นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 6122
ความเห็น: 1

สุดยอด 'ข้าวโพดแฟนซีสีม่วง111' พบคุณค่าโภชนาการครบเครื่อง

 

    หลังจากที่บริษัท แปซิฟิคเมล็ดพันธุ์ ประสบผลสำเร็จในการพัฒนาสายพันธุ์ข้าวโพดข้าวเหนียวสีม่วงสำหรับบริโภคฝักสด พร้อมส่งเสริมเกษตรกรเพาะปลูก และจำหน่ายในเชิงการค้ารายแรกของเมืองไทยภายใต้เครื่องหมายการค้า"ข้าวโพดแฟนซีสีม่วง 111" นอกจากจะได้รับการตอบรับจากเกษตรกรและผู้บริโภคแล้ว ล่าสุดผลการวิจัยพบว่าข้าวโพดชนิดนี้มีคุณค่าทางโภชนาการและสารต้านอนุมูลอิสระหลายชนิด 

 

  ข้าวโพดข้าวเหนียวสีม่วงสำหรับบริโภคฝักสด "ข้าวโพดแฟนซีสีม่วง 111" บริษัท แปซิฟิคเมล็ดพันธุ์ ได้มีการวิจัยพัฒนาสายพันธุ์มานาน 6-7 ปี จนประสบผลสำเร็จและผลิตเมล็ดพันธุ์และจำหน่ายในเชิงการค้ารายแรกของเมืองไทย ซึ่งมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการที่เมื่อช่วงปลายปี 2554 เป็นข้าวโพดข้าวเหนียวสีม่วงลูกผสมสำหรับบริโภคฝักสด ซึ่งหลังจากที่ได้นำเมล็ดพันธุ์จำหน่ายแล้ว ปรากฏว่า ได้รับการตอบรับจากเกษตรกรเป็นอย่างดี ทำให้บริษัทต้องเพิ่มปริมาณการผลิตเมล็ดพันธุ์เพิ่มขึ้นอีก 30% นอกจากนี้บางส่วนยังมีการนำไปทดลองในประเทศเวียดนาม และจากการวิจัยเพื่อหาคุณค่าด้านอาหารในฝักข้าวโพดข้าวเหนียวพันธุ์แฟนซีสีม่วง 111 ของบริษัท แปซิฟิคเมล็ดพันธุ์ พบมีสารแอนโธไซยา-นินส์ ซึ่งมีความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระสูง ซึ่งเป็นที่ทราบดีว่าจะสามารถยับยั้งโรคมะเร็ง รวมทั้งมีกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกายหลายชนิด นอกจากนี้ยังมีวิตามิน บี 3 (B3) วิตามินอี (E) โอมิกา 6และ 9 (Omega 6 และ 9) ซึ่งจะช่วยบำรุงสมอง ชะลอความชรา และป้องกันโรคความจำเสื่อม หรืออัลไซเมอร์ มากกว่าข้าวโพดอื่นๆ 


       สำหรับที่มาของข้าวโพดแฟนซีสีม่วง 111 นั้น นายไพศาล หิรัญมาศสุวรรณ ผู้จัดการงานปรับปรุงพันธุ์พืช (ข้าวโพดฝักสด) บริษัท แปซิฟิคเมล็ดพันธุ์ จำกัด บอกว่า ได้ขอพันธุ์ข้าวโพดสีม่วงซึ่งเป็นข้าวโพดไร่ที่นิยมปลูกเป็นอาหารไก่ในภาคเหนือ จากมหาวิทยาลัยราชมงคลล้านนา จ.ลำปาง นำเชื้อพันธุกรรมข้าวโพดสีม่วงผสมเข้ากับข้าวโพดข้าวเหนียวที่โครงการปรับปรุงพันธุ์ข้าวโพดฝักสดของบริษัทแปซิฟิคเมล็ดพันธุ์ ได้พัฒนาขึ้นมาอยู่แล้ว โดยใช้เวลาในการปรับปรุงพันธุ์ตามหลักวิชาการ (วิธี conventional breeding method) ผ่านขั้นตอนต่างๆ นาน 6-7 ถึงจนได้สายพันธุ์แท้ข้าวโพดข้าวเหนียวสีม่วงแฟนซี 111 ที่คุณสมบัติที่ให้ผลผลิตสูงถึงไร่ละ 2,500 กก. คุณภาพฝักสดดีเยี่ยม มีความเหนียวนุ่มและรสชาติหวาน เป็นต้น

ลักษณะประจำพันธุ์ข้าวโพดข้าวเหนียวแฟนซีสีม่วง 

       ผลผลิตทั้งเปลือก (กก./ไร่)**

2,926 

       ผลผลิตปอกเปลือก (กก./ไร่)**

1,996 

       วันออกไหม (วัน) 

47-50 

       ความสูง (ซม.) 

210 

       ความสูงฝัก (ซม.) 

110 

       อายุเก็บเกี่ยวหลังออกไหม (วัน)*** 

18-20 

       อายุเก็บเกี่ยวหลังปลูก (วัน)***

67-70 

       สีไหม 

ม่วงแดง

       คุณภาพฝักสด

ดีเยี่ยม

       ความเหนียว

ดีมาก

       ความนุ่ม

ดีมาก

       สีเมล็ด

ม่วงแดง

       จำนวนแถวเมล็ดต่อฝัก

16-18

       ความยาวฝัก (ซม.)

19-21

       ความกว้างฝัก (ซม.)

5.0-5.5

       ความต้นทานโรคใบไหม้แผลใหญ่

ต้านทาน

**ข้อมูลรวบรวมจากงานทดลองในสถานีวิจัยตำบลโคกตูม อ.เมือง จ.ลพบุรี *** วันเก็บเกี่ยวอาจจะยืดออกไปถ้าช่วงฤดูมีอากาศหนาวเย็น

 

การปลูกข้าวโพดข้าวเหนียว

ฤดูปลูก          

ปลูกได้ตลอดทั้งปี

การเตรียมดิน   

ไถดะและตากดินไว้ประมาณ 7-10 วัน แล้วไถแปรเพื่อย่อยดินให้แตกละเอียด เหมาะกับการงอกของเมล็ด

การปลูก                  

ปลูกเป็นแถวระยะระหว่างแถว 75 ซม. ระยะระหว่างต้น 25-30 ซม. หยอดเมล็ดหลุมละ 1-2 เมล็ดควรหยอดเมื่อดินมีความชื้นเหมาะสมกับการงอกของเมล็ด ถอนแยกให้เหลือ 1 ต้นต่อหลุม เมื่อข้าวโพดมีอายุประมาณ 12-15 วันหลังปลูก

อัตราการใช้เมล็ด

ใช้เมล็ดพันธุ์ 1-2 กก./ไร่ หยอดหลุมละ 1-2 เมล็ด

การให้น้ำ

ควรให้น้ำอย่างสม่ำเสมอโดยเฉพาะช่วงออกดอก หากขาดน้ำจะมีผลต่อการติดเมล็ด

การใส่ปุ๋ย

ครั้งที่ 1 ใส่ปุ๋ยรองพื้น สูตร 15-15-15 หรือ 16-11-14

             ในอัตรา 50 กก./ไร่

ครั้งที่ 2 ใส่ปุ๋ยแต่งหน้าสูตร 46-0-0 เมื่อข้าวโพดอายุ

              20-25 วัน ในอัตรา 25-30 กก./ไร่

ครั้งที่ 3 ใส่ปุ๋ยแต่งหน้าสูตร 46-0-0 เมื่อข้าวโพดอายุ

              40-45 วัน ในอัตรา 25-30 กก./ไร่

การเก็บเกี่ยว

เก็บเกี่ยวหลังออกไหมแล้ว 18-20 วัน เมื่อข้าวโพดออกดอกในช่วงอากาศหนาวเย็น และเก็บเกี่ยวหลังออกไหมแล้วเมื่อปลูกในช่วงฤดูร้อน

ข้อแนะนำการบริโภค

          ข้าวโพดข้าวเหนียว สีม่วง มีสารแอนโทไซยานินสูงซึ่งเป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ดังนั้นการบริโภคข้าวโพดข้าวเหนียวแฟนซีสีม่วง 111 ควรทำให้สุกโดยการนึ่งด้วยน้ำเดือดประมาณ 20-30 นาที การปรุงให้สุกโดยการต้มในน้ำทำให้สารแอนโทไซยานินละลายออกมาในน้ำ ส่งผลให้คุณค่าทางอาหารลดลง ดังนั้นการนึ่งจึงเป็นการรักษาคุณค่าทางอาหารที่ดี และคงคุณค่าสารแอนโทไซยานินให้คงอยู่ในเมล็ดไม่ละลายออกมา

          ทั้งนี้คณะทรัพยากรธรรมชาติ  โดยรองศาสตราจารย์ ดร. ขวัญจิตร  สันติประชา  ได้ทดลองปลูกข้าวโพดพันธุ์นี้ในพื้นที่ภาคใต้แล้ว  ณ  แปลงทดลอง  ภาควิชาพืชศาสตร์  คณะทรัพยากรธรรมชาติ  มหาวิทยาลัยสงขลานรินทร์  วิทยาเขตหาดใหญ่  และได้จัดแสดงไว้ในแปลงสาธิต  งานเกษตรภาคใต้ครั้งที่ 20 ด้วย  โดยรับรองว่าข้าวโพดข้าวเหนียวแฟนซีสีม่วง 111  สามารถเจริญเติบโต  และให้ผลผลิตได้ดีในพื้นที่ภาคใต้  เพียงแต่เนื่องจากภาคใต้มีอากาศร้อนจัดจึงควรจัดการเรื่องการให้น้ำให้เพียงพอ  และแนะนำให้เว้นการให้น้ำก่อนเก็บเกี่ยวผลผลิต 1 วันเพื่อเพิ่มความหวานให้กับข้าวโพด




ข้อมูลจากรองศาสตราจารย์ ดร. ขวัญจิตร  สันติประชา  ภาควิชาพืชศาสตร์  คณะทรัพยากรธรรมชาติ

 

เรียบเรียงและเผยแพร่โดย: กลุ่มงานบริการวิชาการ  คณะทรัพยากรธรรมชาติ  มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์  วิทยาเขตหาดใหญ่  อ. หาดใหญ่  จ. สงขลา โทร. 074-286059-60, โทรสาร 074-558803

หมวดหมู่บันทึก: บริการวิชาการ
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 28 กันยายน 2555 10:48 แก้ไข: 28 กันยายน 2555 10:50 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 คนธรรมดา, Ico24 บายศรี, และ Ico24 บิวตี้.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

Ico48
wat [IP: 124.120.239.199]
05 ธันวาคม 2555 12:43
#82343

ผมเพิ่งจะซื้อมาทานไม่กี่วันมานี่เองครับ แต่ไม่รู้ว่าต้มหรือนึงอ่ะครับ ก็อร่อยดีครับ

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 34.200.222.93
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ