นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

รัตติยา เขียวแป้น
Ico64
รัตติยา เขียวแป้น
บุคลากรชำนาญการ
งานพัฒนาและฝึกอบรม กองการเจ้าหน้าที่ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
เครือข่าย
สมาชิก · ติดตาม: 0 · ผู้ติดตาม: 11

อ่าน: 3371
ความเห็น: 2

งานเข้าแต่เช้า

การป้องกัน มิใช่ทางแก้ปัญาที่ดีที่สุด แต่การให้ความรัก และความรู้ที่ถูกต้องกับคนในครอบครัว จะเป็นเกราะป้องกันปัญหาต่างๆ ได้

งานเข้าแต่เช้า

 

เช้านี้ งานเข้าแต่เช้าเลยค่ะ  ระหว่างที่แม่กำลังนั่งเสพข่าวสารจากสื่อแหล่งต่าง ๆ  เจ้าตัวเล็กก็เดินน้ำตาซึมมาหา พร้อมบอกว่า “แม่ ลูกโดนแมวกัด”   งานเข้าซะแล้ว

เนื่องจากที่บ้าน จะเป็นบ้านแบบมีบริเวณรอบบ้านที่เปิดโล่ง ไม่ได้ทำรั้วรอบขอบชิด  ดังนั้น หมา  แมว จึงมักจะแวะเวียนมาขออาหารเสมอ ๆ โดยเฉพาะแมว มากิน มาอยู่ มาท้อง มาคลอด  ไม่รู้จักกี่คลอก นับสายญาติกันไม่ถูกเลยทีเดียว รู้แต่ว่า ณ ปัจจุบัน มีแมวที่มากิน นอน ถ่าย อยู่ที่บ้าน 5  แม่   มีลูกแมว ณ ตอนนี้ ที่นับได้  6 ตัว  (ก่อนหน้านี้ 8 ตัว แต่มีผู้ใจบุญมาขอรับไปอุปการะ 2 ตัว)   มีแมวหนุ่มตัวผู้อีก 2 ตัว   จับทำหมันแมวตัวเมียไปแล้ว 5 ตัว  ยังเหลืออีกตัว กะลังท้อง เลยยังไม่ได้ทำหมัน  (ไม่รู้ว่าพอคลอดแล้ว จะต้องรับภาระเลี้ยงดูลูกแมวเพิ่มขึ้นอีกกี่ตัว)  นับเอาเถอะนะคะ ว่าปัจจุบันมีแมวในอุปการะ กี่ตัว  รู้แต่ว่า  ค่าอาหารแมว 1 กระสอบ (10 โล)  ทานได้ น่าจะอาทิตย์กว่า ๆ

 

ด้วยความที่ระแวกบ้านที่อยู่ ณ ตอนนี้ เพื่อนบ้าน ก็มีเด็กอาศัยอยู่ทุกบ้าน  ดังนั้น เพื่อเป็นการป้องกัน ทั้งในส่วนของลูกเรา และ ลูกของเพื่อนบ้าน  ดิฉัน จับแมวทุกตัว ถ่ายพยาธิ  และฉีดพิษสุนัขบ้า ครบทุกตัว

 

ยอดค่าใช้จ่ายสุทธิ เป็นเท่าไหร่ ไม่กล้าแจ้งตัวเลขให้สามีทราบหรอกค่ะ  กลัวโดนดุเอา  แต่เพื่อความปลอดภัยของลูก ๆ เรา ดิฉันว่าคุ้ม เกินคุ้ม

 

ช่วงนี้  จะมีแมวตัวผู้ต่างถิ่น  มาป้วนเปี้ยน วนเวียน  แมวสาว ที่บ้าน  และจะมาส่งเสียงขอข้าวกินทุกครั้ง  ไอ้เราก็สงสาร  ทุกครั้งที่ให้อาหารแมวที่บ้าน  ก็จะเผื่อเจ้าต่างถิ่นตัวนี้ด้วย 

 

ถึงแม้ว่า เราจะให้อาหารกับเขาวันละ 2 ครั้ง เช้า – เย็น  แต่ดูท่า เขาก็ยังไม่ค่อยจะเป็นมิตรกับเราสักเท่าไหร่

 

ก็มักจะพร่ำบอกกับเด็ก ๆ เสมอ เวลาที่เขาให้อาหารแมว ให้เขาระวังเจ้าต่างถิ่นตัวนี้  อย่าเผลอไปลูบ หรือ จับมันเข้า  เพราะด้วยความที่มันยังไม่คุ้น  ผนวกกับความหิว  อาจจะมีเผลอกัดเข้าให้

 

เป็นไปอย่างที่คาดไว้จริง ๆ ค่ะ  เช้านี้ หลังจากที่เจ้าตัวเล็กให้อาหารแมว และก็คงจะอยู่เล่นกับแมวสักพัก เป็นปกติประจำ

 

ไม่ทันไร ก็วิ่งน้ำตาซึมมา แล้วบอกว่า โดนแมวกัด 

 

ในใจคิดว่า ที่ลูกน้ำตาซึม คงไม่ได้เป็นเพราะเจ็บ หรือตกใจแมวหรอกค่ะ  แต่คงกลัวแม่ดุ  เพราะแม่เตือนแล้ว เตือนอีก แต่ก็โดนจนได้

 

ไอ้ที่วางแผนไว้ว่าจะทำอะไรบ้างในวันหยุด  มีอันต้องพับ  ในใจตอนนั้นคิดแต่เพียงว่า ต้องรีบพาลูกไปโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด

 

ระหว่างรอพ่อบ้านเข้ามารับ  (เพราะออกไปส่งเจ้าตัวโตเรียนพิเศษตั้งแต่เช้า)  ก็ต้องรีบทำแผลในเบื้องต้น  โดยการให้ลูกล้างแผลให้สะอาด  แล้วเช็ดแผลด้วยน้ำเกลือ  พร้อมกับราดเบตาดีน ค่าเชื้อโรคในเบื้องต้นก่อน

 

แล้วก็ต้องไม่ลืมปลอบลูก  ถามไถ่ลูกว่าเจ็บไหม  แล้วบอกเขาว่า ไม่เป็นไร เดี๋ยวรอพอกลับมา เราไปหาหมอกัน

 

อันนี้เพื่อให้เขาคลายกังวล ในการกลัวแม่ดุ  แต่แม่ยิ่งปลอบ บ่อน้ำตาลูกยิ่งแตก 55555555

 

ดิฉันเลือกที่จะพาลูกไปที่โรงพยาบาลกรุงเทพฯ  เหตุผลเนื่องจาก 1 การดูแลผู้ป่วย ซึ่งเป็น case ฉุกเฉิน ชนิดที่ไม่ใช่เลือดตกยางออก แบบโดนระเบิดมา  ทางโรงพยาบาลกรุงเทพฯ  ให้ความสำคัญกับผู้ป่วย มากกว่าโรงพยาบาลอื่น

2.  ทางโรงเรียนธิดานุเคราะห์ ได้มีการทำประกันอุบัติเหตุให้กับนักเรียน  โดยสามารถมารักษาที่โรงพยาบาลกรุงเทพฯ ได้

3. คุณสามี ทำประกันชีวิตไว้ให้กับลูกสาว ซึ่งรวม case อุบัติเหตุไว้ด้วย

จากเหตุผล 3 ข้อ ข้างต้น  ดิฉันจึงเลือกสิ่งที่จะดูแลลูกสาวของดิฉัน ได้อย่างรวดเร็วที่สุด

 

เมื่อไปถึงโรงพยาบาล  ดิฉันก็มุ่งตรงไปห้องฉุกเฉินทันที  พร้อมแจ้งอาการ  ซึ่งไม่เกิน 15 นาที ก็มีคุณหมอมาดูแล  พอเล่าอาการให้ฟัง  คุณหมอก็แจ้งว่า  ต้องทำการฉีดวัคซีน 2 ตัว

ตัวแรก เป็นวัคซีนที่ฉีดเพื่อการทำลายเชื้อ พิษสุนัขบ้า (หากว่ามีเชื้ออยู่)

และอีกตัวเป็นการฉีดวัคซีนเพื่อกระตุ้นการสร้างภูมิคุ้มกันซึ่งจะพบว่ามีการสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นภายใน 7 วันนับจากวันแรกที่ฉีดโดยต้องฉีดให้ครบทั้ง 5 เข็ม ซึ่งควรจะมาฉีดให้ตรงกับวันนัด (โดยเฉพาะ 3 วันแรก) เพื่อความปลอดภัยของคนไข้

โชคดีอีกข้อ ของลูกสาวดิฉันคือ ที่โรงเรียนธิดา จะมีการฉีดวัคซีนสำคัญ ๆ ให้กับนักเรียนอยู่เป็นประจำ และลูกสาวของดิฉัน ไม่เคยพลาด ฉีดทุกครั้งที่โรงเรียนจัดอะไรมาให้  ซึ่งคุณหมอ มั่นใจว่า ถ้าเป็นเด็กโรงเรียนธิดา  ต้องได้รับการกระตุ้นวัคซีนบาดทะยัก แล้ว 100%  ไม่งั้นลูกสาวดิฉัน คงต้องเจ็บตัวอีกเข็ม

 

เจ้าวัคซีนตัวแรกที่ฉีดเพื่อทำลายเชื้ออย่างเฉียบพลันนั้น  ก่อนฉีด คุณหมอ ก็ต้องทดสอบการแพ้ก่อน โดยฉีดวัคซีนดังกล่าว ตรงบริเวณผิวหนัง  รอดูอาการ 30 นาที หากมีอาการแพ้ ก็จะเกิดการบวมแดงบริเวณที่ฉีดนั้น  ซึ่งคงจะต้องเปลี่ยนไปฉีดตัวใหม่แทน

โชคดีอีกนั่นแหละ ที่ลูกสาวของดิฉันไม่เกิดอาการแพ้แต่อย่างใด  เพียงแต่เกิดอาการปวดแสบ บริเวณผิวหนังที่ฉีด  คงจะเจ็บน่าดู

 

ระหว่างรอผลทดสอบของวัคซีนตัวแรก  พยาบาลก็ไม่ปล่อยให้เวลาเนิ่นนานไปโดยไร้ประโยชน์  จับฉีดวัคซีนสำหรับกระตุ้นการสร้างภูมิคุ้มกันทันที  ลูกสาวบอกว่า  เจ็บกว่าตัวแรกอีกแม่  สงสารลูกจัง

เมื่อครบเวลาของการทดสอบ  หมอก็มาทำการฉีดจริงทันที  ซึ่งวัคซีนตัวนี้  Dose ยา จะขึ้นอยู่กับน้ำหนักตัวของคนไข้  สงสัยเจ้าตัวเล็กน้ำหนักตัวจะเริ่มเกินเกณฑ์  ได้ Dose ยามาเยอะทีเดียว จนคุณหมอต้องแบ่งฉีดเป็น 2 เข็ม  โดยเข็มแรก ฉีดบริเวณรอบ ๆ ปากแผล เป็นการฆ่าเชื้อ  ส่วนเข็มที่เหลือ  นำมาฉีดบริเวณตะโพก  เป็นการแบ่งเบาความเจ็บปวด  คุณหมอว่างั้น 

 

สุดท้าย วันนี้ ลูกสาวดิฉัน โดนฉีดไป 4 เข็ม  เข็มแรก เป็นการทดสอบว่าแพ้ยาหรือไม่  เข็มที่สองฉีดป้องกันพิษสุนัขบ้า  เข็มที่  3 และ 4  เป็นวัคซีนค่าเชื่อแบบเฉียบพลัน

พร้อมกับให้ยามา 2 ขนาน  เป็นยาแก้อักเสบ  เม็ดใหญ่มาก  กับยาแก้ปวด

พร้อมกับใบนัด ให้ไปฉีดวัคซีนกระตุ้นการสร้างภูมิพิษสุนัขบ้า ต่อเนื่อง อีก 5 เข็ม  ภายในระยะเวลา 30 วัน

ค่าเสียหายจนครบการรักษา  เกือบหมื่นบาท  ใช้สิทธิลูกข้าราชการ ลดไปอีก 10%  สุทธิที่ต้องจ่ายประมาณแปดพันกว่าบาท  ยังตัดสินใจอยู่ว่า จะเลือกเบิกกับประกันตัวไหนดี

 

บทเรียนจากเรื่องนี้

  1. อย่าคิดว่า การที่เราป้องกันทุกอย่างดีแล้ว ปัญหาใด ๆ จะไม่เกิด ต้องผนวกกับการให้ความรู้ที่ถูกต้องด้วย  ดิฉันเพียงแค่บอกให้เขาระวังตัวอย่าให้โดนแมวกัด  ไม่ได้อธิบายเหตุผลเพิ่มเติม  นี่ถ้าเพียงแค่ดิฉันอธิบายเพิ่มเติมไปว่า  หากถูกแมวกัดแล้ว ผลที่จะตามมา เป็นอย่างไร ลูกคงระวังตัวมากกว่านี้
  2. ภูมิคุ้มกันใด ๆ ก็ไม่เท่า ภูมิคุ้มกันความรักที่พ่อแม่ มีต่อลูก
  3. ทุกครั้งที่ทางโรงเรียนมีใบวัคซีนมาให้ฉีด  จงให้ความร่วมมือกับทางโรงเรียนทุกครั้งด้วยนะคะ
  4. อย่ามัวแต่คิดว่า ทุกอย่างต้องนำมาเบิกกับสิทธิสวัสดิการที่เรามี  หากมีทางเลือกที่ดีกว่า จงเลือกทางนั้นเถอะค่ะ เพราะชีวิตของลูกเรา สำคัญกว่า

 

 

created: 28 July 2013 15:07 Modified: 28 July 2013 15:41 [ Report Abuse ]
ดอกไม้
People who like this: Ico24 Baby, Ico24 DaDa, and 6 others.
People Who Like This
 
Facebook
Twitter
Google

Other Posts By This Blogger

ความเห็น

ถึงจะเป็น "งานเข้า" แต่ก็เป็น "งานที่รัก" นะครับเนี้ย

 

น้องคงต้องนอนเป็นไข้สักคืนแน่เลย เจอวัคซีนและยาไปขนาดนี้ TC ครับ

 

เอิ้ก เอิ้ก

 

"ใจสั่งมา"

งานเข้าแบบนี้บ่อย ๆ ก็ไม่ค่อยดีเหมือนกันนะคะ

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 35.173.234.140
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ