นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 1739
ความเห็น: 0

ตั้งเป้าหมายอย่างไรให้สมาร์ท (SMART)

"มุ่งมั่น ชัดเจน สำเร็จ"



คงไม่ปฏิเสธกันว่า เราทุกคนต่างต้องการประสบความสำเร็จในชีวิต ซึ่งนิยามของการประสบความสำเร็จก็คงจะมีต่างๆ กันแล้วแต่พื้นเพ ความรู้สึกนึกคิด ประสบการณ์ และต้นทุนชีวิตของแต่บุคคล แต่ที่แน่ๆ ก็คือ ก่อนที่เราจะประสบความสำเร็จได้นั้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่ เราจำเป็นต้องมีเป้าหมายที่เราจะต้องบรรลุ เพื่อนำไปสู่ความสำเร็จที่ต้องการ 

ไม่ว่าเราอยากประสบความสำเร็จด้านใดด้านหนึ่งหรือหลายๆ ด้านก็ตาม จำเป็นต้องมีเป้าหมายที่จะนำพาตัวเราเข้าใกล้ความสำเร็จ โดยอาจเป็นเป้าหมายที่ค่อยๆ ก้าวไปทีละขั้นๆ เหมือนการก้าวขึ้นสู่ที่สูงไปเรื่อยๆ การบรรลุเป้าหมายแต่ละครั้งก็คือการเข้าใกล้ความสำเร็จเข้าไปทุกที เราจะมาเรียนรู้ถึงวิธีการตั้งเป้าหมายให้ SMART กัน

ถ้าท่านมีปากกากับกระดาษอยู่ใกล้ๆ ก็หยิบออกมาเลย  หรือเปิดโปรแกรม Notepad หรือ word ขึ้นมา และให้ท่านลองนึกดูว่าท่านมีเป้าหมายอะไรที่ท่านอยากทำให้สำเร็จบ้าง แล้วลองเขียนออกมา  อะไรก็ได้ ไม่ว่าเล็กหรือใหญ่จะเป็นเรื่องงานหรือเรื่องส่วนตัวก็ได้  จดไว้เลย.. ต่อไปลองดูกันที่เป้าหมายที่ท่านตั้งไว้ทีละอันแล้วลองประเมินมันดู ว่ามันเข้ากับกฎที่จะแนะนำต่อไปนี้หรือเปล่า อนุญาตให้ท่านปรับแก้ได้ตามสะดวก เมื่อท่านได้ปฏิบัติตามคำแนะนำไปทีละข้อ

กฎที่ว่าก็คือ SMART goals 

 

S = Specific (มีความชัดเจน)

M = Measurable (สามารถวัดได้)

A = Attainable (สามารถบรรลุได้)

R = Realistic (อยู่บนพื้นฐานความเป็นจริงของคุณ)

T = Timely (มีกำหนดเวลาแน่นอน)



ต่อไปเราลองมาดูรายละเอียดของแต่ละตัวกัน

 

  • Specific (มีความชัดเจน)

เป้าหมายควรมีความชัดเจนเรียบง่าย ไม่สลับซับซ้อน และเน้นถึงสิ่งที่เราต้องการให้เกิดขึ้น Specific จะช่วยให้เราสามารถทุ่มเทความพยายามของเราลงไปได้อย่างเต็มที่และช่วยทำให้ เราแจ้งชัดในสิ่งที่เรากำลังจะทำ เป้าหมายจะต้องชัดเจนว่าอะไรคือสิ่งที่เรากำลังจะทำ (what) ทำไมเราจึงต้องทำสิ่งนั้นในเวลานี้ (why) เราจะทำสิ่งนั้นได้โดยวิธีใด (how) ลองสำรวจเป้าหมายที่ท่านได้เขียนไว้ว่าได้เป็นไปตามกฎนี้แล้วหรือยัง เป้าหมายของเรามีความชัดเจน แจ่มแจ้ง และเรียบง่ายแล้วหรือยัง

ยกตัวอย่าง  เช่น ถ้าท่านได้ตั้งเป้าหมายไว้ว่า "ฉันจะลดน้ำหนัก" หรือ "ฉันจะมีสุขภาพที่ดีกว่านี้" ลองเปลื่ยนมาเป็น "ฉันจะลดรอบเอวลงอีกสองเซ็นต์" หรือ "ฉันจะวิ่งวันละห้ากิโลเมตร" แทน หวังว่าท่านคงนำกฎข้อนี้ไปปรับใช้กับเป้าหมายของท่านได้


  • Measurable (สามารถวัดได้)

กฎข้อต่อไป เป้าหมายจะต้องวัดได้  ถ้าเป้าหมายเป็นสิ่งที่ไม่สามารถวัดได้ เราก็ไม่สามารถที่จะจัดการกับมันได้ อย่างที่กล่าวไว้ในตอนต้นๆ  เป้าหมายแต่ละเป้าหมายก็คือตัวชี้วัดการประสบความสำเร็จของเรานั้นเอง ถ้าเราสามารถบรรลุเป้าหมายได้มากขึ้นเท่าไหร่ ความสำเร็จก็ใกล้เข้ามาเท่านั้น การที่เราจะบรรลุเป้าหมายก็เฉกเช่นเดียวกัน จำเป็นต้องมีตัวชี้วัด เพราะฉะนั้นในการตั้งเป้าหมายจึงต้องตั้งให้สามารถวัดได้ แล้วเราจะสามารถมองเห็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นได้ จึงจะสามารถทราบได้ว่าเราบรรลุเป้าหมายแล้วเมื่อถึงจุดกำหนดที่เราตั้งไว้ ลองดูเป้าหมายที่ท่านตั้งไว้ว่าเป็นไปตามกฎข้อนี้แล้วหรือยัง เช่น ถ้าท่านตั้งเป้าหมายว่า "ฉันต้องการเป็นนักอ่าน" ซึ่งไม่สามารถวัดได้ ลองเปลี่ยนมาเป็น "ฉันต้องการอ่านหนังสือ Harry Potter เล่มห้า ฉบับภาษาอังกฤษ จำนวน 896 หน้า ให้จบภายในหนึ่งเดือน" ซึ่งท่านสามารถติดตามผลได้ในแต่ละวัน แต่ละอาทิตย์ ว่าท่านได้เข้าใกล้เป้าหมายได้เพียงใด 


  • Attainable (สามารถบรรลุได้)

เป้าหมายต้องสามารถทำให้บรรลุได้ เมื่อคุณได้คิดตั้งเป้าหมายขึ้นมา คุณก็ต้องอยากที่จะทำมันให้สำเร็จใช่มั้ย  แต่ถ้าเป้าหมายที่คุณตั้งไว้นั้นไกลเกินไปเกินกว่าที่คุณจะทำให้สำเร็จได้ คุณก็ไม่สามารถที่จะบรรลุมันได้แม้ว่าคุณจะเริ่มต้นด้วยความตั้งใจดีก็ตาม แต่คุณก็จะเลิกล้มมันไปในที่สุด เป้าหมายที่ดีต้องมีความท้าทายให้เราอยากทำ แต่ต้องอยู่ในวิสัยที่เราสามารถทำได้จริง  เช่น ถ้าคุณตั้งเป้าหมายว่าจะลดน้ำหนักให้ได้สิบกิโลกรัมภายในหนึ่งอาทิตย์ ซึ่งเราก็ทราบว่ามันไม่มีทางเป็นไปได้ คุณคงไม่สามารถไปบังคับร่างกายของคุณได้ขนาดนั้น คุณควรตั้งเป้าหมายเสียใหม่ว่าจะลดน้ำหนักให้ได้หนึ่งกิโลกรัม เมื่อคุณทำสำเร็จแล้วก็ตั้งเป้าหมายต่อไปว่าจะลดน้ำหนักอีกหนึ่งกิโลกรัม ซึ่งมันจะทำให้คุณเห็นว่าคุณสามารถทำได้จริงๆ แล้วมันจะช่วยเป็นกำลังใจให้คุณก้าวต่อไปจนกว่าคุณจะบรรลุจุดมุ่งหมายที่คุณ ได้ตั้งใจไว้



  • Realistic (อยู่บนพื้นฐานความเป็นจริงของคุณ)

เป้าหมายต้องอยู่บนพื้นฐานความเป็นจริงของคุณ ถ้าหากเป้าหมายที่คุณตั้งไว้มันเป็นการปรับเปลี่ยนอย่างกะทันหันหรือเรียก ว่าเป็นการหักดิบ ก็อาจทำให้คุณไม่สามารถบรรลุมันได้ เช่นคุณเป็นคนที่ชอบดูทีวีเอามากๆ แต่ละวันคุณอาจใช้เวลาในการดูทีวีมากกว่าสี่ชั่วโมง ก็อาจตั้งเป้าหมายว่าจะลดชั่วโมงดูทีวีลงหรือกำหนดรายการที่ต้องการดูไว้ ล่วงหน้าแล้วใช้เวลาส่วนที่ลดการดูทีวีนั้นไปทำกิจกรรมที่มีประโยชน์มากกว่า เช่นอ่านหนังสือ จนกระทั่งคุณสามารถปรับตัวได้หรือควบคุมได้ว่าจะดูทีวีไม่เกินวันละหนึ่ง หรือสองชั่วโมงหรือเลิกไปเลย



  • Timely (มีกำหนดเวลาแน่นอน)

ต้องมีกรอบเวลาในการบรรลุเป้าหมาย เช่น คุณอาจตั้งเป้าหมายที่จะบรรลุในอาทิตย์หน้า ในสามเดือน หรือเมื่อจบมหาวิทยาลัย ถ้าคุณตั้งเป้าหมายโดยไม่มีกรอบเวลา ความมุ่งมั่นที่จะทำให้สำเร็จอาจจะอ่อนลงไป เพราะคุณอาจจะคิดว่าคุณจะเริ่มทำเมื่อไหร่ก็ได้ ถ้าไม่มีเวลาจำกัด คุณก็คงไม่รีบร้อนที่จะทำมันตอนนี้ แต่ทั้งนี้กรอบเวลาที่ตั้งก็ต้องสามารถวัดได้ สามารถบรรลุได้ และอยู่บนพื้นฐานความเป็นจริงของคุณด้วย

 

หวังว่า ใครที่อยากประสบความสำเร็จในชีวิตหรือสิ่งที่ตนเองปรารถนา..จงเป็นจริง :))
----------
thanks : http://www.oknation.net/

 

หมวดหมู่บันทึก: พัฒนางานประจำ
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 09 พฤษภาคม 2556 17:21 แก้ไข: 09 พฤษภาคม 2556 17:27 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 DaDa, Ico24 Monly, และ 3 คนอื่น.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ไม่มีความเห็น

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 34.200.222.93
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ