นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

คนธรรมดา
Ico64
เครือข่าย
สมาชิก · ติดตาม: 5 · ผู้ติดตาม: 22

อ่าน: 1458
ความเห็น: 4

บทเรียนจากอดีต: แม่ของท่านพุทธทาส (1)

75 ปีหลังจากนั้น พวกเราก็ยังอยู่ในกรงขังจิตใจอยู่เหมือนเดิม

 

วันนี้เป็นวันสิ้นปี ตะแรกคิดจะหยุดการเขียนบันทึกไว้สักวัน แต่พอได้อ่านหนังสือ “แม่ของท่านพุทธทาส” แล้ว มันเกิดอารมณ์อยากบอกเล่าต่อขึ้นมาทันที

ในการจัดตั้ง”คณะธรรมทาน” เพื่อออกหนังสือพิมพ์ “พุทธสาสนา” (ภาษาบาลี) และสร้างสวนโมกขพลาราม ในปี 2475 นั้นคณะผู้ริเริ่มคือท่านพุทธทาส และท่านธรรมทาสไม่มีเงินทุน จึงต้องไปขอเงินจากแม่ ซึ่งในขณะนั้นท่านพุทธทาส และท่านธรรมทาสมีอายุเพียง 26 และ 23 ปีเท่านั้นเอง เมื่อคิดการใหญ่ขนาดนี้(ใช้เงินจำนวนมาก) ก็มีคนที่ตั้งข้อสงสัยว่าเด็กๆ เหล่านี้มันจะอวดดีไปถึงไหนกัน จะทำความฉิบหายหรือความเจริญกันแน่

ดังนั้นคณะผู้ก่อตั้งจึงต้องตอบคำถามยากๆ หลายขัอที่แม่ถาม เช่น

แม่เหมือนกับคนทั้งหลายในการอยากสร้างโบสถ์สวยๆ และอื่นๆ จะไปสร้างกระท่อมเล็กๆ (สวนโมกข์) และออกหนังสือพิมพ์ขาย มันจะได้บุญเป็นชิ้นเป็นอันอย่างไร?

คณะผู้ก่อตั้งจึงต้องตอบคำถามว่า

ในครั้งพุทธกาลก็ไม่เคยมีโบสถ์

แม้ในครั้งหลังต่อๆ มาจะมีโบสถ์

ก็ไม่ต้องสวยๆ

ราคาตั้งหมื่นตั้งแสนอย่างทุกวันนี้

แม้กิจการของเราจะลงทุนเพียงไม่กี่ร้อย ก็ยังให้แสงสว่างและให้กำลังน้ำใจในการปฏิบัติธรรมแก่เพื่อนมนุษย์ ยิ่งกว่าโบสถ์ราคารวมกันตั้งล้านนั้นจะให้ได้

ผิดกันบ้างก็ตรงที่โบสถ์นั้นๆ ตั้งอยู่ตระหง่านเป็นที่เชิดหน้าชูตาคนสร้าง

แต่เมื่อมานึกถึงว่า วัตถุเช่นโบสถ์เป็นต้น ที่สวยงามถึงขนาดทำให้คนติดมั่นจนกลายเป็นกรงขังจิตใจไปเสียแล้ว เรามาทำหน้าที่เป็นฝ่ายตรงข้าม คือฝ่ายแก้ไข หรือปล่อยนักโทษนั้นออกจากเรือนจำจะดีกว่า

ที่สุดพวกเรารู้ได้ว่าแม่เข้าใจและเห็นด้วย ทั้งที่หัวเราะ

ยังครับยังไม่จบ ยังมีคำถามเด็ด ๆ อีก ขอยกเอาไว้ในตอนต่อไปก็แล้วกัน

ผมทึ่งในความคิดของทั้งท่านพุทธทาสและท่านธรรมทาส ที่อายุยังไม่มากก็สามารถมองเหตุการณ์ที่ยาวไกลมาก ศัพท์สมัยนี้ก็คงต้องเรียกว่ามี vision เหนือธรรมดา แต่พื้นเพแถวไชยาในช่วงเวลาเป็นแหล่งธรรมะอยู่แล้วนะครับ

75 ปีหลังจากนั้น พวกเราก็ยังอยู่ในกรงขังจิตใจอยู่เหมือนเดิม เราติดอยู่ในอวิชชา เช่น จตุคามรามเทพ จนถึงวาระการล่มสลาย (ผมดีใจที่ ม.อ.ไม่กระโจนเข้าไปร่วมขบวนด้วย)

ท่านหลวงพ่อปัญญานันทะ กล่าวไว้ว่านักบวชในครั้งพุทธกาลมีนักบวชน้อย แต่ท่านทำงานกันจริง ทำทั้งเพื่อตนเองและเพื่อผู้อื่นในทางรอดพ้น ไม่มีความยุ่งยากในหมู่ของนักบวช เพราะเขาบวชกันจริงทั้งกายใจ ในสมัยนี้เรามีนักบวชมากเป็นจำนวนแสนและที่อยู่อย่างไม่ได้เรื่อง ไม่เป็นประโยชน์ต่อศาสนาก็มีมาก เป็นนักบวชแต่เพียงผิวนอก แม้เรามีเจ้าคณะผู้ปกครองอย่างมากมาย แต่ก็ไม่เห็นท่านเหล่านั้นทำอะไรลงไปในทางที่จะชำระให้องค์การศาสนาเป็นของสะอาดขึ้น พวกไม่ชอบศาสนาก็หาจุดโจมตีและทำลายได้ มันเป็นความผิดของพระเอง มิใช่ของคนอื่นเลย

ผมแถมให้อีกหน่อยว่า เป็นความผิดของพุทธศาสนิกชนอย่างเราๆ ที่เพิกเฉยไม่ออกมาต่อสู้ด้วยอ่ะเปล่า

มีความสุขกับการเรียนรู้สิ่งดีๆ ในวันนี้ครับ

ผม..เอง

หมวดหมู่บันทึก: บริหารทรัพยากรมนุษย์
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ Copyright
สร้าง: 31 ธันวาคม 2550 17:07 แก้ไข: 26 สิงหาคม 2551 18:24 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ชอบค่ะ พูดเรื่องมิติด้านจิตวิญญาณอีกนะคะ..
Ico48
อุดม พานทอง [IP: 192.168.100.112]
03 มกราคม 2551 14:02
#8194

ตามมาอ่านค่ะ  จากจุดเริ่มต้นเช่นนี้  ท่านอาจารย์พุทธทาสสรุปไว้ว่า  "ไม่มีแม่  ไม่มีสวนโมกข์"

อ.อุดม ช่วยเล่าเรื่องสวนโมกข์เพิ่มด้วยซิครับ

ผมไปไม่บ่อยครั้งเท่าไหร่เลย

Ico48
อุดม พานทอง [IP: 192.168.100.112]
07 มกราคม 2551 15:22
#9301

มีโอกาสไปสวนโมกข์ครั้งแรก  เมื่อ ปี 22  (ชมรมพุทธศาสตร์  ม.อ.)  สิ่งแรกที่รับรู้สวนโมกข์ไม่เหมือนวัดทั่วไป  ไม่โบสถ  วิหาร  โรงธรรม  มีลานหินโค้งเป็นที่แสดงธรรม  และนั้งฟังธรรม  ร่มรื่นด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ที่ธรรมชาติจัดสรรไว้อย่างเป็นระเบียบ

เดินตามท่านอาจารย์ไปฟังการบรรยายในทุกที่

(สื่อการสอนคือธรรมชาติ  และสิ่งก่อสร้างที่มีในสวนโมกข์)   สิ่งที่ได้สัมผัสคือความรู้สึกสงบ  เย็นใจ  เย็นกาย 

      บางช่วงไปเพื่อต้องการความสงบ  "ทุกข์  ทำให้เข้าถึงธรรม"    ได้มีโอกาสไปเมื่อ  วันล้ออายุครบรอบร้อยปีท่านอาจารย์  

       เมื่อได้รับการจุดประกายจากอาจารย์วันนี้ทำให้คิดถึงบรรยากาศ  ที่ผ่านมา  และปีใหม่นี้ก็คิดถึงการเตือนตัวเองด้วยสิ่งที่ท่านอาจารย์เตือนไว้"อย่าโง่กว่าปีเก่า"

       "ไม่มีแม่   ไม่มีสวนโมกข์" อ่านจากธรรมติดปีกของ  ว.วชิรเมธีค่ะ

        ขอบคุณค่ะที่ช่วยให้มีเรื่องมา share

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.85.245.126
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ