นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

คนธรรมดา
Ico64
เครือข่าย
สมาชิก · ติดตาม: 5 · ผู้ติดตาม: 22

อ่าน: 1871
ความเห็น: 3

บทเรียนจากอดีต: แม่ของท่านพุทธทาส (4) ปรมัตถวิจารณ์เกี่ยวกับพระคุณของแม่

ถ้านกกินเป็นบุญ ถ้าคนกินเป็นทาน

 

จากการอ่านหนังสือ “แม่ของท่านพุทธทาส” จนจบและคิดว่ามีประเด็นน่าสนใจที่จะมาเล่าสู่กันฟังในวง share.psu นี้ มา 3 บันทึกแล้ว ก็จะขอเล่าจนจบเล่มละกันครับ

 

บันทึกนี้เอามาจากตอนปรมัตถวิจารณ์เกี่ยวกับพระคุณของแม่ ซึ่งเปิดพจนานุกรมแล้วไม่เจอคำว่าปรมัตถ์ เลย search ใน google อีกตามเคย ก็ได้ข้อมูลมาดังนี้ (ตอนนี้ชักเป็นห่วงว่าถ้าไม่มี search engin เหล่านี้ ชีวิตการทำงานจะเป็นอย่างไรหนอ!)

ปรมัตถธรรม: สิ่งที่มีจริง, สิ่งที่เป็นสาระ

ปรมัตถ์​ ๑. ​ประโยชน์อย่างยิ่ง คือพระนิพพาน ๒. ความหมายสูงสุด, ความหมายที่แท้จริง เช่นในคำว่า​ ​ปรมัตถธรรม

ก็ไม่รู้ว่าปรมัตถวิจารณ์ คือคำวิจารณ์ที่เป็นจริงและมีประโยชน์อย่างยิ่งหรือไม่ครับ

ในตอนนี้กล่าวไว้ว่า แม่เป็นผู้สร้างวิญญาณ คือสร้างนิสัยอันละเอียดให้แก่ลูก เช่นให้ความเรียบร้อย (ล้างจานข้าวให้สะอาด ล้างมือล้างเท้าสะอาด) สอนให้ประหยัด สร้างนิสัยอ่อนน้อมถ่อมตน ให้เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ (คนขอทานก็เป็นเพื่อนของเรา คนไร้ญาติขาดมิตรมาตายอยู่ตามท่าน้ำก็จะต้องเอื้อเฟื้อ ถ้าเรากินเองมันก็ถ่ายออกหมด ถ้าให้เพื่อนกินมันอยู่ในหัวใจของเขายาวนานนัก) อบรมนิสัยให้รักน้องให้รักเพื่อน (แม่สอนว่าน้องเอาเปรียบพี่ได้ แต่พี่เอาเปรียบน้องไม่ได้ น้องโกงพี่ได้ แต่พี่โกงน้องไม่ได้) (แม้แต่ว่าลิงก็หาเหาให้แก่กันและกัน สุนัขมันก็ยังกัดหมัดให้แก่กันและกันตรงที่ที่มันกัดเองไม่ได้ เราจึงต้องมีเพื่อน)

แม่อบรมนิสัยกตัญญูรู้คุณ ให้ใช้เวลาว่างปลูกผัก (แล้วยังสอนคาถากันขโมยว่า “ถ้านกกินเป็นบุญ ถ้าคนกินเป็นทาน”) อบรมนิสัยห้ามเล่นการพนัน

แม่ส่งเสริมสัญชาตญาณแห่งการรักดี (พอบอกว่า”ดีๆ” เขาก็ดีใจ เด็กก็ชอบทำงาน ชอบขอมาทำงาน บอกว่า นี่หนูทำเองๆ จะต้องส่งเสริมสัญชาตญาณแห่งการชอบทำงานนี้ให้ยิ่งขึ้นไปตลอดชีวิต)

เด็กๆ จะต้องรู้จักรักผู้อื่น รู้จักสังคมกับผู้อื่น เราจะต้องช่วยเพื่อน เราจะต้องมีเพื่อน ถ้าเราไม่ช่วยเพื่อน เราก็อยู่ไม่ได้ แล้วเราก็จะกลายเป็นคนมีนิสัยที่เลว เด็กๆ ทำงานให้สนุก รู้จักเป็นสุขเมื่อกำลังทำงาน ที่รู้สึกว่าเป็นความถูกต้อง เป็นสุขที่แท้จริง ไม่ต้องใช้เงิน เด็กคนนี้โตขึ้นก็จะแสวงหาความสุขใจโดยไม่ต้องใช้เงิน ชีวิตกับการงานนั้นต้องเป็นสิ่งเดียวกันไปเสียเลย งานคือเกียรติยศสูงสุดของคน การทำงานให้สนุกนี้เป็นหลักสำคัญที่สุด คือการเดินทางถูกต้องตามกฎของอิทัปปัจจยตา

(อิทัปปัจจยตา สิ่งหนึ่งเป็นปัจจัยของอีกสิ่งหนึ่ง เมื่อสิ่งหนึ่งเกิดทำให้อีกสิ่งหนึ่งเกิดตาม เมื่อสิ่งนั้นดับอีกสิ่งหนึ่งพึงดับไปด้วย)

อ่านแล้วก็พบว่า แนวความคิดเหล่านี้ ทำให้ใจเราเป็นสุขขึ้น คนเราความจริงไม่ได้ต้องการอะไรมากมายนัก เราอยากได้สิ่งปรุงแต่งต่าง ๆ ขึ้นมาเอง เราอยากใส่เสื้อผ้า Brand name เอง ใช้นาฬิกาเรือนแสนเอง ซื้อเครื่องประทินผิวเครื่องหอม ที่มีโฆษณาเพิ่มว่าเพื่อสุขภาพ(ซึ่งบางคนก็แพ้เครื่องสำอาง)เอง

 

ฉันไม่มีสุขไหนส่งใครดอก

มีแต่บอกว่าทุกคนจงก้มหัว

ยึดพระธรรมเป็นพระเจ้าหยุดเมามัว

สุขจะเกิดในตัวทั่วกันเอย

ข้างบนนี้เป็นกลอนของท่านพุทธทาส เมื่อปี 2513 ครับ

ผม..เอง

หมวดหมู่บันทึก: บริหารทรัพยากรมนุษย์
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ Copyright
สร้าง: 05 มกราคม 2551 17:55 แก้ไข: 26 สิงหาคม 2551 18:31 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

  • มาน้อมรับคำสอนไปอบรมบ่มนิสัยลูกตัวเองต่อไปค่ะ..
  • ขอบพระคุณที่แชร์ค่ะ..(ไม่ต้องอ่านเอง มีคนกรองมาให้แล้ว อิอิ..ได้แต่เนื้อๆ มาเล้ย)
  • มาอ่านตอนจบค่ะ
  • อ่านจบแล้วกลับไปอ่าน ตอนก่อนๆ
  • อ่านแบบต่อนเนื่องได้อารมณ์ไปอีกแบบ
  • ขอบคุณค่ะที่ ย่อยให้...
  • วันหลังหากมีโอกาส จะอ่านเอง
  • ตามรอยการอ่านหนังสือ ของท่าน
  • เผื่อจะเก่งได้สัก 1 ส่วน 50 ของท่านชาตนี้ก็มิเสียแรงที่แม่เบ่งมา...เนอะ...
  • ขอบคุณค่ะ

โชคดีจัง!ได้อ่านแก่นแท้แบบสรุปจากท่านอาจารย์

ผมนี้แย่จังบ้านอยู่สุราษฎ์ฯแท้ๆแต่ไม่เคยแวะไปที่สวนโมกข์

ท่านอาจารย์ครับมีที่ผิดนิดหนึ่งครับ "สนัข" 

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 34.204.173.45
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ