นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 1912
ความเห็น: 3

ก้าวต่อไปของ LMS ใน ม.อ.

การเลือกระบบ LMS สำหรับสถาบันไม่ได้เป็นเรื่องง่าย เพราะนั่นหมายถึง การเปลี่ยนแปลง และ การเปลี่ยนแปลงย่อมอยู่คู่กับความต้านทาน....

สืบเนื่องจากปัญหาการล่มของ VCR ก่อให้เกิดข้อเขียนใน share เช่น คิดถึง VCR โดย wwibul และมีข่าวเล่าลือในลักษณะต่างๆ ที่ไม่ปรากฎเป็นลายลักษณ์อักษร ล่าสุด อ.วรวุธ ก็ได้เล่าเรื่อง บทเรียนจาก VCR และ LMS

ความจริง ม.อ. ได้ประกาศใช้ LMS@PSU ซึ่งใช้ Moodle เป็นฐานมาตั้งแต่ภาคการศึกษาที่ 1/2551 แล้วครับ โดยได้จัดให้มีการอบรมก่อนเริ่มภาคเรียนที่ 1/2551 แต่ก็ตั้งเป้าหมายจำนวนผู้ใช้ไม่มากนัก เพราะต้องการให้เป็นการเปลี่ยนผ่านจาก VCR ไปสู่ LMS@PSU อย่างค่อยเป็นค่อยไป

ทีมงานก็ตั้งใจว่า จะเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบ LMS@PSU ภายในเวลาประมาณ 2 ปี สิ่งที่ต้องทำในระยะ 2 ปี ได้แก่ การปรับระบบ สร้างเครื่องมืออำนวยความสะดวกต่างๆ และอบรมผู้ใช้งาน

เมื่อผ่านไป 1 ภาคการศึกษา เครื่องมือบางส่วนก็ได้รับการพัฒนาขึ้น เช่น

การบรรจุรายชื่อ นศ. เข้าสู่รายวิชาของผู้สอน เครื่องมือนี้ เมื่อเทียบกับ VCR ก็จะแตกต่างกัน กล่าวคือ ใน VCR ระบบจะบรรจุชื่อ นศ. เข้าไปเลย จะเพิ่มจะลดก็ทำไม่ได้ แต่ใน LMS@PSU ทีมงานได้กำหนดให้ผู้สอนมีอิสระในการเลือกว่า จะนำเข้ารายชื่อ นศ. อย่างไร โดยทางเลือกที่ผู้สอนเลือกได้ ก็คือ

  1. แจ้งให้ นศ. สมัครเข้ารายวิชาเองโดยเสรี ลักษณะนี้ก็คือ นศ. คนใดใคร่ใช้ก็ใช้ ไม่อยากใช้ก็ไม่เป็นไร ทางเลือกนี้เป็นการเปิดกว้างให้สมาชิก ม.อ. ทุกคนที่มี PSU Passport สามารถเข้าเรียนรายวิชาได้
  2. กำหนดรหัสผ่านประจำรายวิชา และแจ้งให้ นศ. ทราบ เพื่อสมัครเข้าเรียนรายวิชาดังกล่าว กรณีนี้ อนุญาตให้ผู้ที่รู้รหัสผ่านเท่านั้นที่จะเข้ารายวิชาได้ ผู้สอนอาจจะเปลี่ยนรหัสผ่านใหม่หลังจากผ่านไปแล้ว 1-2 สัปดาห์เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้อื่นที่ไม่เกี่ยวข้องเข้ามาได้จากการบอกรหัสผ่านของ นศ.
  3. กำหนดรหัสผ่านไว้ในรายวิชา และไม่ต้องบอกใคร ผู้สอนหรือเจ้าของรายวิชาทำการ import รายชื่อนักศึกษา จากเครืองมือที่เรียกว่า Manage registered students (ชื่ออาจจะมีการเปลี่ยนแปลง) ซึ่งเป็นเครื่องมือช่วยผู้สอนในการนำรายชื่อนักศึกษาที่ลงทะเบียนเรียนเข้าสู่รายวิชา โดยสามารถนำเข้าแบบแยกกลุ่มตามตอนที่ลงทะเบียน (ในอนาคตจะพัฒนาให้มีตัวเลือกต่างๆ เพิ่มขึ้น)

ส่วนข้อดีอื่นๆ ของ LMS@PSU ก็มีมากมายครับ เช่น

  • ตรวจสอบได้ว่า เนื้อหาส่วนใดมี นศ. เข้ามาอ่านหรือใช้งานหรือไม่
  • มีกิจกรรมต่างๆ มากมายให้เลือก เช่น quiz, assignment, questionnaire, wiki, glossary, survey ฯลฯ
  • มีสถิติการใช้งาน (Report)
  • ผู้สอนสามารถ backup รายวิชาของตัวเองเก็บไว้ได้ และสามารถนำมา restore เป็นรายวิชาใหม่ในภาคการศึกษาต่อไปได้ ในการ backup สามารถเลือกได้ว่า จะ backup ข้อมูลอะไรบ้าง (เลือกได้อิสระมากๆ)
  • มีอีกมากมายที่จะตามมาครับ ...

ดังนั้น จึงไม่อยากให้รู้สึกปฏิเสธการเปลี่ยนแปลงไปใช้ LMS@PSU ด้วยเหตุผลว่า ทำไมมันไม่เหมือนกับ VCR ทำไม download รายชื่อนักศึกษาไม่ได้ (ทั้งๆ ที่ความจริงในการ download รายชื่อนักศึกษา ควรจะเรียกจาก sis.psu.ac.th)

ขอให้อดใจรออีกสักหน่อยครับ ทีมงานจะพัฒนาให้ใช้งานได้สะดวกสบายมากขึ้นเรื่อยๆ ครับ (อาจจะไม่ทันใจโก๋ครับ)

หมวดหมู่บันทึก: การเรียนการสอน
คำสำคัญ (keywords): e-learning  lms  lms@psu  moodle  vcr
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ Copyright
สร้าง: 18 ธันวาคม 2551 15:48 แก้ไข: 22 กุมภาพันธ์ 2552 22:12 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

  • เห็นด้วยกับเจตนาดีของทีมงานครับ ที่ผลักดันเพื่อสิ่งที่ดีกว่าเดิม
  • เหตุผลหลักที่ผมยังไม่คิดจะใช้ LMS ตอนนี้ คือ ระบบ ไม่ได้ set default ให้อำนวยความสะดวกผู้ใช้มากพอ
  • สักวันหนึ่ง คงไปถึงจุดนั้น แต่ตอนนี้ คงต้องอิงข้อเท็จจริงนะครับ ว่า ยัง ดูอย่างง่าย ๆ วันก่อนผมช่วยอาจารย์ท่านอื่น upload file จากข้างนอก ผ่าน ADSL ความเร็วสูง แฟ้มเล็กนิดเดียว รออยู่นานมากกกกก ทั้งที่ผมลองเข้า youtube แล้วดูแบบ real-time ได้โดยไม่กระตุก โดยที่แฟ้มใหญ่กว่ากันไม่รู้กี่สิบเท่า ซึ่งคิดเล่น ๆ ว่า ถ้าใส่ multimedia  เต็มพิกัด จะเกิดอะไรขึ้น
  • เห็นด้วยว่า โปรแกรมดี  ครับ แต่ยังไม่อำนวยความสะดวกพอ
  • โปรแกรมเมอร์ที่เขียนโปรแกรมให้คนอื่นใช้ คงต้องยึดหลักว่า ไม่ใช่ทำเอามันส์ของคนเขียน แต่ทำเพื่ออำนวยความสะดวกของคนใช้
  • ผมไม่ปฎิเสธของใหม่ แต่ก็ไม่คิดว่าตัวเองเป็นโรคต้องวิ่งตามแต่ของใหม่ ผมดูว่า ถ้าของใหม่ดีกว่ามาก ผมก็ใช้ของใหม่ ถ้าดีกว่านิดหน่อย ก็ชั่งใจว่า ต้นทุนที่ต้องเสีย(โดยเฉพาะ"เวลา") คุ้มไหม ถ้าเห็นไม่คุ้ม ก็พยายามเลี่ยง 
  • รอให้ระบบลงตัวกว่านี้หน่อย ผมก็จะใช้
  • ตอนนี้ ผมไปสร้าง webpage ส่วนตัวให้นักศึกษาไป download ใช้ โดยไม่ผ่าน LMS เพราะคิดว่า ไหน ๆ ก็ลำบากเท่ากัน ก็ขอใช้ทางเลือกที่ตัวเองลำบากน้อยกว่าไปก่อน

 

เห็นด้วยมากๆ กับเกือบทุกข้อทึี่เขียนมาครับ มีอยู่นิดหน่อยที่จะขอแลกเปลี่ยน

  1. ช่วงนี้เน็ตของ ม.อ. จะช้ามากกว่าปกติ จึงไม่ได้เป็นเรื่องแปลกที่จะประสบปัญหาที่บอกมา สาเหตุที่เน็ต ม.อ.ช้า เพราะวงจรลดลง ส่วนวงจรใหม่ยังไม่เสร็จ รายละเอียดสอบถามจากศูนย์คอมฯ นะครับ 
  2. ก่อนหน้านี้ ที่ภาควิชาก็เคยส่งเสริมการใช้ Moodle ผมก็รู้สึกว่า มันใช้ไม่ง่าย และก็เลือกใช้การสร้าง webpage อย่างที่อาจารย์ทำอยู่ครับ แต่เมื่อเรียนรู้การใช้ Moodle แล้ว ต้องบอกว่า มันสบายกว่าการมานั่งเขียน webpage เองครับ (อันนี้ว่าจากประสบการณ์ บางท่านอาจจะเห็นต่างได้ครับ)

ผมขออธิบายตามที่ผมเข้าใจดังนี้ครับ LMS@PSU  เป็นชื่อที่ตั้งให้กับระบบ e-learning ของเรา โดยใช้ Moodle  ซึ่งเป็นโปรแกรมแบบ Open Source  ซึ่งมีผู้ร่วมพัฒนามากมาย  (ม.อ.เรานำมาใช้โดยไม่ต้องซื้อไม่เสียค่าลิขสิทธิ์  ไม่ได้พัฒนาขึ้นเอง มีเพียงบางส่วนที่ปรับ/พัฒนาเพิ่มเติมให้เข้ากับระบบของเรา)

ปัจจุบัน 20 ธ.ค. 51 Moodle มีผู้ใช้ทั่วโลกหลายหมื่นสถาบันการศึกษา  (46000 กว่า site) ใน 199 ประเทศ  จำนวนผู้ใช้กว่า 25 ล้านคน  เป็น Teacher กว่า 1 ล้าน 8 แสนคน   ดูสถิติได้ที่นี่ครับ http://moodle.org/stats/

เนื่องจากเราเป็นเพียง user ส่วนน้อยนิด   ผู้พัฒนาคงจะไม่พัฒนาโปรแกรมเฉพาะสำหรับเรา แต่คงคำนึงถึงคนส่วนใหญ่   แต่หากเราต้องการก็สามารถจะเข้าร่วมในทีมพัฒนาได้ครับ   หรือนำมาปรับแก้ใช้ให้เหมาะกับเราได้ครับ

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 34.228.115.216
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ