นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 833
ความเห็น: 2

ข้อสอบแบบเลือกตอบกับคุณภาพการศึกษา

ปัจจุบัน ความรู้มีมากมาย ผู้ชนะต้องหาได้ ใช้เป็น ไม่ใช่ใช้จำ ใช้ตาม ที่ทำให้เป็นผู้ใช้ ผู้ตามตลอดไป

การเรียนการสอนสมัยก่อน จะเน้นที่กระบวนการเรียน คือ ให้อ่านออก อ่านเอาเรื่องจับประเด็น และ เขียนได้รู้เรื่อง

ข้อสอบจึงเป็นข้อสอบแบบอธิบาย อภิปรายเป็นข้อ ๆ

ข้อสอบคณิตศาสตร์ ฟิสิคส์ มีการคำนวณเป็นข้อ ๆ

ข้อสอบเคมีมีการเขียนสูตร เขียนสมการ ที่เรียกข้อสอบแบบอัตนัย

มีได้ มีตกซ้ำชั้น

 

การสอบชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายสายสามัญ จะเป็นข้อสอบกลางของกระทรวงศึกษาธิการที่ทุกคนสอบข้อสอบเดียวกันทั้งประเทศ

คนที่สอบได้คะแนนสูงสุดจะเป็นที่หนึ่งของประเทศ ที่เรียกว่า ติดบอร์ด ซึ่งมีสายวิทยาศาสตร์ และสายศิลปศาสตร์

 

การสอบเข้ามหาวิทยาลัยก็เป็นข้อสอบแบบอัตนัยเช่นกัน ซึ่งผู้ที่ทำผิดพลาดไป 1 ข้อ ทำให้มีคะแนนต่างกันไปมาก

 

จากปัญหาการสอบคัดเลือกดังกล่าว ประกอบกับมีจำนวนผู้เรียน ผู้สอบจำนวนมากขึ้นมาก

ทำให้เปลี่ยนข้อสอบจากแบบอัตนัย มาเป็นมีคำถามให้เลือกตอบ ที่เรียกว่า choice หรือ ปรนัย เพื่อให้คะแนนไม่ต่างกันมาก และตรวจข้อสอบได้รวดเร็ว ที่สามารถใช้เครื่องช่วยตรวจข้อสอบได้

 

เมื่อการสอบเป็นแบบปรนัย ทำให้เรียนการสอนเป็นจำเป็นจุด ๆ เป็นประเด็น จนไม่สามารถจับประเด็นเนื้อหา เข้าใจเนื้อหา สื่อสารไม่ได้ ต้องมีตัวเลือก

ส่งผลถึงการทำงานที่จับประเด็นเนื้อหาไม่ได้ นำเสนองานไม่เป็น

ไม่มีวิชาการอ่านเอาเรื่องคือการจับประเด็น

วิชาเรียงความคือการนำเสนอ ทำให้เวลาการนำเสนอข้อมูลก็มีเฉพาะตารางตัวเลข ไม่มีการวิเคราะห์ การอธิบาย

ทำให้แต่ละคนคิดกันไปเอง นอกจากไม่ตรงกับความเป็นจริง ยังเสียเวลาอภิปรายที่เป็นการแสดงความเห็นมากกว่าความจริง

ที่สำคัญคือการเข้าใจผิด ก็นำไปสู่การใช้ผิด คือการทำงานหลายอย่างที่แก้ปัญหา พัฒนาไม่ได้ ที่เป็นปัญหา ความตกต่ำของการศึกษาไทย

 

ข้อสอบปรนัยมีข้อดีที่ตรวจได้ไว ใช้เครื่องตรวจได้

ทำให้การเรียนพิเศษ หรือ การติวมีความเจริญรุ่งเรือง จนทำให้เด็กไทยไม่มีการพัฒนาด้านสังคม ตามวัย ตามธรรมชาติ เพราะติดเรียนทุกวัน ทั้งเย็น ทั้งเสาร์ อาทิตย์

 

การปฏิรูปการศึกษาคงต้องย้อนกลับ ให้มีการฝึกทักษะมากกว่าความรู้ ความจำ

 ต้องมีวิชาคัดไทย คือการฝึกการเขียนให้อ่านออก

วิชาเขียนไทย เพื่อฝึกการรับฟังแล้วจดบันทึก

วิชาอ่านเอาเรื่อง เป็นการจับประเด็น สรุปประเด็น

วิชาเรียงความ เป็นนำเสนอ

วิชาคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ เน้นที่หลัก ปรัชญา ตรรกะเหตุผลของเนื้อหาให้นำไปใช้ได้ เน้นที่ความคิด การคิด เข้าใจความจริง ไม่ใช่ความรู้ ความจำ

 

โดยสรุป คือ เน้นพัฒนาความสามารถ พัฒนาการคิด มากกว่าความรู้ ความจำ

 เพราะปัจจุบัน ความรู้มีมากมาย ผู้ชนะต้องหาได้ ใช้เป็น

ไม่ใช่ใช้จำ ใช้ตาม ที่ทำให้เป็นผู้ใช้ ผู้ตามตลอดไป

หมวดหมู่บันทึก: ประกันคุณภาพ ตัวชี้วัด ประเมินผล
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 01 กุมภาพันธ์ 2557 22:03 แก้ไข: 01 กุมภาพันธ์ 2557 22:04 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 คนธรรมดา, Ico24 ทดแทน, และ 4 คนอื่น.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

หวังว่าเขาจะปฏิรูปได้แบบนี้จริงๆนะคะ ต้องทำกันตั้งแต่ระดับปฐมเลยทีเดียว เพราะปัจจุบันดูวิธีเรียนของเด็กๆแล้ว น่าเป็นห่วงจริงๆค่ะ

Ico48
ยาดม (Recent Activities)
02 Febuary 2014 19:11
#95592

ร่วมปฏิรูปการศึกษา 360 องศา พร้อมจากฐานถึงยอด

เป็นเวลาที่ผู้มีความรู้ความสามารถ ประสบการณ์ต้องเข้าไปร่วมก่อการแล้วหละค่ะ

เพื่อที่เราจะได้เกษตรกรไทยอันเป็นความภูมิใจของแผ่นดินรุ่นต่อๆๆไป

ด้วยความเคารพ

ยาดมเอง

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 34.235.143.190
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ