นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 692
ความเห็น: 1

จัดอบรมเครื่องมือ 2015 ฉบับใจสั่งมา (2) เส้นทางประชาสัมพันธ์

        การอบรมของหน่วยเราปีหนึ่งๆ เปิดรับเพียง 10 คนต่อโปรแกรม เนื่องจากต้องการให้ผู้เข้าอบรมได้ Practice มากๆ เพราะยังไงแล้ว เป้าหมายหลักก็คือนักศึกษาภายในคณะ ที่ต้องใช้เครื่องมือนั้นๆ เพื่องานวิจัย ดังนั้น จำนวนจึงไม่ใช่เรื่องใหญ่ของผู้จัดนั่นเอง

 

        แต่ก็มีหลายครั้ง ที่ผู้จัดหวั่นใจ เนื่องจากมีผู้สมัครน้อยจนเกินไป เช่น 5-6 คนเท่านั้น ปัญหาไม่ได้เป็นเรื่องจำนวนน้อย แต่เรื่องมันแย่ไปกว่านั้นตรงที่ เมื่ออบรมเสร็จแล้วเข้าสู่เทอมที่ 2 ปรากฏว่ามีนักศึกษาเดินมาที่ศูนย์ฯ เพื่อขออบรมเพิ่มเติม เนื่องจากไม่ได้อบรมเอาไว้ แต่ต้องการใช้เครื่องมือทั้ง 3 ในการทำวิจัย

 

        ทำให้เรารู้ตัวเลย ว่าการประชาสัมพันธ์ของเรามันอ่อนไป แต่ก็ไม่ทิ้งเรื่องเรื่องอาจารย์ที่ปรึกษาที่ไม่ตามนักศึกษาให้มาอบรมเครื่องมือล่วงหน้า เพราะอาจารย์ต้องรู้ล่วงหน้าในเนื้อหางานวิจัยและเครื่องมือที่จำเป็นต้องใช้มากกว่าเด็กนักศึกษาอยู่แล้ว

 

         ดังนั้น เส้นทางการประชาสัมพันธ์ของโครงการเราปัจจุบัน จึงประกอบด้วยหลายเส้นทาง ดังนี้

 

1. ทำบันทึกข้อความประชาสัมพันธ์โครงการไปยังภาควิชา เพื่อแจ้งอาจารย์ให้ตามนักศึกษาวิจัยมาอบรม

 

2. ส่งแผ่นโฆษณาประชาสัมพันธ์สีไปยังแต่ละภาควิชาอีกครั้ง เพื่อให้ติดประชาสัมพันธ์บนบอร์ดแต่ละแผนกวิชา และเดินไปติดประชาสัมพันธ์ด้วยตนเอง ณ จุดประชาสัมพันธ์ภายในคณะ เช่น ลานอ่านหนังสือ หน่วยกิจการนักศึกษา

 

3. ส่งเข้าเมล์บุคลากรภายในคณะ

 

4. ขึ้นหน้าข่าวประชาสัมพันธ์เวบไซต์คณะ

 

 

5. ลง Facebook ของศูนย์เครื่องมือกลาง และ Facebook ของคณะวทท.

 

      เมื่อประชาสัมพันธ์ไปทั้ง 5 ทางข้างต้นแล้ว และเวลาผ่านไป 2 สัปดาห์ พบว่ามีผู้สมัครยังไม่ถึงครึ่ง ปีนี้จึงลงทุนทำ PR เพิ่มเติมอีก คือ

 

6. เดินเท้าไปยังภาควิชาเป้าหมาย เพื่อแจ้งข่าว และอธิบายให้นักศึกษาทราบโดยตรง เช่น ทำไมนักศึกษาภาคยางและพอลิเมอร์จึงต้องใช้เครื่อง FTIR หรือ การได้รับใบ Certificate หลังการอบรม (ถ้าคะแนนสอบผ่านเกณฑ์) หรือ การอบรมเป็นหลักสูตรภาษาอังกฤษ (แบบนี้ไม่รู้ว่าจะทำให้สมัครเพิ่มขึ้นหรือลดลง)

 

7. โทรตามอาจารย์ที่ปรึกษาโดยตรง โดยเฉพาะอาจารย์ที่ปรึกษาที่มีงานวิจัยที่ต้องใช้เครื่องมือทั้ง 3 เป็นประจำ ซึ่งก็ได้ผล อาจารย์รีบตามนักศึกษาให้โดยทันที

 

         เส้นทางประชาสัมพันธ์โครงการอบรมของเราก็จบลงเพียงเท่านี้ และได้ปิดโปรแกรมการรับสมัครไปแล้วเรียบร้อยเมื่อวาน (เลยกำหนดมาเล็กน้อย) ด้วยจำนวนผู้สมัครที่เกินเป้าหมายแล้วด้วย

 

       ถามว่าการทำงานด้านประชาสัมพันธ์แบบนี้เสียเวลา เปลืองแรงมั้ย เข้าหลักไคเซ็นอย่างไร

 

       ตนเองก็ตอบว่าไม่เสียเวลามากและไม่เสียแรงเปล่าแน่นอนครับ เพราะการที่ลูกค้าได้รับการบริการที่ดี จริงใจ และใส่ใจจากเรา คุณค่าของมันก็มิอาจวัดได้ ที่สำคัญหากต้องคอยมาสอน มาอบรมนักศึกษาเก็บตกทีละคนตลอดทั้งปีแล้ว เราจะเสียเวลา เสียงบประมาณ และอะไรอีกหลายอย่างมากกว่านี้เยอะเชียวครับ

 

ยังไงก็จบตอน 2 ไว้เพียงเท่านี้ ราตรีสวัสดิ์ครับ

 

เอิ้ก เอิ้ก

 

"ใจสั่งมา"

หมวดหมู่บันทึก: พัฒนางานประจำ
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 23 ธันวาคม 2557 21:04 แก้ไข: 24 ธันวาคม 2557 08:42 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 คนธรรมดา, Ico24 ทดแทน, และ 4 คนอื่น.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ยังไม่จบหลักสูตร tell me more

หากว่าจบสงสัยน้องรับเราเข้าอบรมแน่ ๆ 555

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 18.207.136.184
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ