นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 6873
ความเห็น: 18

ค่าจ้างพนักงานมหาวิทยาลัย

ทำไมเงินเดือนที่พนักงานมหาวิทยาลัยได้รับจริง จึงไม่เท่ากับอัตราค่าจ้างที่กำหนด

มีการถามไปที่ผมมากรายไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบงานการเจ้าหน้าที่หรือตัวพนักงานมหาวิทยาลัยเอง
เกี่ยวกับเงินเดือนค่าจ้างพนักงานมหาวิทยาลัย ว่า ทำไม? เงินเดือนค่าจ้างที่พนักงานมหาวิทยาลัยได้รับจึงน้อยกว่าอัตราค่าจ้างตามกรอบอัตราที่มหาวิทยาลัยกำหนดตำแหน่ง เช่น พนักงานมหาวิทยาลัยสายปฏิบัติการวิชาชีพ วุฒิปริญญาตรี กรอบอัตราค่าจ้างที่มหาวิทยาลัยกำหนด 11,445 บาท แต่พนักงานมหาวิทยาลัยได้รับค่าจ้างแค่ 9,920 บาท  ทำไม ทำไม และทำไม ???????

ผมขอเรียนอธิบายเพื่อให้ทราบโดยทั่วกัน ดังนี้
1) ตามมติ ครม. เงินค่าจ้างพนักงานมหาวิทยาลัย นั้น สำนักงบประมาณจะจัดสรรเงินให้ในอัตรา 1.7 เท่า ของอัตราข้าราชการแรกบรรจุ สำหรับบุคลากรสายวิชาการ และ 1.5 เท่า สำหรับบุคลากรสายสนับสนุน ซึ่งวงเงินในอัตราดังกล่าวได้รวมค่าใช้จ่ายทุกอย่างที่พนักงานมหาวิทยาลัย 1 คน พึงได้รับจากรัฐ ไม่ว่าจะเป็นสวัสดิการด้านค่ารักษาพยาบาล ค่าเล่าเรียนบุตร พูดง่าย ๆ ว่ารัฐเหมาจ่ายให้แค่นี้แหละ
2) เมื่อรัฐให้เงินมาเป็นก้อน เหมาจ่ายทุกอย่างไว้ ดังนั้น เมื่อมหาวิทยาลัยมาจ้างคนก็ย่อมจะมีค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นซึ่งจำเป็นที่มหาวิทยาลัยจะต้องหักค่าใช้จ่ายเหล่านั้นไว้ก่อน เช่น ค่าประกันสังคมที่นายจ้างต้องจ่าย และถ้าส่วนราชการจะจัดสวัสดิการอะไรให้กับพนักงานก็จำเป็นต้องหักเก็บไว้
3) ดังนั้น มีผลทำให้ค่าจ้างพนักงานมหาวิทยาลัย ของแต่ละมหาวิทยาลัยจึงไม่เท่ากัน ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับสวัสดิการต่าง ๆ ที่แต่ละมหาวิทยาลัยจัดให้กับพนักงาน
4) ในส่วนของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้จัดสวัสดิการต่าง ๆ ให้กับพนักงานแล้ว เงินค่าจ้างที่เหลือจ่ายให้กับพนักงานจึงเหลือแค่ 1.3 เท่า ของอัตราข้าราชการแรกบรรจุ สำหรับสายสนับสนุน และเหลือ 1.5 เท่า สำหรับสายวิชาการ
5) ในส่วนที่มหาวิทยาลัยหักไว้จะมีค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ดังนี้ 1) เงินประกันสังคมที่นายจ้างต้องจ่าย 5 %แต่ไม่เกิน 750 บาท 2) กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ 3% (มหาวิทยาลัยสมทบเพิ่มอีก 3%) และ 3) กองทุนพนักงานมหาวิทยาลัย ประมาณ 6 %
6) ดังนั้น เงินเดือน (ค่าจ้าง) ที่พนักงานมหาวิทยาลัยได้รับจริงจึงเหลือตามอัตราค่าจ้างที่มหาวิทยาลัยประกาศ 

ตามที่ผมอธิบายมา คงสร้างความกระจ่างได้พอสมควรหรือไม่แน่ใจว่าจะทำให้สับสนมากขึ้นหรือเปล่า เอาเป็นว่าผมจะยกตัวอย่างให้ดู โดยคำนวณตัวเลขโดยประมาณนะครับ ู เช่น สายสับสนุน วุฒิ ป.ตรี
ค่าจ้างตามที่รัฐจัดสรร 7,630*1.5 = 11,445 บาท
ค่าประกันสังคมที่นายจ้างต้องจ่าย 5% = 572 บาท (11,445*5%)
กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ 3% = 326 บาท (10,873*3%)
กองทุนพนักงานมหาวิทยาลัย ประมาณ 6% = 632 บาท (10,547*6%)
 ดังนั้น ค่าจ้างจริงจึงเหลือ 9,915 บาท ปัดเลขกลม = 9,920 บาท

หมวดหมู่บันทึก: บริหารทรัพยากรมนุษย์
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ Copyright
สร้าง: 26 พฤศจิกายน 2550 08:43 แก้ไข: 26 พฤศจิกายน 2550 10:38 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

P  พี่แดงขา  ยังไม่เข้าใจ  แต่จะโทรถามส่วนตั๋วส่วนนะคะ
Ico48
ดอกกระดังงา [IP: 192.168.100.112]
04 December 2007 15:24
#3555

หมายความว่าอัฐยายซื้อขนมยาย (เอาเงินพนักงานมาจัดสรรให้สวัสดิการดูแล้วสวยงามมาก) เหมือนกับบำนาญของลูกจ้างประจำเอาเงินบำเหน็จไปให้คนอื่นบริหารจัดการให้คิดได้อย่างไร สวัสดิการหลังเกษียณไม่ทราบว่าลูกจ้างประจำเบิกเงินค่ารักษาเหมือนกับข้าราชการได้หรือไม่

ขอบคุณคะ

เป็นอัตราใหม่ สำหรับพนักงานใหม่ ที่เข้าหลัง 1 เมษา 50 ใช่ไหมคะ

หรือว่า ของทุกคนจะปรับเป็นแบบนี้หมดคะ

 

 

Ico48
ขี้สงสัย [IP: 192.168.100.112]
07 December 2007 10:57
#3822

คุณ P คะ
ที่ยกตัวอย่างเป็นเงินเดือนที่ยังไม่ปรับ 4% เมื่อ ตค 50 ใช่ไหมคะ
จาก http://www.personnel.psu.ac.th/word/9.96.pdf
เงินค่าจ้างสายสนับสนุนป.ตรี 7940 บาท

ซึ่งถ้าคำนวณตามสูตรข้างบน

ค่าจ้างตามที่รัฐจัดสรร =11910 (7940* 1.5)
ค่าประกันสังคม 5%= 596   เหลือ 11314(11910-596)
กองทุนสำรอง 3% =340   เหลือ  10974(11314-340)
กองทุนพนักงานมหาวิทยาลัย ประมาณ 6 %= 549 เหลือ 10425(10974 -549)
เหลือปัดเลขกลม  10420 

แสดงว่าจะมีบัญชีเงินเดือนพนักงานฉบับใหม่หลัง ตค 50  อีก แทนฉบับนี้

http://www.personnel.psu.ac.th/mati_scan/a_85.pdf

ใช่รึเปล่าคะ

Ico48
ang [IP: 192.168.100.112]
21 ธันวาคม 2550 10:59
#6079

แล้วทำไมบางคณะฯ ประการรับสมัครพนักงานมหาวิทยาลัย อัตราเงินเดือน 9920 บ้าง หรือ 11450 บ้าง ทำไมเงินเดือนไม่เท่ากัน แล้วที่พนักงานมหาวิทยาลัย ตำแหน่งนักวิชาการอุดมศึกษา ได้รับจริงของแต่ละคณะ ได้รับเท่ากันหรือไม่ เท่าไรกันแน่

งงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง

 

     นู๋ตาลยังฉลาดไม่พอที่จะเข้าใจ  เอาเป็นว่าบุกกองแผนเลยดีกว่า  @^_^@

หมายความว่า

คำถามที่ 1 มหา'ลัยได้จัดสรรเงินที่ึควรเป็นเงินสะสมกองทุนฯ,เงินประกันสังคมฝ่ายลูกจ้า้ง

มาเป็นเงินสมทบกองทุนฯ(นายจ้าง),เงินประกันสังคมฝ่ายนายจ้าง ใช่หรือไม่

คำถามที่ 2 มหา'ลัยไม่ได้จ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพและกองทุนประกันสังคมให้พนักงานเลย ใช่หรือไม่ 

Ico48
[IP: 118.174.53.254]
10 กรกฎาคม 2551 20:30
#32139

ฝากตอบ...คนก่อนเราน่ะ

คำถามที่ 1 มหา'ลัยได้จัดสรรเงินที่ึควรเป็นเงินสะสมกองทุนฯ,เงินประกันสังคมฝ่ายลูกจ้า้งมาเป็นเงินสมทบกองทุนฯ(นายจ้าง),เงินประกันสังคมฝ่ายนายจ้าง ใช่หรือไม่

คำตอบที่ 1 ไม่ใช่

คำถามที่ 2 มหา'ลัยไม่ได้จ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพและกองทุนประกันสังคมให้พนักงานเลย ใช่หรือไม่ 

คำตอบที่ 2 ไม่ใช่

มันไม่ใช่คำตอบที่ยากเกินสำหรับคำถาม เราคิดว่าคนถามก็น่าจะตอบได้ แต่ต้องตั้งคำถามให้กับตัวเองก่อนว่า

คำถามที่ 1 ตัวเราเคยได้จัดสรรเงินที่ควรเป็นเงินสะสมกองทุนฯ,เงินประกันสังคมฝ่ายนายจ้างมาเป็นเงินสบทบกองทุน(ตัวเรา) เงินประกันสังคมของตัวเรา ใช่หรือไม่

คำถามที่ 2 ตัวเราไม่ได้จ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพและกองทุนประกันสังคมให้มหา'ลัยเลยใช่หรือไม่

ที่เป็นอย่างนี้ก็เพราะอยากจะบอกคนถามว่าอย่าคิดมาก คนเราคิดมากมันไม่ดีรู้มั้ย "ข้อเสียของบางคนก็อยู่ตรงนี้แหละ คิดมาก" ตื่นเช้ามาแล้วก็ทำงาน ก็คิดว่าที่ทำงานมันก็เหมือนบ้านก็แล้วกัน อยู่บ้านเฉย ๆ ทำไม มาอยู่ที่ทำงาน ทำงานตามหน้าที่ไป แป้บ ๆ ก็เดือนนึง สิ้นเดือนอีกแล้ว มันก็แค่นี้ ไม่มีอะไรมากนี่นา

 

Ico48
พนักงานมหาวิทยาลัยคนหนึ่ง [IP: 220.140.37.42]
10 กรกฎาคม 2551 22:09
#32143

สวัสดีครับคุณแดง

จากข้อความข้างต้น แสดงว่า ในความเป็นจริงแล้วมหาวิทยาลัยไม่ได้ออกเงินสมทบจริง ๆ ในส่วนของเงินสำรองเลี้ยงชีพ 3% ที่นายจ้างต้องจ่ายสมทบและประกันสังคม5% ที่นายจ้างต้องจ่ายสมทบ เลยใช่ไหมครับ และรวมถึงในส่วนของกองทุนพนักงานมหาวิทยาลัย 6% นี้ถูกหักออกไปแล้ว ดังนั้น พนักงานมหาวิทยาลัยทุกคนจะเป็นสมาชิกของกองทุนพนักงานมหาวิทยาลัยโดยอัตโนมัติ (ซึ่งไม่ต้องถูกหักเงินร่วมสมทบอีก) ใช่ไหมครับ

ดังนั้น ผมยังไม่เห็นว่า จริง ๆ แล้ว มหาวิทยาลัยออกเงินสมทบให้กับพนักงานมหาวิทยาลัยตรงไหนเลย เพราะเอาเงินของพนักงานมหาวิทยลัยที่ควรได้ 1.7 เท่า แต่ได้แค่ 1.5 เท่า ซึ่ง ในส่วนที่ขาดหายไป 0.2 เท่านั้นก็เอามาเป็นส่วนสมทบของฝ่ายนายจ้างที่เป็นเงินเดือนของพนักงานมหาวิทยาลัยที่ควรจะได้ ผมจึงไม่เห็นว่ามหาวิทยาลัยได้ให้เงินสบทบตรงไหนจริง ๆ เลย

นอกจากนี้ ผมขอแสดงความเห็นต่อท่านที่ใช้นามว่า ไม่แสดงตน ว่า ท่านไม่ควรใช้คำพูดดูถูกผู้แสดงความคิดเห็นผู้อื่น เพราะการแสดงความคิดเห็นเป็นสิ่งที่ทุกคนสามารถแสดงออกมาได้ ซึ่งอาจจะผิดหรือถูกสำหรับใครบางคนเท่านั้น ผมไม่ทราบว่าคุณเข้าใจคำว่า ส่วนที่นายจ้างต้องสบทบหรือไม่ มันหมายความว่า นายจ้างต้องเอาเงินของนายจ้างมาสบทบให้พนักงานมหาวิทยาลัย ไม่ใช่เอาเงินของพนักงานมหาวิทยาลัยที่ควรได้ทั้งหมด แล้วงุบงิบหักออก เพื่อมาใช้สมทบเข้ากองทุน แสดงว่านายจ้างไม่ได้ออกให้จริง (ออกให้เพียงแค่ในนามเท่านั้น) จริง ๆ แล้วก็คือเอาเงินของเราในส่วนที่หักออกมาใส่เข้าไปนั้นเอง หรือพูดง่าย ๆ ว่า  1) เราจ่ายเงินประกันสังคมจริง ๆ ทั้งหมด 10% เป็นส่วนของที่เราต้องจ่ายและมหาวิทยาลัยจ่ายฝ่ายละ 5 %แต่ไม่เกิน 750 บาท 2) เราจ่ายกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ6% ซึ่งเป็นฝ่ายเราและมหาวิทยาลัยจ่ายฝ่ายละ 3% (มหาวิทยาลัยสมทบเพิ่มอีก 3%) และ 3) กองทุนพนักงานมหาวิทยาลัย ประมาณเราออกเงินแต่มหาวิทยาลัยบอกว่าจ่ายแทนเรา 6 %

ถ้าไม่ใช่อย่างที่ผมบอก ช่วยชี้แจงขยายความและทำความเข้าใจให้ผมใหม่ด้วยนะครับ เพราะผมคิดว่า ผมเข้าใจถูกแล้ว ยกเว้นท่านจะบ่ายเบี่ยงเป็นอย่างอื่น เรื่องนี้เป็นเรื่องคาใจของพนักงานมหาวิทยาลัยหลาย ๆ ท่านมานาน เพียงแต่อาจจะยังไม่มีใครกล้าพูดกันเท่านั้นเอง

อย่าคิดว่าพนักงานมหาวิทยาลัยมาทำงานมหาวิทยาลัยนี้เพื่อเงิน หรือหวังรวยนะครับ เราก็รู้ ๆ กันอยู่ว่ามันไม่รวยหรอกเมื่อเทียบกับทำงานเอกชน หรือหน่วยงานอื่นที่เงินเดือนสูง พวกเราอุทิศตนทำเงินให้กับประเทศไม่ใช่หรือ การที่คนเรารู้จักคิดมาก ไมใช่ซี้ซั้วคิดมากนะเป็นเรื่องที่ดีนะครับ ส่วนไม่รู้จักคิดมาก หรือไม่รู้จะคิดมากอย่างไรนั้นนะสิเป็นสิ่งที่น่ากลัว (ต้องขอโทษด้วยนะครับที่มาวิจารณ์คนอื่น ทั้ง ๆ ที่บอกไปแล้วว่าควรให้เกียรติผู้วิจารณ์คนอื่น แต่มันอดบอกเขาไม่ได้ครับ) และที่สำคัญ ผมไม่แน่ใจว่าท่านที่ใช้ชื่อว่า ไม่แสดงตนนั้น เป็นพนักงานมหาวิทยาลัยหรือไม่ครับ เพราะเหมือนจะไม่เข้าใจหัวอกของพนักงานมหาวิทยาลัยเลย

สุดท้ายนี้ ผมหวังว่าผู้แสดงความคิดเห็น ควรรู้จักการให้เกียรติผู้แสดงความคิดเห็นคนอื่นด้วยนะครับ อย่าคิดว่าตัวเองเก่งหรือแน่แล้วมาวิจารณ์คนอื่น (ทั้งที่ดูแล้วอาจจะไม่แน่จริง) คนเก่ง คนฉลาดจริง มักจะพูดเสมอว่าตัวเองยังโง่อยู่อีกมาก ไม่รู้อีกไม่ใช่น้อย

ขอบคุณครับที่ให้โอกาสได้แสดงความคิดเห็น

Ico48
[IP: 218.163.161.125]
14 กรกฎาคม 2551 23:25
#32264

สวัสดีครับพี่แดง คุณมนัสนันท์ ศิลาคุณ และผู้อ่านท่านอื่น

หลังจากที่ผมได้อ่านข้อความของคุณมนัสนันท์ในความคิดเห็นที่ 10 แล้ว ผมก็พอเข้าใจแล้วครับว่าคุณคิดอย่างไร ถ้าข้อความที่ผมเขียนไปนั้นทำให้คุณรู้สึกว่ามันรุนแรงไป ผมต้องขออภัยด้วยนะครับ สิ่งที่ผมเขียนนั้นมีวัตถุประสงค์เพื่อติ แต่เป็นการติเพื่อก่อให้เกิดผลดีและการพัฒนานะครับ ไม่ใช่ติเพื่อก่อให้เกิดปัญหา

พวกเราทั้งข้าราชการ พนักงานมหาวิทยาลัย รวมถึงลูกจ้างประเภทอื่น ๆ ที่จ้างโดย มอ นั้น ล้วนแต่ตั้งใจทำงานเพื่อ มอ. อย่างตั้งใจจริง (ซึ่งผมเชื่ออย่างนั้น) การที่พวกเราได้มีโอกาสแสดงความคิดเห็นนั้น ต้องขอขอบคุณฝ่ายผู้จัดทำและทาง มอ. ด้วย ที่ให้โอกาสพวกเราได้แสดงความคิดเห็นเพื่อการปรับปรุงและพัฒนาไปในทางที่ดีครับ

ผมอยากจะขอบอกคุณมนัสนันท์ว่า คุณน่าจะคิดไปในทางบวกจากคำบอกกล่าวเหล่านี้นะครับ เพราะคำวิพากษ์วิจารณ์ต่าง ๆ นั้น ถ้าคิดให้ดีมันคือกระจกส่งตัวเราดี ๆ นี่เอง เราสามารถเอาสิ่งเหล่านี้มาปรับปรุงให้มันดีขึ้น อย่ากลัวการกล่าวติ อย่ากลัวการกล่าวเตือนเลย เพราะคนที่เตือนด้วยใจบริสุทธิ์นั้นคือผู้ชี้ทางสวางให้เรา ซึ่งไม่เหมือนผู้ที่ติเตือนจากใจที่ไม่บริสุทธิ์ ไม่มีใครในโลกนี้ไม่เคยถูกกล่าวติ กล่าวเตียนเลย ขออย่ากลัวที่จะแสดงความคิดเห็นเลยครับ คุณมีสิทธิที่จะแสดงความคิดเห็นได้เป็นปกติ เพียงแต่อาจจะต้องอธิบายบางอย่างให้ชัดเจนบ้าง เวทีนี้เป็นเวทีเปิดสำหรับทุกคนเพื่อการฝึกฝนด้วย ดังนั้น ถ้าคุณละทิ้งจากเวทีนี้ไปมันก็เหมือนกับคุณขาดสถานที่ฝึกฝนทักษะนะครับ ขออย่าให้ความคิดเห็นของผมทำให้คุณกลัวจนไม่กล้าที่จะแสดงความคิดเห็นอีกเลยครับ เพราะมันจะทำให้ผมรู้สึกผิดที่ทำให้คนที่กล้าแสดงออกกลับไม่กล้าที่จะแสดงออกอีกแล้วหลังจากถูกวิพากษ์วิจารณ์เพียงครั้งเดียว

มอ. ของเรายังต้องการความคิดเห็นจากเพื่อน ๆ พี่ ๆ และน้อง ๆ เพื่อการพัฒนาอีกมากนะครับ การที่ความคิดเห็นของเราไม่ตรงกัน มันไม่ได้แปลว่าเราแปลกแยก เพียงแต่มีความคิดต่างเท่านั้น ความคิดเห็นที่แตกต่างกันนั้นน่าจะเป็นประโยชน์มาก ๆ ๆ กว่าโทษด้วยเพราะแสดงถึงแง่มุมหรือทัศนะคติที่แต่ละคนมองออกไป บางแง่มุมหลายคนอาจมองไม่เห็น บางแง่มุมอาจมีคนมองเห็นแล้วเขียนขึ้นมา มันก็จะกลายเป็นการระดมสมองอีกรูปแบบหนึ่งที่ไม่ต้องมานั่งคุยพร้อมกันเสียทุกครั้งไปนะครับ ถ้าทุกคนมีความคิดเห็นเหมือนกันหมดนะสิครับเป็นเรื่องน่าเป็นห่วงเพราะแสดงว่าเรื่องนั้นถูกยุติลงแล้วโดยสิ้นเชิงหรือก็คือการพัฒนาถูกสิ้นสุดลงแล้ว

ผมหวังว่า ความคิดเห็นที่ผมได้เขียนไปนั้น ขอให้คิดว่าเป็นการติเพื่อก่อให้เกิดประโยชน์ มิใช่เป็นการติเพื่อก่อให้เกิดการทำลายนะครับ ต้องขอโทษคุณมนัสนันท์อีกครั้งหนึ่งนะครับถ้าความคิดเห็นของผมต้องทำให้คุณรู้สึกเสียใจมาก ๆ ขออย่าคิดมากเลยครับ คิดมากในสิ่งที่ควรคิด และอย่าคิดมากในสิ่งที่ไม่ควรคิดอย่างที่คุณกล่าวไว้อย่างไรละครับ

มหาวิทยาลัยจะพัฒนาไปได้ก็ด้วยการรู้จากการติเพื่อก่อให้เกิดประโยชน์แก่องค์กร มิใช่ติเพื่อก่อให้เกิดความขัดแย้งต่อองค์กร รวมถึงเราควรรู้จักคิดมากในสิ่งที่ควรคิดมาก และไม่ควรคิดมากในสิ่งที่ไม่น่าจะคิดมากครับ

ขอเพิ่มอีกนิดหนึ่งนะครับว่า ในเรื่องของการจ่ายเงินให้แก่พนักงานมหาวิทยาลัย 1.5  เท่า แทนที่จะเป็น1.7 เท่า นั่น ผมคิดว่าทาง มอ. ควรรีบทำความกระจ่างอย่างมากให้แก่พนักงานมหาวิทยาลัยนะครับ แม้ว่าจะมีการอธิบายไปหลายต่อหลายครั้งแล้วก็ตาม เพราะผมเชื่อว่า พนักงานมหาวิทยาลัยส่วนใหญ่ที่ทราบเรื่องนี้คงยังกังขาอยู่อีกมากอย่างที่ท่านอาจจะคิดไม่ถึงก็เป็นได้ รวมถึงปัญหาการลาออกจากราชการของพนักงานมหาวิทยาลัยเป็นจำนวนไม่น้อยซึ่งเกิดขึ้นในขณะนี้ มอ. ควรที่จะหาสาเหตุและแก้ปัญหาเหล่านี้นะครับ (ปัญหาสมองไหลเกิดขึ้นแล้วครับใน มอ. ของเรา)

ด้วยความเคารพครับ

Ico48
พนักงานมหาวิทยาลัยคนหนึ่ง [IP: 218.163.161.125]
14 กรกฎาคม 2551 23:28
#32265

ลืมเขียนบอกไปครับว่า ความคิดเห็นที่ 11 นั้นเป็นของ พนักงานมหาวิทยาลัยคนหนึ่ง

ขอรบกวนคุณแดง ช่วย ชวนคุณมนัสนันท์กลับมา แสดงความคิดเห็นอื่น ๆ ต่อด้วยนะครับ

ดีครับ..การแสดงความคิดเห็นในหลายๆมุมมองจะทำให้เกิดประโยชน์กับองค์กรครับ..ก็อย่างที่พนักงานมหาวิทยาลัยคนหนึ่งกล่าวครับ...
ผมดียินดีเป็นอย่างยิ่งครับ ที่ประเด็นของผมทำให้มีความคิดเห็นแตกฉาน...อันที่จริงแล้วมหาวิทยาลัยก็พยายามทำความเข้าใจกับบุคลากรนะครับ..ยิ่งอนาคตพนักงานในสถาบันอุดมศึกษา (มหาวิทยาลัยจะเปลี่ยนการเรียกชื่อ..พนักงา่นมหาวิทยาลัย..เป็น..พนักงานในสถาบันอุดมศึกษา..เร็วๆ นี้..ผมเลยขอใช้ซะเลย) จะเป็นชนกลุ่มใหญ่ในมหาวิทยาลัย...ก็ขอฝากอนาคตของมหาวิทยาลัยไว้ที่พวกเราทุกคนนะครับ

Ico48
fay [IP: 202.69.142.25]
09 ธันวาคม 2552 14:37
#51844
วุฒิปริญญาตรี ได้ 9920 โหเยอะนะ อย่าคิดว่าเอกชนจะได้เงินเยอะ บางที่ได้น้อยกว่า8000 ด้วยซ้ำ
Ico48
พนักงานคนหนึ่ง [IP: 192.168.100.112]
09 ธันวาคม 2552 15:07
#51845

9920 ตอน start อาจจะมากกว่าเอกชน

แต่อย่างลืมนะครับว่า ของเรา เงินขึ้น ปีละ ครั้ง ครั้งนึงก็ราว 300 - 500

ส่วนเอกชร ขึ้นที่ 1000-300 และขึ้น 1 ปี มากกว่า 1ครั้ง

อย่างผม ทำงานมา 5 ปี เงินเดือน  start 9910 วันนี้ เงินเดือนยังไม่ถึง 13,000

ส่วนเพื่อนผม ทำงานกับเอกชนใน กทม start 7,200 ตอนนี้้ เงินเดือน เฉียด 50,000 แล้วครับ ส่วนอีก คนเงินเดือนเท่าไหร่แล้วไม่ทราบ รู้แต่ว่า ตอนนี้ผ่อนรถ ผ่อนบ้าน(บ้านใน กทม.10 ปี) แล้วเงินเดือนยังเหลืออีกเยอะ

Ico48
พนักงานคนหนึ่ง [IP: 192.168.100.112]
09 ธันวาคม 2552 15:32
#51847

ส่วนเอกชร ขึ้นที่ 1000-300 และขึ้น 1 ปี มากกว่า 1ครั้ง

แก้เป็น

ส่วนเอกชน ขึ้นที่ 1000-3000 และขึ้น 1 ปี มากกว่า 1ครั้ง

Ico48
พนักงานคนหนึ่ง [IP: 192.168.100.112]
09 ธันวาคม 2552 21:22
#51853

อย่างผม ทำงานมา 5 ปี เงินเดือน  start 9910 วันนี้ เงินเดือนยังไม่ถึง 13,000

แก้เป็น

อย่างผม ทำงานมา 5 ปี เงินเดือน  start 9110 วันนี้ เงินเดือนยังไม่ถึง 13,000

Ico48
เนตร [IP: 124.122.31.115]
04 มกราคม 2553 14:28
#52696

เรื่องค่าจ้าง ที่เราเข้าใจกันยาก ๆ วันก่อนนี้ ได้ไปกรุงเทพ เพื่อนนำหนังสือ Go Traning มาให้อ่าน

เรื่องค่าจ้าง เขียนโดย คุณรุ่งโรจน์ อรรถานิทธิ์

กรรมการผู้จัดการ บ.ไทยสกิลล์พลัส อ่านแล้ว

เข้าใจง่ายมาก ๆ คุณรุ่งโรจน์ เป็นผู้เชี่ยวชาญ

ด้านพัฒนาบุคลากรทั้งภาครัฐ รัฐวิสาหกิจและ

เอกชน จึงเขียนจากประสบการณ์จริง ลองไปหาอ่านดูนะคะ

Ico48
ตุ๊กแก [IP: 192.168.149.147]
01 สิงหาคม 2554 10:30
#67091

จะอ้วกกับระบบพนักงานมหาวิทยาลัยละคับ มีมาตั้งแต่ปี 42 นี่ปี 54 ยังไม่เห็นมีไร ดีขึ้น เราก็เสือกโง่ ไม่ไปรับราชการให้สิ้นเรื่องเพราะรักในงานที่ทำ ช่วย แก้ไข ให้มันดีหน่อยเหอะคับ เวทนาตัวเอง...

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 54.237.183.249
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ