นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 1345
ความเห็น: 1

“4 ใจ”หลักการบริหารทรัพยากรมนุษย์

สร้างองค์กรมีชีวิต นำองค์กรสู่ความยั่งยืน

เป็นบทความดีมาแบ่งปันกันค่ะ :))

เคยมีคนถามผมอยู่บ่อยๆ ว่า อะไรเป็นปัจจัยสำคัญในความสำเร็จขององค์กร หากปัจจัยเหล่านั้นมีหลายปัจจัย ขอให้ยกปัจจัยสำคัญที่สุดเพียงหนึ่งปัจจัย ซึ่งผมก็มักจะตอบเสมอๆ ว่า ปัจจัยที่สำคัญที่สุดนั่นก็คือ “คน” หากปราศจาก “คน” ในองค์กร และ “คน” ที่เราเกี่ยวข้องด้วย แล้วทุกสิ่งทุกอย่างก็เกิดขึ้นไม่ได้ และ “คน” ก็ยังสามารถนำพาองค์กรไปสู่ความสำเร็จและความล้มเหลวได้เช่นกัน  ดังนั้น “คน” จึงต้องได้รับการจัดการที่ดีและได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

หลักในการบริหารทรัพยากรมนุษย์ที่ผมใช้เป็นหลักธรรมชาติ หากเรารู้ธรรมชาติของมนุษย์ เราก็จะบริหารทรัพยากรมนุษย์ได้เป็นอย่างดีและมีประสิทธิภาพ มนุษย์ทุกคนมีความต้องการและมีเป้าหมายชีวิตที่แตกต่างกัน บางคนอาจมีเป้าหมายชีวิตอยู่ที่ความร่ำรวยมีทรัพย์สินมากมาย บางคนอาจมีเป้าหมายชีวิตอยู่ที่การมีชื่อเสียง มีเกียรติประวัติเป็นที่ยอมรับของสังคม บางคนอาจต้องการใช้ชีวิตที่มีโอกาสค้นหาสิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ หรือบางคนอาจต้องการใช้ชีวิตอย่างสมถะ เหล่านี้ล้วนเป็นความแตกต่างของแต่ละปัจเจกบุคคล

นอกจากนั้นก็ยังมีระดับสูงต่ำที่มากน้อยแตกต่างกันด้วย แต่จุดหมายปลายทางไม่แตกต่างกันมากนัก นั่นก็คือ ความสุขและการมีคุณภาพชีวิตที่ดี หากเขาพบว่าสิ่งที่เราบริหารจัดการเป็นเส้นทางเดียวกับสิ่งที่จะนำพาเขาไป สู่ความต้องการและเป้าหมายชีวิตนั้น ทุกสิ่งทุกอย่างก็เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ด้วย “ใจ” ที่เต็มเปี่ยมด้วยพลัง”

 

ดังนั้น หลักในการบริหารทรัพยากรมนุษย์ของผมจึงใช้หลัก “4 ใจ” เสมอมา

1. เข้าใจ มนุษย์ทุกคนมีความแตกต่างกันทั้งทางสรีระ สติปัญญา และจิตใจ  เราจึงจำเป็นจะต้องเข้าใจเขา ไม่ว่าจะเป็นจุดเด่น จุดด้อย ความรู้ ความสามารถ จริต อุดมการณ์ ความคิด พื้นฐานครอบครัว และอื่นๆ อีกมากมาย  การเข้าใจความแตกต่างของมนุษย์ ทำให้เราสามารถเลือกมอบหมายหน้าที่การงานให้ถูกต้องกับคนแต่ละประเภท เป็นการนำเอาความรู้ ความสามารถ ความเก่งกาจของเขาออกมาใช้ให้ได้ผลอย่างเต็มที่   ในขณะเดียวกันก็หลีกเลี่ยงการมอบหมายงานให้กับคนที่ไม่สามารถทำงานนั้น    เพื่อจะได้ไม่เกิดผลลัพธ์อันไม่พึงประสงค์ขึ้นได้ คนที่ได้มีโอกาสทำงานในสิ่งที่ตนรัก ตนถนัด ย่อมจะทำงานนั้นอย่างมีความสุขและได้ผลงานที่มีคุณภาพ  

2. จูงใจ มนุษย์ทุกคนมีความสุขใจหรือความสะดวกใจที่จะทำสิ่งหนึ่งสิ่งใดมากน้อยไม่เท่ากัน เราเรียกขอบเขตความสะดวกใจนั้นว่า “Comfort Zone” เมื่อเราเข้าใจเขาดีแล้ว เราก็จะรู้ว่า “Comfort Zone” ของเขาว่ามากน้อยเพียงใด และจะดีขึ้นมากถ้าคนเรามี “Comfort Zone” ที่ ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเวลาผ่านไป  ศักยภาพในการทำสิ่งหนึ่งสิ่งใดก็จะมากขึ้นเรื่อยๆ การจูงใจนี้จึง

ประกอบด้วย 5 ความกล้า  กล่าวคือ กล้าเรียนรู้ กล้าคิด กล้านำเสนอ กล้าทำ และกล้ารับผิดชอบ ปัจจุบันความรู้และวิทยาการต่างๆ ได้ถูกค้นคิดขึ้นใหม่อยู่ตลอดเวลา ประกอบกับการปฏิบัติงานให้สัมฤทธิ์ผลมีความซับซ้อนยิ่งขึ้น จำเป็นจะต้องใช้ความรู้ที่ผสมผสานกันหลายแขนง (Multidisciplinary Knowledge) วิศวกรอาจจะต้องใช้ความรู้ด้านบัญชีการเงินหรือวิทยาศาสตร์อาหารเพิ่มเติม  นักการตลาดอาจจะต้องใช้ความรู้ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศเพิ่มเติม เป็นต้น การจูงใจให้กล้าที่จะเรียนรู้ในสิ่งที่ตนเองไม่ถนัด จะทำให้วันหนึ่งสิ่งนั้นกลายเป็นสิ่งที่รู้และถนัดขึ้นมาได้ ขอบเขตความสะดวกใจในความรู้ก็จะกว้างใหญ่ขึ้น รู้มากก็มีวัตถุดิบในการคิดมาก เราก็จูงใจให้เขากล้าคิด และกล้าที่จะนำความคิดนั้นมาแลกเปลี่ยนกับคนอื่นในองค์กร ความคิดนั้นอาจเอื้อประโยชน์ในการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้กับผู้อื่นก็ได้ เมื่อความมั่นใจในสิ่งที่คิดมีมากขึ้น ขอบเขตความสะดวกใจในการนำเสนอก็ใหญ่ขึ้น และก็จะพัฒนาจากความกล้าเสนอไปสู่ความกล้าทำและกล้ารับผิดชอบในที่สุด เราจำเป็นที่จะต้องเปิดโอกาสให้เขาได้เกิด 5 ความกล้านี้ ผลลัพธ์อาจมีถูกมีผิดได้ ถูกเป็นพลังใจ ผิดเป็นครู และจะถูกนำไปแก้ไขปรับปรุงให้ดีขึ้นต่อไป แต่จะต้องไม่ถูกนำมาเป็นอุปสรรคปิดกั้นความกล้านี้ไป

3. สานใจ ในองค์กรประกอบด้วยคนจำนวนมาก มีหน้าที่แตกต่างกันไป หากได้นำเอาความรู้ความสามารถของแต่ละคนมาเกื้อกูลกันจะเกิดพลังขึ้นอย่างมาก  ดังนั้นจึงจำเป็นที่จะต้องมีการส่งเสริมการทำงานเป็นทีม ด้วยการจัดการทีมงานข้ามสายงานที่มีเป้าหมายร่วมกัน นอกจากการทำงานเป็นทีมโดยมี “งาน” เป็นตัวสานใจแล้ว เรายังสามารถใช้ “ความชอบ” ที่เหมือนกันของแต่ละคนมาเป็นตัวสานใจโดยผ่านการทำกิจกรรมร่วมกัน อาทิ คนที่ชอบเล่นดนตรี เมื่อเราจัดให้มีชมรมดนตรี มีเครื่องดนตรีครบครัน พวกเขาเหล่านั้นก็จะมารวมตัวกันเล่นดนตรีในเวลาที่เว้นว่างจากการทำงานได้ คนใดคนหนึ่งอาจมีหลาย “ความชอบ” ก็อาจร่วมกิจกรรมกับคนได้หลายกลุ่ม จึงเป็นการขยายขอบข่ายการสานใจให้กว้างขวางยิ่งขึ้น การทำงานเป็นทีมและการทำกิจกรรมร่วมกันยังช่วยส่งเสริมให้เกิดการ “เข้าใจ” และการ “จูงใจ”  ใน 2 ข้อแรกเป็นลูกโซ่ต่อเนื่องกันไปกับคนอื่นๆ อีกด้วย  

4. ได้ใจ องค์กรที่มีความยั่งยืนจะต้องเป็นองค์กรที่มีชีวิต มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อตอบสนองต่อสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป และแน่นอนว่าในทุกช่วงเวลาที่ผ่านไปจะมีอุปสรรคอยู่บ้าง แต่สิ่งที่จะยึดเหนี่ยวให้ทุกคนในองค์กรร่วมแรงร่วมใจในการฝ่าฟันอุปสรรคเหล่านั้นไปได้ มีทุกข์ร่วมต้าน มีสุขร่วมเสพ ก็ด้วยใจที่ “รักและผูกพัน” ต่อองค์กรเสมือนครอบครัวเดียวกัน ผู้อาวุโสมากกว่าจะต้องมีความเมตตา ผู้อาวุโสน้อยกว่าจะต้องมีความนับถือ โดยทุกๆคน เป็นแบบอย่างที่ดี (Role Model)  ต่อกันและกัน

หลัก “ 4 ใจ ” นี้ มีเครื่องมือสำคัญชิ้นหนึ่งที่ช่วยให้บรรลุเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิผลนั่นก็คือ “การสื่อสารเพื่อความเข้าใจในองค์กร ” การสื่อสารภายในองค์กรเราทำได้หลายช่องทาง และหลายสื่อ อาทิ การติดประกาศ วิทยุเสียงตามสาย Digital Signage เว็ปไซต์ การประชุม การสัมมนา เป็นต้น รวมถึงการใช้ห้องสนทนาในระบบสื่อสารบนสังคมออนไลน์ต่างๆ 

ทั้งนี้ การสื่อสารทั้งหมดมีจุดมุ่งหมายเพื่อความเข้าใจร่วมกันในองค์กร ตั้งแต่ปรัชญาในการดำเนินธุรกิจ ค่านิยมองค์กร วิสัยทัศน์ เรื่อยมาจนถึงส่วนที่ย่อยที่สุดในระดับบุคคลที่ทุกคนจะทราบถึงบทบาท หน้าที่ และ KPI ของตนเอง ในด้านของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ก็สำคัญยิ่งเช่นกัน การเปลี่ยนแปลงต่างๆในโลกนี้ไม่ว่าจะเป็นวิทยาการ เทคโนโลยี ระเบียบการค้าโลก สภาพสังคม สิ่งแวดล้อม และอื่นๆ เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลาและรวดเร็วมากขึ้น ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งท้าทายขององค์กร

ในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เพื่อพร้อมรับกับการเปลี่ยนแปลงนั้น ไม่มีใครไม่ทำงานร่วมกับ “คน” ไม่ว่าจะเป็นเพียงคน 2 คนหรือคนหมู่มาก เราต่างต้องพึ่งพาซึ่งกันและกัน เพื่อให้ผลลัพธ์ของงานเป็นไปตามเป้าหมายที่ได้วางไว้ หากคนหนึ่งเดินเร็ว อีกคนหนึ่งเดินช้า นั่นหมายถึง เราอาจต้องการพัฒนา (HRD) หากคนหนึ่งตัวสูงเอื้อมถึง อีกคนหนึ่งตัวเตี้ยเอื้อมไม่ถึง เราอาจต้องการการจัดการ (HRM) งานบุคคลเป็นงานที่ทุกคนมีส่วนเกี่ยวข้องด้วยเสมอ


ผมจึงเชื่อว่าผู้บริหารทุกคนต้องเป็น HR Manager ในตัวคนเดียวกันด้วย

 

โดย วิเศษ  วิศิษฏ์วิญญู รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท ซีพีค้าปลีกและการตลาด จำกัด

-------------

ขอขอบคุณ :  http://www.cpthailand.com

หมวดหมู่บันทึก: บริหารทรัพยากรมนุษย์
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 05 มิถุนายน 2556 15:58 แก้ไข: 05 มิถุนายน 2556 16:03 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 DaDa, Ico24 Monly, และ 7 คนอื่น.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

  "เข้าใจ  เข้าถึง  พัฒนา" พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก็ใช้ได้ตลอดค่ะสำหรับผู้บริหารทุกระดับ

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 34.200.222.93
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ