นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

Our Shangri-La
Ico64
Kittisakdi Choomalee

ภาควิชาเวชศาสตร์ชุมชน คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
เครือข่าย
สมาชิก · ติดตาม: 0 · ผู้ติดตาม: 16

อ่าน: 1232
ความเห็น: 3

ก้าวย่างทางเดิน ลืมเลือนคืนวัน ดั้นด้นไป: Check น้ำ

ทุกอย่างต้องวางแผน

ระหว่างรอความพร้อมของนักศึกษาที่จะออกลงพื้นที่เพื่อเตรียมทำกิจกรรมในช่วง ๔ - ๖ โมงเย็น

กิจกรรมจะถูกจัดขึ้นที่บริเวณมัสยิดบ้านห้วยหาร

นักศึกษาบางส่วนล่วงหน้าไปลงพื้นที่แล้ว เหลืออีกส่วนหนึ่งที่กำลังรอ "รถประชาสัมพันธ์" ที่ขอความอนุเคราะห์จากองค์กรในท้องถิ่น อีกประมาณครึ่งชั่วโมงก็จะมาถึง

กลุ่มที่ออกพื้นที่ไปก่อนล่วงหน้าแล้วส่วนหนึ่งนอกเหนือจากการเตรียมพื้นที่ เตรียมกิจกรรมแล้ว ยังออกเดินสายประชาสัมพันธ์ ให้ความรู้ตามบ้าน

ช่วงก่อนหน้านี้คงเป็นเรื่องของการเก็บรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อนำผลจากการวิเคราะห์มูลมาประกอบการตัดสินใจ และ/หรือใช้เพื่อวินิจฉัยชุมชน

ข้อมูลที่ได้มีทั้งส่วนที่เป็นข้อมูลเชิงปริมาณ (Quantitative data) และข้อมูลเชิงคุณภาพ (Qualitative data)

ข้อมูลเชิงคุณภาพส่วนใหญ่จะได้จากการสัมภาษณ์ key man ในชุมชน

ไม่ใช่ช่างทำกุญแจแต่อย่างใดนะครับ

บุคคลสำคัญในชุมชน เช่นผู้นำชุมชนซึ่งอาจจะเป็นผู้นำชุมชนที่เป็นผู้นำตามธรรมชาติหรือเป็นผู้นำอย่างเป็นทางการ ผู้นำทางศาสนา/ จิตวิญญาณ ปราชญ์ชุมชน

เครื่องมือที่ช่วยในการวินิจฉัยชุมชนส่วนหนึ่งคือเครื่องมือ ๗ ชิ้นของคุณหมอโกมาตร จึงเสถียรทรัพย์

ซึ่งเครื่องมือ ๗ ชิ้นนี้จะช่วยให้เรามองเห็นภาพที่เชื่อมโยงกันในภายในชุมชนในมุมมองต่าง ๆ กันได้

สิ่งแรกที่นักศึกษาเข้ามาเพื่อวินิจฉัยชุมชนนั้น นอกเหนือจากการเตรียมเครื่องมืออื่น ๆ สำหรับเก็บข้อมูลปัจจัยที่ส่งผลต่อภาวะสุขภาพของชุมชน/ ประชาชนในพื้นที่แล้ว "แผนที่เดินดิน" เป็นเครื่องมือ ๑ ใน ๗ เครื่องมือของคุณหมอโกมาตร ที่ช่วยให้นักศึกษามองเห็นภาพของชุมชนโดยรวมชัดขึ้น

ซึ่งอาจจะทำให้นักศึกษามองเป็นปัจจัยซ่อนเร้นที่สำคัญที่ส่งผลต่อภาวะสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ได้ดียิ่งขึ้น นอกจากการวินิจฉัยชุมชนด้วยเครื่องมืออื่น ๆ

เสียงรถประชาสัมพันธ์ดังอยู่ใกล้ ๆ แล้ว

เอาไว้มาต่อนะครับ

เด็ก ๆ ที่เหลือโดดขึ้นรถประชาสัมพันธ์ไปกันหมดแล้วพร้อม ๆ กับเสียงจากระประชาสัมพันธ์ที่ค่อย ๆ เลือนหายไป  ความเงียบเข้ามาเยือนอย่างปกติ

มาอยู่ในพื้นที่หลาย ๆ วันเรื่องที่พักที่กินก็สำคัญไม่น้อยกว่าเรื่องอื่น ๆ

แรงจนทะลุ

วันแรกที่เข้ามาพักที่ศูนย์เรียนรู้ยางพาราพัทลุง

พี่ที่เป็นรองผอ.ของศูนย์เล่าให้ฟังว่า ที่นี่มีน้อง ๆ ที่จบจากคณะทรัพยฯ หลายคน

วันแรกที่เข้ามาพักที่ศูนย์เรียนรู้ฯ ห้องพักดูดีมีระดับพอสมควร ห้องหนึ่งพักได้ ๔ คนเป็นเตียง ๒ ชั้น ๒ เตียง ห้องน้ำ/ อาบน้ำในห้องทุกห้อง

ห้องอาบน้ำแยกจากห้องส้วม ความพิเศษของห้องอาบน้ำก็คือ ยืนอาบน้ำนิ่ง ๆ ถ้าหากจะถูสบู่ หรือเช็ดเนื้อเช็ดตัวก่อนออกจากห้องน้ำ ก็ต้องทำแบบเบา ๆ ระมัดระวังให้มากที่สุด ไม่เช่นนั้นท่านจะ "ถอง" เอาอย่างใดอย่างหนึ่งระหว่าง ประตูกับผนังห้องอาบน้ำ

พื้นที่ห้องอาบน้ำประมาณจากสายตาน่าจะอยู่ที่ ๑ x ๑ เมตร หรือเล็กกว่านั้นนิดหน่อย

ห้องส้วมกว้างกว่าห้องอาบน้ำเท่าตัว เนื่องจากต้องมีพื้นที่ว่างสำหรับเปิดประตูเข้าห้องส้วม

แต่ที่พิเศษคือความแรงของน้ำที่ฝักบัวอาบน้ำหรือที่ฉีดชำระแรงมาก หากจะฉีดชำระหลังปล่อยของแล้วต้องระวังว่าอย่ากดแรง มิฉะนั้นไม่รับรองความปลอดภัย

คืนแรกผมอาบน้ำตอนประมาณเกือบ ๆ ตี ๓ น้ำยังคงแรงเช่นเดิม

แรงจนหยดสุดท้าย

คืนที่ ๒ ผมกลับมาจากกลุ่มที่พักที่สัดตะโหมดถึงที่พักที่ศูนย์เรียนรู้ฯ ประมาณ ๔ ทุ่มเตรียมตัวอาบน้ำอาบท่าให้ชุ่มฉ่ำสบายใจ

แต่ช้าก่อน

พอเปิดก๊อกน้ำจะล้างหน้าแปรงฟันก่อน

หยดสุดท้ายของน้ำเพิ่งหยดติ๋งออกไปเมื่อสักครู่ ความแรงของน้ำเป็นศูนย์ คืนนั้นเลยต้องนอนอาบแอร์แทนน้ำไปจนถึงเช้า ตี ๕ ครึ่งที่ความแรงของน้ำกลับมาเหมือนเดิม

คืนถัดมาผมกลับมาถึงที่พักประมาณ ๒ ทุ่ม เข้า check ความแรงของน้ำอีกครั้ง พบว่า ไม่แรงเท่าเดิมแต่ยังมีอยู่ หยดสุดท้ายยังไม่หยดผ่านก็อกน้ำไป

แปรงฟันก่อนดีกว่า นั่งเล่นอะไรไปเรื่อย ๆ ก่อน ดึก ๆ หน่อยค่อยอาบน้ำ

๔ ทุ่มกะว่าจะอาบน้ำให้ชุ่มฉ่ำก่อนนอน แต่น้ำหยดสุดท้ายหยดออกจาก๊อกไปตอนไหนไม่ทราบได้ เหลือเพียงลมเท่านั้นที่ออกมา ต้องนอนอาบแอร์ต่างน้ำอีกคน

วางแผน

วันถัด ๆ มาเลยเป็นที่มาของการอาบน้ำก่อน ๖ โมงเย็นหากต้องการความแรงของน้ำหรือหากไม่ต้องการอาบแอร์ต่างน้ำ

ได้ข่าวมาว่าต้องมีการจัดสันปันส่วนน้ำกับชุมชนเลยทำให้บางช่วงเกิดอาการขาดน้ำไปบ้าง

อาหารเช้าสำหรับวันนี้เป็นข้าวเหนียวไก่ทอด + น้ำเต้าหู้

แต่ตอนที่ลงไปกับ พขร. ไก่หนีไปเที่ยวหมดแล้วเหลือแต่ข้าวเหนียวที่ยังคอยเคียวมาเกี่ยวรวง กับน้ำเต้าหู้ที่ยังรอครูระเบียบ

น้ำเต้าหู้ขาดครูระเบียบกับชมพู่อีก ๒ ลูกก็ยังดี ส่วนข้าวเหนียวให้รอเคียวกันต่อไป

ซิน่า

เราเอง

หมวดหมู่บันทึก: กิจการนักศึกษา - การดูแลนักศึกษา
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 19 พฤษภาคม 2556 12:12 แก้ไข: 19 พฤษภาคม 2556 12:12 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 ServiceMan, Ico24 คนธรรมดา, และ 2 คนอื่น.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

น้า shangri อยู่อีสาน เหอ น้ำมันเลยน้อย

บ้านเรา ที่เราอยู่ปัจจุบัน มันมาแบบมีของแถม

มันไม่ใส มันมาแบบไม่เต็มใจ อี มา จนเราเหนื่อย

แปลก ไม่แปลกไม่รู้ ที่ มอ ประกาศว่าจะมีน้ำใช้อีก 20 วัน

เหลือเกินเลยจากนั้น รอเทวดา ส่งน้ำลงใน อ่าง

โชคเข้าข้าง สักวัน สองวันที่น้าไม่อยู่ ฝนตก

แต่ไม่รู้น้ำในอ่างเป็นเช่นไร โชคดีน่ะน้า กลับมาน้า คงจะมีน้ำอาบ

ไม่นั้น ท้าว จะนึกว่าน้าเป็นปลาเค็ม

แถวนี้ฝนตกช่วงบ่ายเกือบทุกวัน เมื่อวานก็หนักตั้งแต่บ่าย ๓ โมงเย็น แล้วลงมาเรื่อย ๆ จน ทุ่ม ๒ ทุ่มโน่นถึงจะขาดเม็ด

ถ้าฝนตกไม่ต่อเนื่องโอกาสที่น้ำดิบจะไหลเข้าอ่างเก็บน้ำมีน้อยมาก ส่วนหนึ่งต้องซึมลงดิน ส่วนหนึ่งวิ่งไหลบ่าไปตามผิวดินไปทางอื่นที่สะดวกกว่า

ข้าง ๆ ธรรมสถานก็เพิ่งโดนขุดจนเขาแหว่งไปอีกด้านแล้ว ตัวดูดซับน้ำให้ค่อย ๆ ซึมลงอ่างน้อยลงทุกวัน

ช่วงนี้ถือศีลครับ อาบน้ำวันละครั้ง

อิอิอิ

เราเอง

นึกถึงบ้านที่พัด-ลุง เมื่อ 2-3 ปีก่อน น้ำประปาก็ไหลเหมือนหมีเพนด้า เหมือนกันครับ

แต่ช่วงหลังมีการเจาะบ่อบาดาลใหม่ เปลี่ยนปั๊มใหม่ น้ำเลยไหลตลอดทั้งวัน ไม่ติดขัดเหมือนเมื่อก่อน

น้ำแรงๆ ระวังจะสูญเสียความมั่นใจนะครับ :)

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 34.200.222.93
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ