นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 977
ความเห็น: 3

แค่ไม่อยู่นิ่ง...คุณก็อยู่รอด

 

 

เมื่อช่วงต้นเดือน  Marky ได้มีโอกาสไปดูงาน"วันพระยารัษฎา บิดายางพาราไทย และวันยางพาราแห่งชาติ ประจำปี 2558” ซึ่งงานนี้เป็นผลสืบเนื่องมาจากคณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2547 เห็นชอบให้วันที่ 10 เมษายนของทุกปี เป็น "วันยางพาราแห่งชาติ” ซึ่งตรงกับวันถึงแก่อนิจกรรมของพระยารัษฎานุประดิษฐ์ มหิศรภักดี เพื่อเชิดชูเกียรติและรำลึกถึงพระยารัษฎาฯ”บิดาแห่งยางพาราไทย” กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยสำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง (สกย.) ร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดตรัง จึงจัดงาน "วันพระยารัษฎา บิดายางพาราไทย และวันยางพาราแห่งชาติ ประจำปี 2558”ขึ้น ระหว่างวันที่ 2-10 เมษายน 2558 ณ ลานเรือพระ สนามกีฬาเทศบาลนครตรัง (ทุ่งแจ้ง) ภายใต้แนวคิด "ฝ่าวิกฤติยางพารา พัฒนาอย่างยั่งยืน”  

             เนื่องจากปัจจุบันมีผู้ประกอบอาชีพการทำสวนยาง จำนวนมากกว่าล้านครัวเรือน และประเทศไทยส่งออกยางพาราในรูปวัตถุดิบยาง ได้แก่ ยางแผ่นดิบ ยางแผ่นรมควัน ยางแท่ง ยางคอมปาวด์ น้ำยางสด รวมถึงไม้ยางพาราแปรรูป ซึ่งสร้างรายได้เข้าประเทศปีละไม่น้อย  ในช่วงภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว ชาวสวนยางรายย่อยจึงได้รับผลกระทบจากราคายางที่ผันผวน การจัดงานในครั้งนี้ จึงเป็นโอกาสที่กระทรวงเกษตรฯ และทุกภาคส่วน จะได้บูรณาการร่วมกัน เพื่อพัฒนายางพาราทั้งระบบต้นแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ประกอบกับในปี 2557/58 ชาวสวนยางไทยตลอดจนประเทศผู้ผลิตยางทั่วโลก กำลังประสบปัญหาราคายางตกต่ำ ดังนั้น เกษตรกรจึงต้องปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต และแนวคิดในการประกอบอาชีพการทำสวนยาง เพื่อความอยู่รอด โดยยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งเป็นนโยบายที่กระทรวงเกษตรฯ กำลังเร่งผลักดันให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อชาวสวนยางและสถาบันเกษตรกร ให้อยู่รอดได้ด้วยความเข้มแข็งบนหลักการพึ่งพาตนเอง เพื่อให้อาชีพการทำสวนยางมีความยั่งยืน

           ในยามที่เดือดร้อน  รายได้น้อยลง  รายจ่ายยังคงเท่าเดิม  หรือมีแนวโน้วเพิ่มขึ้นจากสภาวะเศรษฐกิจ  การขอความช่วยเหลือจากภาคส่วนต่างๆ คงเป็นเพียงการช่วยเหลือแบบฉาบฉวย  ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนแก่พี่น้องเกษตรกรได้แค่ระยะเวลาอันสั้นเท่านั้น  ทำอย่างไรพวกเขาจะสามารถอยู่ได้อย่างยั่งยืน  นั้นคือการลดรายจ่าย  และเสริมรายได้  ไม่ว่าจะเป็นการปลูกพืชผักสวนครัวไว้กินเอง  ที่เหลือจากการกินสามารถขายเพื่อสร้างรายได้ให้กับครอบครัวได้  การเลี้ยงสัตว์  การทำกิจกรรมต่างบนพื้นที่ที่มีอยู่อย่างจำกัด  ให้เกิดประโยชน์สูงสุด  อย่าลืมว่าชาวสวนยางทุกท่าน  มีที่ดินทำกินอยู่ในมือทั้งนั้น  พื้นที่ระหว่างแถวยางคือขุมทรัพย์มหาศาล  แค่ลงมือทำ  แค่ไม่อยู่นิ่ง  ก็สามารถอยู่รอดได้  ไม่ว่าจะเกิดสภาวะผันผวนของราคายางอีกกี่รอบก็ตาม

             ภาพที่เก็บมาฝากนี้เป็นเพียงบางส่วนที่สามารถหยิบยกไปใช้ในสวนยาง  รวมถึงพื้นที่ว่างเปล่าข้างบ้านทั่วไปได้

เช่น  

-  การเลี้ยงกบ

-  การเลี้ยงปลา

-  การปลูกพืชผักสวนครัว

-  การเลี้ยงหมู

-  การเพาะเห็ด

-  การเลี้ยงวัว

 


หมวดหมู่บันทึก: บริการวิชาการ
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 28 เมษายน 2558 13:49 แก้ไข: 30 เมษายน 2558 10:26 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 Monly, Ico24 anni, และ 8 คนอื่น.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

 มีรายรับเข้าบ้าน ประหยัดรายจ่าย ดีจัง

ขอเพียงลงมือทำ ก็อยู่รอด

น่าสนุก ถ้าเดินเข้าไปในสวนยางแล้วเจอหมู วัว กบ แล้วก็เก็บผักขาย

 

คราวนี้ ชาวสวนยางคงมีรายได้กันเอยะแยะทีเดียวครับ

 

เอิ้ก เอิ้ก

 

"ใจสั่งมา"

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.93.74.227
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ