นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

คนธรรมดา
Ico64
เครือข่าย
สมาชิก · ติดตาม: 5 · ผู้ติดตาม: 22

อ่าน: 1486
ความเห็น: 4

บทเรียนจากอดีต: แม่ของท่านพุทธทาส (2)

แต่เราหวังอยู่ว่าการกระทำด้วยความจงรักต่อพระศาสนาของเรานี้ อาจมีคนเอาไปคิดไปนึก แล้วอาจมีคนทำตามมากขึ้น

 

ต่อจากบันทึกก่อนนะครับ คือเมื่อ 75 ปี มาแล้วตอนที่ท่านพุทธทาส และท่านธรรมทาส (อายุ 26 และ 23 ปี) ได้ไปขอเงินจากโยมแม่มาจัดตั้งกิจกรรมคณะธรรมทาน (สร้างโรงพิมพ์ และสวนโมกข์) โยมแม่ก็ซักถามคำถามหลายข้อ (ก็คงถามเหตุและผลก่อนการอนุมัติการใช้เงินนะครับ) คำถามสำคัญข้อหนึ่งคือ

กิจกรรมนี้ดูมันเป็นเรื่องใหญ่โตขนาดพลิกแผ่นดิน พวกเรากำลังน้อยเช่นนี้ จะไม่เจียมตัวบ้างเทียวหรือ

เราก็ชี้แจงให้แม่หายเข้าใจผิดว่า เราไม่สามารถถึงกับพลิกแผ่นดิน

เราสามารถเพียงทำไปเรื่อย ๆ ตามสติกำลัง

มีผลเท่าไร ก็เอาเท่านั้น

แต่เราหวังอยู่ว่าการกระทำด้วยความจงรักต่อพระศาสนาของเรานี้

อาจมีคนเอาไปคิดไปนึก แล้วอาจมีคนทำตามมากขึ้น

จนกระทั่งผู้มีอำนาจท่านทำ

หรือประชาชนทั้งโลกพากันทำ

มันอาจมีการพลิกแผ่นดินได้เหมือนกัน

แม้เราจะไม่ได้พลิกเอง ผลก็เท่ากัน

เรายังคงเจียมตัว และไม่ต้องอกแตกตายเพราะข้อนั้น

แต่เราได้รับผลทั้งโดยตรงและโดยอ้อมซึ่งจะมากยิ่งกว่าโดยตรงเสียอีก

 

อีกคำถามนะครับ

มีความรู้พอจะทำกันได้หรือ?

ในเรื่องความรู้นี้ พวกเรามีหลักว่า ส่วนใหญ่แห่งกิจการของเรานั้น เป็นการกระตุ้นผู้ที่มีการศึกษามาแล้ว ให้ขะมักเขม้นในการปฏิบัติธรรม ตามความรู้ที่เรียนมาแล้ว มากกว่าที่เราจะตั้งตนเป็นครูสอนเขา และเราจะทำตนเป็นผู้อุปัฏฐาก หรือให้ความสะดวกแก่ผู้ตั้งใจปฏิบัติ ตามที่เราจะทำได้ต่างหาก

ส่วนความรู้อื่นๆเป็นพิเศษนั้น เชื่อว่าเราพอจะหามาแจกจ่ายเป็นธรรมทานได้ สมกับที่เป็นองค์การเล็กๆ ในชนบทบ้านนอก แม้บกพร่องบ้างก็คงมีคนให้อภัย

ส่วนความคิดเห็นส่วนตัว ในฐานะเป็นเอกชนคนหนึ่งนั้น เรามีมากพอ ในปัญหาที่ว่าเราจะช่วยกันส่งเสริมพระศาสนาได้อย่างไร และอาจเป็นการแลกเปลี่ยนกับผู้อื่นได้ด้วย

ทั้งหมดนี้เป็นผลดีแก่พระศาสนาแน่นอน

ทั้งยังไม่มีใครทำเป็นกิจจะลักษณะ

นับว่าเราทำในส่วนที่ยังขาดให้เต็ม

 

คุณแม่เคลื่อน พานิช ก็ทำพินัยกรรม ยกทรัพย์สมบัติเปนเงิน 6378 บาท เป็น”ทุนต้นตระกูลพานิช” ให้ใช้ในการบุญกุศลบำรุงพุทธสาสนา ณ วันที่ 1 มิถุนายน 2475 เป็นต้นมา

(ในสมัยนั้นขนมจีนมื้อละ 1 สตางค์ ซึ้ออาคารที่ดิน ราคา 800 บาท ครับ)

คำถามของแม่มีความเป็นห่วง ทั้งด้านองค์ความรู้ และทรัพยากรบุคคล ว่าพอจะขับเคลื่อนองค์การไปได้หรือไม่

ผมโดนใจในคำตอบ ในส่วนที่ผมทำแถบสีเอาไว้ หลายประการ และคงจะเป็นหลักการที่นำไปใช้ต่อไปได้เป็นอย่างดี ความคิดเห็นดีๆจากอดีต ไม่เคยตกสมัยครับ (การเป็นโยมอุปัฏฐาก ก็คล้าย ๆ กับการตั้ง share.psu เหมียนกัลล์..)

ผม..เอง

หมวดหมู่บันทึก: บริหารทรัพยากรมนุษย์
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ Copyright
สร้าง: 01 มกราคม 2551 17:26 แก้ไข: 26 สิงหาคม 2551 18:25 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

เอ๋ นามสกุล "พานิช"

มีความเกี่ยวข้องอะไรกับท่าน "นพ. วิจารณ์" รึเปล่าครับ? 

บันทึกนี้โดนใจจัง....ชอบจัง...เข้าใจเปรียบ..."ความจริงไม่เคยล้าสมัย"  ขอบคุณค่ะที่ทำให้อมยิ้มได้..

  • สวัสดีปีใหม่ค่ะ
  • ขอให้อาจารย์และครอบครัวจงประสบความสุข ความเจริญ สุขภาพแข็งแรง ตลอดไป
  • ค่ะ......โดนใจมากเลย สาระดี ๆที่นำมาเล่าสู่กันฟัง
ตามมา ^_^ ให้ค่ะ...

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.91.106.223
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ