นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

Our Shangri-La
Ico64
Kittisakdi Choomalee

ภาควิชาเวชศาสตร์ชุมชน คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
Network
Members · Following: 0 · Followed: 16

อ่าน: 1959
ความเห็น: 5

ก้าวย่าง ทางเดิน หมายเลข ๑๕

แม้ว่า เลนส์คู่นี้ จะผ่านการใช้งาน ผ่านแดดฝน ไออุ่นของแดด สายลม ความเย็นจากหยดน้ำ ความเค็มจากไอน้ำทะเลสาย แม้แต่น้ำจากดวงตา ตาที่มองผ่านเลนส์ ทั้งสองของผม ยังมองเห็นวันเหล่านั้น ชัดเจน ยิ่ง

เอ .. วันนี้บันทึกเรื่องอะไรดีละนี่ คิดไม่ออก
หรือว่าจะเป็นเรื่อง สาระบันเทิง แบบบันทึกก่อนๆ ดี
หรือว่าจะเอาแบบ ไร้สาระคดี แบบบันทึก ก่อนๆ ดี
หรือจะเอาแบบว่าไปเรื่อยๆ แบบบันทึก ก่อนๆ ดี
ใช้หมองๆ

ผมหันไปหยิบหนังสือ เล่มนึง ขึ้นมาอ่าน พลิกไปพลิกมา ตั้งแต่ซื้อเล่มนี้มา ๒ เดือนกับอีก ๓ วันแล้ว หนังสือเล่มนี้ ยังตั้งอยู่ที่เดิม รอยยับที่หน้าแรก มุมบนซ้ายมือ นิดนึง ผมคงเผลอ วางอะไรทับไว้ 

ผมยังหาสิ่งที่เรียกว่า ความอยาก ที่จะเป็นแรงขับ ให้หยิบหนังสือ เล่มนี้ มาอ่าน อย่างตั้งใจ ผมหวังว่า สักวัน ผมจะอ่าน เล่มนี้ให้จบ ด้วยความตั้งใจ
ผมบังเอิญ ไปเจอ ข้อเขียนของ คนเขียนหนังสือ เล่มนี้ เข้า โดยบังเอิญ วันนั้น ผมออกท่องโลกไซเบอร์ ตามปกติ ผมจำไม่ได้แล้วว่า วันนั้น ผมต้องการหาอะไร หรือเข้าไปดูอะไร

ผมเห็นเพียงชื่อคุ้นๆ ชื่อหนึ่ง ผมคุ้นว่า เคยเจอ หรือ พูดคุยกับคนคนนี้ อย่างน้อย ๑ ครั้ง ตอนนั้น ติดต่อกันเรื่องงาน ที่จะทำ  ผมเพียงแต่คุ้นชื่อ เลยกดลิงค์ เข้าไปดู
ผมพบข้อเขียน จาก คนเขียนหนังสือ เล่มนี้ ผมไม่ได้สนใจอ่านมากมาย ผมเพียงแต่อ่านแบบลวกๆ สองสามบรรทัด พร้อมกับเก็บลิงค์ หน้านี้ เอาไว้ใน ที่คั่นหนังสือ ผมหวังว่า สักวันหนึ่ง ผมจะกลับไปที่นั่น กลับไปอ่านเรื่องราว อย่างตั้งใจอีกครั้ง ผมรู้สึกว่า มีอะไรที่น่าสนใจอ่าน

ตั้งแต่วันนั้น จนถึงวันนี้ ผมก็ไม่ได้เข้า ไปที่นั่นอีกเลย ไม่แน่ ลิงค์ ที่เก็บไว้ที่คั่นหนังสือ อาจจะ หายไปไหนแล้วก็ได้  นั่นมัน หลายเดือนผ่านมาแล้ว นานพอดู ก่อนที่ผมจะรู้ว่า เขาเป็นใคร ก่อนที่ผมจะ ไปหยิบหนังสือ รวมงานเขียนของเขา มาจากร้าน หนังสือ

ผมจำคำที่ใช้แทนตัวเอง ได้อยู่ อย่าง ๒ อย่าง

ผู้ชายนัยน์ตาสีสนิมเหล็ก (--> อันนี้ผมเขียนจากความทรงจำ ไม่ได้กลับไปดูจากลิงค์ อาจจะผิดนิดหน่อย)
หมี่เป็ด
กวีหมี่เป็ด

ครับ ใช่แล้วครับ คนนั้นคือ มนตรี  ศรียงค์ กวีซีไรต์ ปี ๒๕๕๐ กับ "โลกในดวงตาข้าพเจ้า"
ผมพลิกหนังสือ อยู่ครู้นึง ก่อนที่จะมาจบลงที่ ปกหลัง
หน้าหลังของปกหลัง มีข้อความเขียนเอาไว้ ผมหยุดมือ เพ่งสายตา อ่านข้อความตรงนั้น

----------------------------
แท้แล้วข้าพเจ้ามีสายตาที่ปกติ
แต่โลกใบนี้ต่างหากที่เบี้ยวบุบผิดรูปทรงไป
ดูนั่น
รถยนต์คันหนึ่งชนแมวจนกระเด็นลงไปข้างทาง
เด็กวัยรุ่นไล่แทงอริ
ข้าพเจ้าเห็นสงคราม
เห็นการเข่นฆ่ากันเองของเพื่อนรัก
เห็นพระกำลังปลุกเสกเครื่องราง
เห็นความอาฆาตมาตร้ายของมนุษย์
เห็นความเกลียดชังอย่างถึงที่สุด
เห็นความโหดร้ายป่าเถื่อนอันแสนทารุณ

ข้าพเจ้าหลับตาถอนหายใจ
โลกทั้งโลกถูกบันทึกเอาไว้แนบแน่นในความทรงจำ
ข้าพเจ้ามองหาเด็กน้อย ...
ข้าพเจ้ามองหาดวงดาวบางดวงสุกก่ำอำไพอยู่เหนือฟากฟ้ามืดหม่น
การกระเซ็นของคลื่นที่สาดซัดกระทบหาด
สายลมที่โอนยอดสนลู่เอน

ข้าพเจ้าถอดแว่น
ล้างแล้วเช็ดด้วยผ้าสำลี
คาดหวังเอาไว้ว่าเมื่อข้าพเจ้าสวมมันอีกครั้ง
ข้าพเจ้าจักมองเห็นดอกไม้สักดอกหนึ่งบานจากเรตินาของข้าพเจ้า
บันทึกจากคนเขียน : มนตรี  ศรียงค์
---------------------------

ผมเอง พยายามถอดแว่นบ้าง บางครั้ง แต่ส่วนใหญ่จะใส่ตลอดเวลา บางครั้ง หลับแล้ว ก็ยังสวมแว่นอยู่เลย แว่นใช้มาหลายปีแล้ว การมองเริ่มจะพร่ามัวไปบ้างแล้ว ถอดมาเช็ดบ่อยขึ้น  พบริ้วรอย ขีดข่วน บนแว่น แทบไม่มีที่ให้ ความเรียบอยู่เลย ลายเส้นเหมือนใยแมงมุมที่ โยงใยไปมา ซับซ้อน

สายตาที่มองจากแว่นอันนี้ มองเห็นอะไรมาบ้าง ผมไม่เคยนึก ที่จะ ขีดเขียนออกมาเป็นบันทึก ออกมาเป็น สิ่งที่จับต้อง มองเห็นได้ มีเพียงบางสิ่งเท่านั้นที่ ผมบันทึกไว้บ้าง หลังๆ
ในสายตาที่ยังมองเห็น วันนั้นชัดเจนเหมือนเดิม แม้วันนี้ แว่นตาจะพร่ามัวไปบ้างแล้ว

หมวดหมู่บันทึก: เรื่องทั่วไป
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ Copyright
สร้าง: 07 มกราคม 2551 02:25 แก้ไข: 07 มกราคม 2551 02:25 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

  • เป็นอีกหนึ่งคนที่มีหนังสือ "โลกในดวงตาข้าพเจ้า" อยู่ในมือมากี่วัน กี่เดือน อันนี้ก็จำไม่ได้
  • แต่ที่แน่ ๆ อ่านไปหลายบทแล้วแต่ก็ยังไม่จบเล่มเช่นกัน
  • รู้สึกชอบที่ผู้แต่งบรรยายสิ่งต่าง ๆ ที่เห็นออกมาเป็นบทกวี แต่สามารถบรรยายให้เห็นภาพได้ตามที่อ่าน (แม้จะงง ๆ อยู่บ้าง มีใครเป็นเหมือนกันรึป่าว อิอิ)
  • และก็เป็นอีกคนที่ใส่แว่นมาหลายปีดีดัก ส่วนใหญ่จะใส่แว่นตลอดเช่นกัน นอกจากตอนรับปริญญาที่ผ่านมา แว้บไปใส่คอนแทคฯ แล้วก็กลับมาสู่วงโคจรเดิม แม้ว่าแว่นที่ใส่จะใส่มาหลายปี แม้จะพร่ามัวไปในบางที แต่เมื่อถอดมาเช็ดและสวมกลับไปใหม่ก็ยังมองเห็นได้ชัดกว่าตอนไม่ใช่แว่น (55) แม้อาจพร่ามัวไปจากวันแรกก็ตาม

 

สรุปว่าอ่านหนังสือเล่มนั้นจบหรือยังค่ะ   เรื่องบทกลอนไม่ค่อยถนัด  มักจะซื้อหนังสือซีไรท์เฉพาะรอบที่เป็นเรื่องสั้นมากกว่า  อ่านเข้าใจง่ายกว่าบทกลอน แต่เท่าที่คุณ Our Shangri-La นำมาลง น่าสนใจมาก เป็นการมองผ่านดวงตาที่เห็นความเป็นจริงของโลกได้ดี  เห็นทีต้องไปหามาอ่านบ้างแล้ว

สำหรับแว่นตา มีคนบอกว่า เลนส์มัตติโค้ด จะกันรอยขีดข่วนได้ดี...555

ขอบคุณครับ dankejung  ที่แวะเข้ามาเยี่ยม

  • ถ้าง่านแล้วงง แสดงว่า ผู้เขียน เขียนดี ทำให้คนอ่านงงได้ แต่ถ้าอ่านล้ว เฉยๆ หรืออ่านแล้ว เข้าใจหมด แสดง่าคนเขียน เขียนดี แต่ไม่มาก
  • ลืมไปๆๆ ว่า ตอนถอดแว่น กับตอนสวมแว่น มันต่างกัน เอ สงสัยว่า ผมจะหลงๆ ลืมๆ ซะแล้ว

8-)

ขอบคุณครับ   mandala ที่แวะมาเยือน เช่นกัน 

  • สรุปว่า อ่านจบไปเฉพาะ หน้าหลัง ของปกหลังครับ
  • ปกติจะชอบอ่าน เรื่องสั้นเช่นกันครับ เรื่องยาว อ่านแล้วเวียนหัว สมาธิสั้นน่ะครับ
  • บทกลอนก็ยิ่งแล้วไปใหญ่เลย เจอทีไร ดันกลับเข้าชั้น ทุกทีไป แล้วรีบเผ่นไปไกลๆ เลย
  • เลนส์มัลติโค้ดหรือครับ ท่าจะเอาไ่ม่อยู่ เหมือนกัน
คิกๆๆ 8-)
แวะมาดูค่ะ ว่าสายตาตัวเองพร่ามัว..หรือว่าโลกบุบเบี้ยวไปจริงๆ..แฮ่ะๆ..

ขอบคุณครับคุณ Kon1Kon ที่ตามมาดูว่า ตาพร่ามัวไหม ผมว่านะ อ่านเสร็จคง ตาพร่ากว่าเดิม แหงๆ นอกจาก มึนกับการคาราวะ แล้ว ยังมึนกับบันทึก

8-) คิกๆๆๆ 

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.227.2.109
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ