นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

Our Shangri-La
Ico64
Kittisakdi Choomalee

ภาควิชาเวชศาสตร์ชุมชน คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
Network
Members · Following: 0 · Followed: 16

อ่าน: 3395
ความเห็น: 0

ก้าวย่าง ทางเดิน ลืมเลือนคืนวัน ดั้นด้นไป: ฤดูกาล ๒ - ๑ - (ปลอด) ประสบการณ์แชร์ - ตามใจฉัน

เรื่องง่ายๆ styles ฉันเอง

พื้นที่ตรงนี้เป็นพื้นที่ของการแบ่งปัน แบ่งปันประสบการณ์ แบ่งปันความรู้ แบ่งปันการเรียนรู้

พื้นที่ตรงนี้เป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้

แบ่งปันการเรียนรู้ แลกเปลี่ยน เรียนรู้

ไม่ได้สนับสนุนให้ใครเรียนรู้ที่จะกระทำสิ่งละเมิดใดๆ หากผู้ใดกระทำการละเมิดสิ่งใดก็เป็นความรับผิดชอบของบุคคลท่านนั้นๆ เอง

มีคำถามข้อสงสัยที่ผมได้รับทราบมาหลายต่อหลายครั้ง ในเรื่องของการ "ไม่ได้อย่างที่ฉันต้องการ"

เรื่องที่ไม่ได้อย่างที่ฉันต้องการนั้นก็คือเรื่องที่เกี่ยวข้องกับบันทึกก่อนหน้านี้ ๒ บันทึกนั่นก็คือเกี่ยวข้องอยู่กับเรื่องของการจัดการเอกสารอ้างอิง ด้วยโปรแกรมช่วยเหลือต่างๆ

ในส่วนของโปรแกรมที่ใช้จัดการเอกสารงานวิจัยที่เป็นโปรแกรมทางการค้านั้น Endnote ถือเป็นโปรแกรมหนึ่งที่ได้รับความนิยมใช้งานกันมากโปรแกรมหนึ่ง

เนื่องจากสำนักพิมพ์แต่ละสำนัก ส่วนใหญ่จะมีรูปแบบการอ้างอิงเป็นของตนเอง ทำให้รูปแบบการอ้างอิงที่มีให้มากับโปรแกรมนั้นอาจจะไม่ครอบคลุมรูปแบบที่ผู้ใช้ต้องการทั้งหมด

ดังนั้นหนทางแก้ปัญหาของสำนักพิมพ์ต่างๆ (บางสำนัก) ก็คือการจัดทำรูปแบบการอ้างอิงเอาไว้ และให้ผู้ที่ต้องการส่งงานวิจัยตีพิมพ์ในวารสารของตนเอง download รูปแบบการอ้างอิงไปใช้

แต่หลายๆ ที่ไม่ได้จัดทำรูปแบบการอ้างอิงเอาไว้ในรูปแบบของโปรแกรมประยุกต์จะมีก็แต่เป็นคู่มือการเขียนอ้างอิงเท่านั้น

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรอบรั้วสถานศึกษาหลายแห่ง

เมื่อเป็นเช่นนี้แล้วจะทำอย่างไรดีครับ

คำตอบของเรื่องนี้ก็คือ "ทำเอง" ครับ

การที่เราจะเขียนหรือกำหนดรูปแบบเองทั้งหมดนั้นคงจะต้องอาศัยความพยายามมากทีเดียว รวมถึงต้องอาศัยความรู้ความเข้าใจในเรื่องของโปรแกรมมิ่งพอสมควร

หนทางแก้ไขก็คือ ให้เราหารูปแบบที่ใกล้เคียงกับรูปแบบการอ้างอิงที่เราต้องการแล้วนำมาแก้ไขให้เป็นรูปแบบการอ้างอิงของเราเอง หรือที่เราต้องการ

นอกจากนี้มีข้อสงสัยเกี่ยวกับการอ้างอิงเอกสารที่เป็นภาษาไทยว่าจะทำอย่างไร เนื่องจากคำเชื่อมต่างๆ ที่มีในโปรแกรมนั้นเป็นภาษาอังกฤษหรือเป็นสัญญลักษณ์ตัวอักขระโรมัน แทนที่จะเป็นตัวอักษรไทย

กรณีนี้เกิดปัญหาเมื่อเราอ้างอิงเอกสารอ้างอิงที่เป็นเอกสารอ้างอิงทั้งภาษาไทยและภาษาต่างประเทศ

แนวทางการแก้ไขปัญหานี้คงไม่ได้ทำในขั้นตอนเดียวแต่อาจจะต้องทำขั้นตอนมากกว่า ๒ ขั้นตอนขึ้นไป แต่ขั้นตอนแรกก็คงเป็นเรื่องของการเปลี่ยน ส่วนที่เป็นภาษาต่างประเทศให้เป็นภาษาไทยนั่นเอง

การกระทำเช่นนี้ก็คือการเข้าไปแก้ไข "รูปแบบ" หรือ output styles ของโปรแกรมนั่นเอง

ในบันทึกนี้ผมจะแนะนำหรือชี้ให้เห็นช่องทางของการแก้ไขรูปแบบนะครับ ส่วนการแก้ไขในรายละเอียดนั้นคงต้องให้ท่านผู้อ่านที่รักทั้งหลายนำไปแก้ไขดัดแปลง ทดลองกันเอาเองนะครับ

ในบันทึกนี้ผมยกตัวอย่างการแก้ไข output styles ของโปรแกรม Endnote นะครับ

หากต้องการแก้ไข output styles ในโปแกรม Endnote นั้นให้ผู้อ่านที่รักทุกท่านเปิดโปรแกรม Endnote  ขึ้นมา คลิกที่เมนู Edit เลือก Output Styles..

จากเมนู output styles เราจะเห็นรายการของรุปแบบการอ้างอิงที่เคยใช้ไปก่อนหน้านี้ ให้คลิกเลือกรูปแบบการอ้างอิงที่ต้องการแก้ไข หากไม่มีรูปแบบที่ต้องการอยู่ในรายการรูปแบบที่เคยใช้ ให้ออกจากเมนู edit กลับมาเลือกรูปแบบอ้างอิงที่ต้องการเสียก่อน

รูปแบบการอ้างอิงใดที่ถูกใช้เป็นรูปแบบอ้างอิงปัจจุบันจะมีเครื่องหมายถูกอยู่หน้ารูปแบบการอ้างอิงนั้นๆ

ในตัวอย่างนี้รูปแบบการอ้างอิงแบบ "Social Science and Medicine" ถูกใช้เป็นรูปแบบอ้างอิงปัจจุบัน

ตัวอย่างต่อไปนี้เป็นการเข้าไปแก้ไขรูปแบบการอ้างอิงแบบ Author-Date

ก่อนอื่นให้เลือกรูปแบบการอ้างอิงแบบ Author-Date ให้เป็นรูปแบบการอ้างอิงปัจจุบันก่อน (มีเครื่องหมายถูกด้านหน้า) หลังจากนั้นให้คลิกที่ "Edit "Author-Date""

หลังจากนั้นเราจะเข้าสู่หน้าต่างของการแก้ไข/ เพิ่มเติมรูปแบบการอ้างอิง (ตามรูปแบบที่เราต้องการ)

ส่วนที่สำคัญที่ใช้ในการอ้างอิงโดยทั่วไปมีอยู่ ๒ ตำแหน่งที่ใช้คือตำแหน่งของ "Citations" และ "Bibliography" เป็น ๒ ส่วนหลักที่เราต้องแก้ไข ส่วนอื่นๆ นั้น (อาจจะ) ไม่จำเป็นต้องแก่ไข

ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการใช้งานของผู้ใช้ด้วย

ส่วนของ Citations นั้นจะเป็นส่วนของการอ้างอิงในเอกสารหรือ in text citations ส่วน Bibliography นั้นจะเป็นส่วนของบรรณานุกรม หรือรายการของเอกสารอ้างอิงนั่นเอง

ย้ำอีกครั้งนะครับ ว่าผมขอพูดผ่านๆ ไปนะครับไม่ลงไปในรายละเอียดของการแก้ไข

เรามาดูส่วนแรกที่ต้องแก้ไขกันก่อนนะครับ

ในส่วนของ Citations (คอลัมภ์ซ้ายมือ) ให้คลิกที่ Templates

เมื่อคลิกที่ Templates คอลัมภ์ขวามมือจะปรากฏรูปแบบของการอ้างอิงในเอกสาร ในตัวอย่างนี้จะเป็นคำว่า (Author Year)

ทั้ง Author และ Year จะเป็นสิ่งที่เรียกว่า Field ต่างๆ หรือหัวข้อต่างๆ ของเอกสารอ้างอิง (Field จะมีจำนวนหลาย Field เช่น Title, Volume, Author, Year, Publisher, pages, Date ...)

ในที่นี้การอ้างอิงในเอกสารจะเป็นการอ้าอิงโดยใช้ชื่อผู้แต่ง เว้น ๑ ช่องไฟตามด้วยปีที่ ทั้งหมดอยู่ภายในเครื่องหมาย ()

หากเราต้องการปรับเปลี่ยนหรือเพิ่มเติม field ใดๆ ให้คลิกที่ปุ่ม Insert Field ด้านบนกรอบขาวๆของคอลัมภ์ขวามือ

ด้านล่างของคอลัมภ์ขวามือ เป็นการกำหนดเครื่องหมายคั่นหากมีการอ้างอิงมากกว่า ๑ เอกสารอ้างอิง (Multiple citation separator:) ในตำแหน่งเดียวกัน

ในรูปแบบการอ้างอิงแบบ Author-Date จะใช้เครื่องมาย ";" เป็นเครื่องหมายคั่น หากต้องการปรับเปลี่ยนเป็นเครื่องหมายอื่นก็ให้แก้ไข/ ปรับเปลี่ยนตามต้องการ

และกำหนดรูปแบบของปี (Year format) หากต้องการใช้เลขปีเพียง ๒ หลักสุดท้ายให้คลิกเลือกตรง Use 2-digit years (99) - ตัวอย่างคือ 99 (ค.ศ. 1999)

ถัดมาให้คลิก Author Lists ที่คอลัมภ์ซ้ายมือในส่วนของ Citations

ในส่วนของ Author Lists จะเป็นการกำหนดลักษณะการแสดงผู้แต่ง

ในส่วนของ Number of authors, between, before last

คือการกำหนดให้แสดงชื่อผู้แต่งอย่างไร ระหว่างผู้แต่งคนที่ ๑ กับคนที่ ๒ (Between) ให้ใช้เครื่องหมายใดคั่น และก่อนคนสุดท้ายให้ใช้เครื่องหมาย/ คำใด คั่น

ในที่นี้ให้คั่นชื่อผู้แต่งลำดับที่ ๑ และ ๒ ด้วยเครื่องหมาย "," และใช้คำว่า "and" คั่นผู้แต่งคนสุดท้าย (หน้าชื่อผู้แต่งคนสุดท้าย)

ในส่วนของ Abbreviated Author List - First Appearance

การอ้างอิงแบบ Author-Date จะกำหนดเป็น หากมีผู้แต่งตั้งแต่ ๓ คนขึ้นไปให้แสดงแค่ ๒ คนแรกเท่านั้น ที่เหลือให้ใช้คำว่า et al.

ส่วนของ Abbreviated Author List - Subsequent Apprearances

ให้แสดงผลเช่นเดียวกับ First Apprearance ในส่วนนี้หมายถึงหากมีตำแหน่งการอ้างอิงมากกว่า ๑ แห่งจะให้แสดงการอ้างอิงแบบใด เหมือนหรือต่างกับการอ้างอิงในตำแหน่งแรกอย่างไร

Author  Name

ส่วนของ Author Names ใช้กำนดการแสดงผลเกี่ยวกับชื่อผู้แต่ง

ส่วนที่น่าสนใจก็คือ Consecutive Citations by the Same Author หากมีการอ้างอิงงานวิจัย(ต่างเรื่อง ต่างปี) จากผู้แต่ง (ทำวิจัย) คนเดียวกัน ในตำแหน่งอ้างอิงตำแหน่งเดียวกัน จะให้แสดงผลอย่างไร

หากไม่ต้องการให้แสดงชื่อผู้แต่งคนเดียวกันซ้ำ ๒ ครั้ง (หรือมากกว่า กรณีอ้างอิงตำแหน่งเดียวกัน) ให้คลิกเลือกที่ Omit Repeated Authors (e.g. Smith 1999, 2000) และจะให้ใช้เครื่องหมายใดคั่น (ปี)

  • Separate these citations with "," กำหนดเครื่องหมายคั่น

ดังตัวอย่างการอ้างอิงงานวิจัยของ Smith จำนวน ๒ เรื่องคืองานวิจัยในปี 1999 และปี 2000 หากเลือก Omit ... จะแสดงการอ้างอิงเป็น Smith 1999, 2000

Sort Order

จัดรูปแบบการเรียงลำดับชื่อผู้แต่ง

การอ้างอิงแบบ Author-Date จะกำหนดให้เรียงลำดับผู้แต่ง (Citation Sort Order) เป็น Year + Author

ส่วนที่เหลือของ Citatins ผู้อ่านที่รักทุกท่านลองแกะๆ ดูเอานะครับ

ผมจะข้ามไปยังส่วนท Bibliography หรือส่วนที่กำหนดการเขียนรายการอ้างอิง หรือบรรณานุกรมท้ายเล่ม ส่วนนี้อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงน้อยและรายละเอียดค่อนข้างมาก หากท่านใดสนใจที่จะปรับเปลี่ยนลองศึกษากันดูนะครับ (อีกแล้ว)

ส่วน Bibliography ส่วนแรกคือ Templates

การกำหนดการเขียนบรรณานุกรมจะกำหนดแตกต่างกันไปตามแต่ประเภท (แหล่ง) ของเอกสารอ้างอิง (Reference Types) เช่น งานวิจัยจากวารสารต่างๆ จากหนังสือ (ทั้งเล่ม หรือเฉพาะบทใดบทหนึ่ง) เอกสารประกอบกาารประชุม เวปไซต์ วิทยานิพนธ์ เป็นต้น

รูปแบบการอ้างอิงแบบ Author-Date กำหนดการเขียนบรรณานุกรมจากแหล่งที่มาของเอกสารอ้างอิงเอาไว้ ๑๐ ประเภท คือ Generic, Blog, Book, Book Section, Conference Proceedings, Edited Book, Electronic Article, Journal Article, Thesis และ Web Page

ในแต่ละประเภทจะประกอบด้วย Field ต่างๆ กัน

ตัวอย่างของเอกสารอ้างอิงที่เป็น Generic ประกอบด้วย field

Author (Year). Title|. Secondary Title|. Secondary Author|. Place Published|, Publisher|. Volume|: Pages|.

หากต้องการเปลี่ยนแปลง/ เพิ่มเติม ขยับให้ field ใดก่อนหลังก็จัดการได้เลยครับ ซึ่งอันนี้ต้องขึ้นอยู่กับรูปแบการอ้างอิงแบบที่เราต้องการด้วยนะครับ นั่นคือเราต้องมีคู่มือการเขียนอ้างอิงในแบบฉบับที่เราต้องการอยู่ด้วยในมือ

ส่วนอื่นๆ ที่เหลือก็ใช้หลักการเดียวกันกับ Citations

 

หลังจากจัดการเสร็จแรียบร้อยแล้วก็อย่าลืมบันทึกการเปลี่ยนแปลงเก็บเอาไว้ ผมแนะนำให้บันทึกเป็นรูปแบบการอ้างอิงรูปแบบใหม่ (แบบฉบับของฉันเอง) เพื่อคงต้นฉบับรูปแบบการอ้างอิงแบบเดิมเอาไว้

ในที่นี้ผมบันทึกเป็นชื่อ "My Own Author Date (05122011)"

คลิกที่เมนู File เลือก Save As..


ใส่ชื่อรูปแบบใหม่ตามใจฉัน

ปิดหน้าต่างการแก้ไขรูปแบบอ้างอิงโดยการคลิกที่เมนู File เลือก Close Style

มาถึงตอนนี้หวังว่าท่านผู้อ่านที่รักทั้งหลายคงนำไปปรับแต่งรูปแบบการอ้างอิงให้เข้ากับการอ้างอิงของตนเองได้แล้วนะครับ

เมื่อเราบันทึกรูปแบบที่เราแก้ไขแล้ว รูปแบบที่เราแก้ไขจะถูกจัดเก็บ (บันทึก) ไว้ในโฟลเดอร์เดียวกับโฟลเดอร์เก็บรูปแบบ (Styles) ที่ติดตั้งโดยโปรแกรม Endnote (เช่น C:\Program Files\EndNote XX)\Styles)

หากต้องการเรียกใช้ก็เรียกใช้ได้เช่นเดียวกับรูปแบบการอ้างอิงอื่นๆ เช่น

คลิกเลือก Select Another Style จากแถบเครื่องมือของ Endnote

เลือกรูปแบบการอ้างอิง (ของฉัน) จากหน้าต่างรายการรูปแบบการอ้างอิง

เท่านี้ก็เรียบร้อยโรงเรียนแชร์แล้วครับ

ยาวไปแล้วครับท่านผู้อ่านที่รัก บันทึกนี้คงเป็นบันทึกที่ ๒๔ ของฤดูกาลล่านกเงือกฤดูกาลที่ ๒ (ถ้าไม่นับรวมบันทึกแหล่งข้อมูลภัยพิบัติ) และเป็นบันทึกที่ ๔๐๐ ของบล็อก "สุดคณานับ ดารารายเกลื่อนเวิ้งนภากาศ" (นับทั้งหมดที่เขียนเสร็จหรือเขียนยังไม่เสร็จ เขียนเสร็จแต่ไม่ปล่อย - ฮา)

มีความสุขกับการอ่านถ้วนทั่วกันนะครับ

เราเอง

ปล. เรื่องนี้มีคนถามมา ก็จัดไป โปรดอย่ามีเคืองเรื่อง software ^-^

มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับโรงจอดเครื่องบินหมายเลข ๑๘ ที่ฐานทัพอากาศ "Wright Patterson Air Force Base" รัฐ Ohio

หมวดหมู่บันทึก: บริการวิชาการ
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 06 ธันวาคม 2554 16:22 แก้ไข: 06 ธันวาคม 2554 16:28 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 คนธรรมดา.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ไม่มีความเห็น

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.226.251.205
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ