกอย่างผักตบชวามีน้ำหนักของน้ำในเส้นใยสูงมาก ไม่คุ้มค่าขนส่งอีกนั้นแหละค่ะ ทางเดียวที่จะคุ้มทุนก็คืออัดเป็นแปลงผักในที่ที่มันอยู่นั่นแหละค่ะดีแล้ว เมื่อมันย่อยสลายก็ง่ายในการนำขึ้นมาเพื่อทำปุ๋ยหมักอินทรีย์ต่อไปค่ะ

 ส่วนจะนำไปส่งเสริมในพื้นที่น้ำเค็ม อย่างที่คุณ AsiO บอกนั่นแหละค่ะว่าผักตบชวาเป็นพืชน้ำจืด ไม่สามารถนำไปใช้ได้ในพื้นที่น้ำเค็ม สำหรับพืชน้ำเค็มหรือน้ำกร่อยคงจะต้องหาผักที่ลอยน้ำได้ และมีปริมาณมากพอที่จะอัดเป็นแปลงผักได้ค่ะ ซึ่งในตอนนี้สำหรับประเทศไทย ยังไม่เห็นช่องทางนี้เลยค่ะ แต่ไม่แน่นะคะ อาจจะมีท่านอื่น ในพื้นที่อื่นมีประสบการณ์นวัตกรรมใหม่แบบนี้ค่ะ

 ขอนิดนึงก่อนจบค่ะ เป็นเกร็ดภาษาอังกฤษเล็กๆ น้อยๆ ...ผักตบชวา ภาษาอังกฤษเรียกว่าWater Hyacinth (อ่านว่า วอเธอร์ ไฮยะซินธ์) ค่ะ

ถึงเล็กค่ะ

พี่ว่า CORIN ยึดเวทีนี้ pr ผลงานได้เต็มๆ เลยค่ะ  มีหลายงานที่คน ม.อ. ยังไม่รับรู้ และยังไม่ให้ความสนใจ  (พี่ขอ share เทคนิคในบันทึกนี้แหละ  พี่ตั้งชื่อ blog ด้วยชื่อหน่วยงาน คือ สำนักวิจัยและพัฒนา (RDO) หมดเลย เพราะจริงๆ พี่ต้องการ pr สำนักฯ  RDO ไปในตัว  หลายคนก็ยังไม่รู้ และยังจำในนาม R&D อยู่เลย) ...

เมื่อ ม.อ. วิชาการ 50 ที่ผ่านมา พี่ก็คิดๆ อยู่ว่าจะมีคนสนใจสักกี่ % กับงานวิชาการที่ไม่มีความบันเทิงอย่างเล็กว่า    พี่เก็บข้อมูลเรื่องการทำปุ๋ยกับการทำแปลงผักตบฯ ไว้แล้ว แต่ยังไม่สามารถทำอะไรต่อได้มากนัก มีแต่บอกต่อ เนื่องจากที่ผ่านมา งานฐานข้อมูลเข้ามาตลอด ประชุมวันเว้นวันเลย  ช่วงนี้ก็เหลือการทบทวน    ... ตอนนี้ สำนักวิจัยฯ (RDO) ได้เจ้าหน้าที่ pr มาแล้ว (เมื่อวันที่ 1 พ.ย. 50 ที่ผ่านมานี่แหละ) จะบอกให้น้อง pr ติดต่อขอข้อมูลเพื่อแนะนำในหน้าเว็บ RDO  หัวข้อ งานวิจัยที่ใช้ประโยชน์ และลงจดหมายข่าววิจัยต่อไป ค่ะ

วันก่อนมีคนสอบถามว่าเห็นข่าวลง นสพ. พี่จำไม่ได้ว่าฉบับไหน  แต่ก็บอกเขาไปว่าเป็นผลงาน CORIN อยู่อาคารบริหารวิชาการรวม ชั้น 5  ตึกเดียวกับ RDO (ชั้น 3) นี่แหละ    แล้วหลังจากนั้นก็มีพระจากอโศกท่านสนใจสอบถามเรื่องการทำปุ๋ยมาด้วย ...พี่รบกวนให้ข้อมูลน้อง pr จาก RDO ด้วยนะคะ

ขอบคุณเล็กมากๆ ค่ะ

อ้อ! มีคนฝากถามว่าเมื่อไร CORIN จะมาทำงานชายฝั่งบ้านเรา (สงขลา) บ้างค่ะ  :)

  

สวัสดีค่ะพี่ศิ P 

  • เล็กก็อยากตั้งชื่อ blog เป็นชื่อหน่วยงานด้วยนะคะ แต่มิบังอาจมากพอ เกรงว่าข้อมูลจะมีความคลาดเคลื่อนแล้วก็ใส่ข้อคิดเห็นหรือความคิดที่เป็นส่วนตัวมากเกินไป จึงทำได้แค่ตั้งเป็นชื่ออื่นๆ แล้วใส่ key word เป็นชื่อหน่วยงานค่ะ แต่สามารถเข้าไปดูข้อมูลและรายละเอียดของหน่วยงานได้ที่ www.corin.psu.ac.th นะคะ ถึงแม้เราจะไม่มีเจ้าหน้าที่เฉพาะทางทำเว็บไซต์ แต่ก็พยายามที่จะให้ข้อมูลค่ะว่า CORIN ทำอะไรบ้าง
  • สำหรับหนังสือพิมพ์ที่ลงข่าวมี 2 ฉบับค่ะ คือ (1) ผักตบชวา "มีดี-มีค่า" แปลงผักลอยน้ำ-ปุ๋ยอินทรีย์ ในหนังสือพิมพ์มติชน ฉบับวันที่ 13 ตุลาคม 2550 ปีที่ 30 ฉบับที่ 108 คอลัมน์ ทางเลือกทางรอด (2) แปลงผักลอยน้ำ ที่ลุ่มน้ำปากพนัง ในหนังสือพิมพ์มติชน ฉบับวันที่ 1 ตุลาคม 2550 ปีที่ 20 ฉบับที่ 416 คอลัมน์เทคโนโลยีการเกษตร ผู้ใดสนใจเข้าไปอ่านในข่าวเด่นในหน้าจอเว็บไซต์ของ CORIN ได้ค่ะ
  • ข้อมูล/รายละเอียดเพิ่มเติม/ติดต่อดูงาน โทรมาประสานงานที่สำนักงานได้ค่ะ ..สำนักงานเลขา 074-282321 หรือสายตรงที่ห้องของเล็ก 2323 ค่ะ
  • สำหรับคำถามที่ว่าเมื่อไหร่ CORIN จะมาทำงานชายฝั่งบ้านเรา (สงขลา) บ้าง....อันนี้ต้องบอกก่อนว่า CORIN เป็นหน่วยงานที่หารายได้เลี้ยงตัวเอง ให้บริการวิชาการแก่ผู้สนับสนุนด้านงบประมาณ โดยใช้ความชำนาญการและประสบการณ์เฉพาะด้านที่เรามี ซึ่งเราอาจจะระบุพื้นที่เองไม่ได้ (แต่อาจจะเสนอพื้นที่ที่น่าสนใจได้)...กลับมาประเด็นของทะเลสาบสงขลา CORIN ยังคงติดตามและทำงานในพื้นที่นี้อย่างห่างๆ (ไม่ได้ทิ้งซะทีเดียว) เช่น เราทำงานบริการวิชาการเรื่อง การมีส่วนร่วมของท้องถิ่นในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมศิลปกรรมในพื้นที่ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา:การพัฒนาเครือข่ายในการจัดการสิ่งแวดล้อมธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมศิลปกรรมในท้องถิ่น (ปี 2547) เป็นคณะอนุกรรมการกำกับ ติดตามและประเมินผล สำนักงานปลัดสำนักนายกเทศมนตรี ของคณะกรรมการพัฒนาลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา (ปี 47-48) บริการวิชาการการจัดทำแปนรวมการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำ ทะเลสาบสงขลา (ปี 2549) และ การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา:การมีส่วนร่วมของประชาชน (ปี 2545) เป็นต้นค่ะ ตัวรายงานสามารถดาวน์โหลดได้จากเว็บไซต์ของสถาบัน (งานเผยแพร่) ค่ะ...แต่อาจจะดูเหมือนว่า CORIN ไม่ได้ทำงานในพื้นที่บ้านเราสักเท่าไหร่ เนื่องจากเราได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก สำนักงานประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (กปร.) ให้ทำโครงการในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง เป็นจำนวนเงินค่อนข้างมาก บุคลากรจึงต้องไปลงแรงที่นั่นมากค่ะ ถึงขนาดมีสำนักงานย่อยในพื้นที่เลยนะคะ (กรมชลประทานอนุเคราะห์อาคารให้ค่ะ) พี่ศิและอาจารย์จากคณะสิ่งแวดล้อม/คณะวิทยาศาสตร์/คณะอุตสาหกรรมเกษตรและหน่วยงานอื่นๆ ในมอ.ก็เคยไปเยี่ยมชมมาบ้างแล้ว ไหนๆ ก็เขียนมาซะยาวแล้ว ขอประชาสัมพันธ์ต่ออีกนิดเลยนะคะว่า CORIN ยังทำงานชายฝั่งในประเทศเวียดนามและกัมพูชา โดยมีบุคลากรจ้างโดยCORIN ที่เป็นคนของประเทศนั้นๆ ทำงานโดยใช้พื้นที่ในสำนักงานของกรมต่างๆ ค่ะ พูดได้มั้ยคะว่าเป็นนวัตกรรมใหม่ของการทำงาน เพราะบุคลากรจริงๆ ของ CORIN มีน้อย และเราไม่สามารถไปนั่งทำงานเต็มเวลาในประเทศเวียดนามและกัมพูชาได้ค่ะ
  • ขอบคุณสำหรับการติดตามอ่านนะคะ บอกก่อนนิดนึงว่าตอนนี้กำลังเขียน blog เรื่อง งานวิจัยการทำแป้งฝุ่นโรยตัวจากแป้งสาคู ช่วยไปติดตามอ่านด้วยนะคะ จะพยายามเขียนให้อ่านสนุกๆ ค่ะ
  • สวัสดีตอนเช้าจ๊ะน้องP
  • ภาพเห็นชัดมาก ขอบคุณนะที่นำภาพมาให้ดูตามรายการพี่ขอมา ไม่แน่ใจว่าทำให้น้องต้องลำบากหรือเปล่า? คนอื่นได้ความรู้ด้วยค่ะ พี่สารภี(พี่แจ๋ว) นำไปประยุกต์ใช้ได้นะ
  • พี่ว่าเราควรให้กำลังใจกัน เป็นการสร้างสรรดีกว่ามาทะเลาะด่ากันด่ากันมา (เหมือนที่เขาด่ากันออกทีวี) ไม่อยากให้เยาวชนรุ่นหลังดู
  • เรามาคุยเรื่องที่สบายใจดีกว่านะคะ
  • นำเรื่องดี ๆมาบอกกล่าวต่อไปนะคะ พี่สัญญาเป็นแควนประจำ Blog จ๊ะ พี่ขออนุญาต link บันทึกของน้องเข้า planet นะจ๊ะ

ขอบคุณมากค่ะพี่อัมพร ไม่ได้รบกวนอะไรเลยค่ะ จริงๆ แล้วเล็กต้องขอโทษด้วยซ้ำที่ขึ้นรูปช้า เพราะยังเริ่มต้นเรียนรู้การใช้ blog อยู่หน่ะค่ะ วันนี้เล็กกำลังเขียน blog อีกตัวหนึ่งซึ่งสืบเนื่องจากเรื่องนี้ ฝากให้ไปติดตามอ่านด้วยนะคะ เป็นการลงหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ฉบับวันที่ 8 พ.ย. นี้เองค่ะ

ตามมาให้กำลังใจกันนะคะ

สวัสดีค่ะ

ห่างหายกันไปเกือบหนึ่งอาทิตย์เต็มๆ เพราะไปรับแขกเยี่ยมชมการจัดการพื้นที่ชุ่มน้ำที่ลุ่มน้ำปากพนังและพื้นที่ชุ่มน้ำจังหวัดกระบี่ มาวันนี้ลองมาติดตามดูผู้อ่านว่าเป็นอย่างไรกันบ้าง

โอ้โห!! เป็นปลื้มค่ะ มีผู้อ่านบันทึกหน้านี้ถึง 100 คน

ดีใจมากค่ะ แต่ยอดผู้อ่านอีกบันทึกนึงที่ต่อจากนี้ยังมีน้อย จึงพยายามเอามาลงในหน้าที่ซ้ำเพื่อให้ได้อ่านกันอย่างต่อเนื่องนะคะ ขอบอกนิดนึงว่าแขกที่มาจากประเทศเวียดนามก็ประทับใจในแปลงผักลอยน้ำเหมือนกันค่ะ และที่สำนักงานภาคสนามของCORIN ก็ได้รับโทรศัพท์ขอข้อมูลเรื่องนี้กันทุกวันเหมือนกันค่ะ ส่วนใหญ่จะเป็นผู้ที่อ่านข้อมูลที่ตีพิมพ์ในหนังสือเทคโนโลยีชาวบ้าน แล้วไม่มีที่ดินเป็นของตนเอง แต่บ้านติดริมน้ำ จึงเป็นหนทางที่จะใช้ประโยชน์โดยการปลูกผักในน้ำค่ะ

เอาเป็นว่า จะขอนำบันทึกอีกหน้านึงมาไว้ที่นี้ละกันนะคะ จะได้อ่านติดต่อกัน....ขอบคุณอีกครั้งสำหรับการติดตามอ่านค่ะ

แปลงผักตบชวาดังใหญ่แล้ว ลงหนังสือพิมพ์หลายฉบับ
แปลงผักลอยน้ำจากผักตบชวา แม่แบบใช้วัชพืชให้เป็นคุณ

ใครที่ติดตามอ่านบันทึกฉบับก่อน เรื่อง ไอเดียใหม่ ทำสวนผักลอยน้ำจากผักตบชวา คงจำกันได้ว่า สถาบันทรัพยากรชายฝั่งได้ดำเนินกิจกรรมขับเคลื่อนชุมชนในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง และเกิดผลเป็นรูปธรรมที่เด่นชัด ในวันนี้มีความก้าวหน้ามาบอกต่อกันอีกนิดนึงค่ะ คือเมื่อวันที่ 8 พ.ย. 50 (เมื่อวานนี้เอง) หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ได้นำข่าวชิ้นนี้ลงอีกฉบับนึงค่ะ (นอกเหนือจากหนังสือพิมพ์มติชนและเทคโนโลยีชาวบ้าน) อยากให้เพื่อนๆ ชาวมอ. ร่วมกันดีใจที่ตอนนี้ มอ.ได้สนองพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการบรรเทาทุกข์ของชาวลุ่มน้ำปากพนัง โดยนำทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียงมาสู่การปฏิบัติ โดยส่วนตัวแล้วเวลาได้เห็นหรืออ่านข่าวในสิ่งที่เราทำ จะตื้นตันใจและมีความสุขทุกครั้ง และมีความสุขที่เปี่ยมล้นยิ่งขึ้นเมื่อพื้นที่ที่เราไปทำเป็นพื้นที่ที่ในหลวงของเราทรงให้ความใส่ใจและห่วงใยเป็นพิเศษ ...อย่างน้อยก็ติต่างเองค่ะว่า...ในชีวิตนี้ได้ทำดีเพื่อพ่อแล้วค่ะ...

สัญญาไว้กับหลายๆ คนว่าจะเขียนงานอื่นให้อ่านกันอีก โดยเฉพาะเรื่องแป้งสาคู ... ต้องขอโทษด้วยจริงๆ นะคะ เพราะวันพรุ่งนี้ต้องเดินทางลงพื้นที่ค่ะ มีแขกจากประเทศเวียดนามมาเยี่ยมชมพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังและพื้นที่ชุ่มน้ำกระบี่ ...ต้องไปรับรองค่ะ...กลับมาอีกครั้งก็เป็นวันที่ 16 แล้ว แต่ก็สัญญาต่อนะคะว่าจะพยายามแบ่งเวลามานั่งเขียนให้อ่านกันค่ะ

เพื่อนๆ สามารถอ่านข่าวได้จาก

http://www.dailynews.co.th/web/html/popup_news/Default.aspx?Columnid=48391&Newstype=2&template=2

หรือจากหน้าเว็บไซต์ของสถาบันค่ะ

http://www.corin.psu.ac.th/News.asp?NID=119

http://www.corin.psu.ac.th/News.asp?NID=120

ตรงนี้นำจากหน้าหนังสือพิมพ์เดลินิวส์(ล่าสุด) มาให้อ่านนะคะ

 

แปลงผักลอยน้ำจากผักตบชวา แม่แบบใช้วัชพืชให้เป็นคุณ

วันก่อนมีโอกาสเดินทางไปกับสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริเพื่อเยี่ยมชมความคืบหน้าในงานของโครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดนครศรีธรรมราช พบว่าหลายโครงการมีความคืบหน้าและยังผลซึ่งการสามารถใช้พื้นที่เพื่อการทำกินของประชาชนได้อีกครั้งหนึ่ง ขณะเดียวกันก็มีหลายโครงการที่สามารถนำมาเป็นแม่แบบในการพัฒนาให้กับพื้นที่ในภาคอื่น ๆ ของประเทศได้อีกด้วย
 
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระ  ราชทานพระราชดำริ ให้หาแนวทางที่เหมาะสมในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง ซึ่งมีพื้นที่กว้างใหญ่มากถึง 1.9 ล้านไร่ ทางกรมชลประทาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายใต้การประสานงานของสำนักงาน กปร. ได้สนองพระราชดำริโดยก่อสร้างประตูระบายน้ำอุทกวิภาชประสิทธิขึ้น เมื่อปี 2539 ที่บ้านบางปี้ ตำบลหูล่อง อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช มีช่องระบายน้ำรวม 10 ช่อง ขนาดกว้างช่องละ 20 เมตร สูง 9 เมตร ติดตั้งบานประตูบานเดี่ยว 6 บาน บานคู่ 4 บาน เพื่อปิด-   เปิด บังคับน้ำ สามารถระบายน้ำได้ 1,430 ลูกบาศก์เมตร ต่อวินาที เริ่มใช้งาน ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2542     เป็นต้นมา
 
อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากมีการใช้งาน มาระยะหนึ่งก็พบว่าปริมาณผักตบชวาในลำคลองชลประทานมีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วจนส่งผลกระทบในการกักเก็บน้ำเกิดอุปสรรค ในการทำประมง และการสัญจรทางน้ำ การชลประทาน จนเกิดปัญหาน้ำเน่าเสียในลำคลอง ซึ่งจากข้อมูลของกรมชลประทานปี 2550 พบว่า ในลำคลองสาขาที่มีการสำรวจ 19 สาย มีผักตบชวาจำนวน 76,540 ตัน 
 
เพื่อการแก้ไขปัญหาดังกล่าวทางโครงการฯ จึงได้จัดตั้งศูนย์กลางการเรียนรู้การจัดผักตบชวาขึ้น เพื่อใช้เป็นที่ประสานงาน แหล่งการเรียนรู้ ฝึกอบรมชุมชน และการศึกษาวิจัย ในการจัดการเพิ่มมูลค่าให้กับผักตบชวา โดยการผสมผสานเทคนิควิธีการจากแหล่งความรู้ต่าง ๆ และภูมิปัญญาของชุมชนมาประยุกต์ใช้ในการจัดการ เช่น การใช้ผักตบชวาสำหรับทำปุ๋ยอินทรีย์ การทำแปลงผักลอยน้ำ การทำแปลงทดสอบคุณภาพปุ๋ยอินทรีย์ผักตบชวา การทำหัตถกรรม การศึกษาวิจัยการคัดสายพันธุ์จุลินทรีย์สำหรับย่อยสลายผักตบชวา และเป็นศูนย์รับซื้อและจำหน่ายสินค้าผลิตภัณฑ์จากผักตบชวาของชุมชนจากพื้นที่ต่าง ๆ ในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง โดย มีจำนวน 10 กลุ่ม กระจายตามลำคลองในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังมีการดำเนินงานร่วมกับ อบต. ในการเอาผักตบชวาขึ้นเองจากลำคลองชลประทาน 
 
นายสมศักดิ์ บรมธนรัตน์ ผู้อำนวยการสถาบันทรัพยากรชายฝั่ง เปิดเผยว่าปุ๋ยจากผักตบชวาในตอนนี้ราคาดีขายได้กระสอบละ 50 บาท และแตกต่างจากปุ๋ยอินทรีย์ทั่ว ๆ ไป คือมีไนโตรเจนสูงกว่าปุ๋ยปกติ เนื่องจากผักตบชวามีธาตุอาหารในตัวเองอยู่แล้ว 
  
และการนำผักตบชวามาทำปุ๋ยอินทรีย์ และปรับปรุงพื้นที่ในน้ำด้วยการใช้ ผักตบชวามาทำเป็นแปลงปลูกผักลอยน้ำ สามารถปลูกผักนานาชนิดได้เป็นอย่างดี ให้ผลผลิตอย่างเต็มที่ ลดค่าใช้จ่ายทั้งปุ๋ยเคมีและน้ำ เนื่องจากรากของต้นพืชจะชอนไชลงไปหาน้ำได้สะดวก ขณะที่สามารถใช้ผักตบชวาที่ปรับปรุงเป็นแปลงกลางน้ำสำหรับการยึดเกาะ และเป็นแหล่งอาหารเพื่อการเจริญเติบโตแทนดินซึ่งคุณปิยะ วันเพ็ญ หัวหน้าศูนย์บริการ การมีส่วนร่วมชุมชนท้องถิ่นลุ่มน้ำปากพนัง สถาบันทรัพยากรชายฝั่ง มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ บอกว่าการทำแปลงผักลอยน้ำนั้นไม่ต้องลงทุนมากนัก ไม่เปลืองแรงงาน ไม่ต้องรดน้ำ ไม่ต้องใส่ปุ๋ย เนื่องจากมีอยู่แล้วตามธรรมชาติ และไม่ต้องฉีดยาฆ่าแมลงศัตรูพืช
 
สำหรับขั้นตอนในการทำแปลงนั้นเริ่มต้นด้วยการนำไม้ไผ่มากั้นเป็นบล็อกแล้วรวบรวมผักตบชวามาอัดแน่นเข้าด้วยกันขนาดกว่าประมาณ 2 เมตร ยาว 8 เมตร หนาประมาณ 20-30 เซนติเมตร ใช้เท้าเหยียบให้แน่น แล้วนำผักตบชวามาอัดเพิ่มแล้วเหยียบอีก ทำอย่างนี้ทุก ๆ ระยะ 20 เซนติเมตรจนได้ความหนาที่ 1 เมตร  จากนั้นใช้มีดสับผักตบชวาที่อยู่ตอนบนให้ละเอียดเพื่อสะดวกต่อการปลูกผัก ในการทำแปลง 1 แปลงจะใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมงใช้ผักตบชวาประมาณ 2,000 กิโลกรัม
 
ผักที่เหมาะสมต่อการปลูกกับแปลงผักตบชวาลอยน้ำจะมีหลายชนิดด้วยกัน อาทิ แตงกวา ผักกาด ผักคะน้า และผักบุ้งจีน ปลูกประมาณ 25-40 วันก็จะสามารถเก็บเกี่ยวได้ แปลงหนึ่ง ๆ จะสามารถขายได้ประมาณ 800 ถึง 1,000 บาทที่ราคาจำหน่ายกิโลกรัมละ20บาท สำหรับแตงกวาใช้เวลาปลูกประมาณ30วัน ให้ผลผลิตประมาณ 50 กิโลกรัมต่อแปลง ขายได้ประมาณ 1,000 บาท ต่อแปลงที่ราคาขายกิโลกรัมละ20บาท ใน 1 แปลงจะสามารถปลูกหมุนเวียนได้ประมาณ 3-4รุ่น และเมื่อหมดสภาพแล้วก็นำขึ้นฝั่งมาทำปุ๋ยอินทรีย์เพื่อใช้สำหรับใส่ในแปลงที่สร้างขึ้นมาใหม่ต่อไป 
 
จากผลสำเร็จในการศึกษาเรื่องนี้ยังผลให้ประชาชนในพื้นที่ที่เคยมีปัญหาเรื่องผักตบชวาในคลองชลประทาน ก็หมดความกังวล ตรงกันข้ามต่างก็ได้ใช้ผักตบชวามาผลิตเป็นปุ๋ยอินทรีย์ และจัดทำแปลงเพื่อเพาะปลูกพืชผักยังผลมาซึ่งรายได้อย่างทั่วถ้วนทีเดียว
 
เกษตรกรหรือหน่วยงานต่าง ๆ ที่สนใจในเรื่องนี้ต้องการนำผลการศึกษาที่ประสบความสำเร็จในเรื่องนี้ไปใช้ในพื้นที่ของตนที่ประสบกับปัญหาเรื่องผักตบชวา สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดนครศรีธรรมราช หรือที่ สำนักงาน กปร. ทำเนียบรัฐบาล.

‘ไทย บางจาก’

  • พี่อ่านแล้วนะอีกบันทึก
  • ว่าแต่ว่าจะให้รางวัลคนที่ 100 หรือเปล่า?
  • (อิ....อิ....อิ)

แหมพี่อัมพรคะ..ได้เสื้อ KM แล้ว....คงไม่ต้องเอารางวัลที่นี้หรอกค่ะ

ว่าแต่..ยังไม่รู้เลยค่ะว่าใครอ่านบันทึกหน้าที่เป็นคนที่ ๑๐๐ อยากเห็นหน้าจัง...

ตามมาให้กำลังใจกันเยอะๆ นะคะ จะพยายามเขียนงานวิชาการให้อ่านสนุกๆ ค่ะ

ได้รับเมล์จากคุณ woraphog เมื่อเช้านี้ เดาว่ามาจากจุฬาฯ นะคะ คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์กับผู้อ่านคนอื่นบ้างเลยนำมา post ในที่นี้ค่ะ

ชื่อ: woraphog
อีเมล: meserv@eng.chula.ac.th
หัวเรื่อง: เรียสอบถามครับ

ข้อความ:
สนใจเรื่องปลูกผักบนน้ำน่ะครับไม่ทราบว่า ถ้าพื้นที่เป็นน้ำกร่อยจะทำได้หรือไม่ครับ และ
ถ้าน้ำไม่มีการไหลเวียนเช่นน้ำท่วมขังจะทำได้อย่างไรครับ
และมีข้อมูลหรือจะดูรูปมากกว่านี้ได้ที่ใดครับขอบคุณมากมากนะครับ

ตอบคุณ woraphog ไปว่า แปลงสาธิตที่เราใช้ทดลองปลูกผัก อยู่บริเวณน้ำกร่อยค่ะ แต่ความเค็มของน้ำไม่ควรเกิน 5 ppt. นะคะ ส่วนน้ำไม่ไหลเวียนสามารถปลูกได้ค่ะ

แนะนำให้สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานภาคสนามค่ะ

คุณปิยะ วันเพ็ญ 089-1976797

Ico48
แบงค์ [IP: 61.7.166.137]
05 มกราคม 2551 14:42
#8724

พี่คนชายฝั่งครับ

พอดีผมอยากได้ขอมูลเกี่ยวกีบการทำแปลงผักลอยน้ำครับ พี่พอจะมีข้อมูลบ้างมั้ยครับที่มากกว่าให้เน็ตครับส่วยหน่อยนะครับ

Ico48
แบงค์ [IP: 61.7.166.137]
05 มกราคม 2551 14:45
#8726

พี่คนชายฝั่งครับ

ถ้าพี่มีข้อมูลช่วยส่งมาทางเมล์ผมทีนะครับ ผมต้องการด่วนครับ lpbank@hotmail.com

ขอบคุณครับ

คุณแบงค์

รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อหัวหน้าสถานีย่อยภาคสนามที่เบอร์

089-1976797 คุณปิยะ วันเพ็ญค่ะ

Ico48
แบงค์ [IP: 61.7.166.23]
08 มกราคม 2551 20:04
#9840

พี่คนชายฝั่งครับ

พอดีผมไปหาข้อมูลที่สถานีภาคสนามแล้วครับ แต่เค้าไม่มีข้อมูลที่เป็นรูปเล่มเลยครับ

พี่คนชายฝั่งพอหาให้หน่อยได้มั้ยครับ หรือพี่พอรู้มั้ยว่าที่ ศูนย์RDO หรือ ทรัพยากรชายฝั่งสงขลา พอจะมีข้อมูลบ้างมั้ย

Ico48
แบงค์ [IP: 61.7.166.153]
10 มกราคม 2551 16:39
#10602

พี่คนชายฝั่งครับ

ขอถามหน่อยครับว่า ตอนเริ่มโครงการทำแปลงผักลอยน้ำมีผู้เข้าร่วมโครงการในการทำแปลงผักกี่ราย แล้วปัจจุบันมีการทำแปลงผักลอยน้ำกี่ราย

Ico48
มายด์ [IP: 1.47.29.150]
23 มกราคม 2554 21:48
#63098

สวัสดีค่ะ คุนพี่ชายฝั่ง ตอนนี่หนูกำลังทำโครงงานเรื่องนี่อยู่น่ะค่ะ แต่มีปัญหาอย่างหนึ่งคือแถวบ้านหนู มันไม่มีผักตบชะวาค่ะ มีแต่บัวจอก หนูเลยจำเป็นต้องใช่บัวจอกแทนค่ะ หนูเลยไม่รู้ว่า มันจะได้ผลหรือป่าว เลยมาปรึกษาพี่ค่ะ ช่วยสอนหนูด้วยน่ะค่ะ ......

Ico48
ีกนก อุไรสกุล [IP: 203.158.231.132]
02 สิงหาคม 2554 11:10
#67116

ไอเดียดีมากครับ ลงทุนน้อย ได้กำไรเห็น ๆ แต่ต้องระวังแหล่งที่ใกล้โรงงานอุตสาหกรรม ที่ปล่อยสารเคมีที่สลายตัวยากและโลหะหนัก เพราะอาจจะสะสมที่รากผักตบชวาแล้วเมื่อปลูกพืชผักไป อาจทำให้พืชผักบางชนิดโดยเฉพาะพืชผักที่เป็นหัวหรือผลได้แก่แตงกวา แตงร้าน มะเขือเทศ ฯลฯ จะดูดซับโลหะหลักเหล่านั้นได้

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 35.175.120.174
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ