นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

ความเคลื่อนไหวล่าสุด
เครือข่าย
สมาชิก · ติดตาม: 0 · ผู้ติดตาม: 7

อ่าน: 2265
ความเห็น: 9

จิตสำนึก...ที่หายไป

ผู้ชนะจะได้ทุกอย่างไปครอบครอง เป็นเรื่องจริง แต่ผู้ชนะจะเป็นผู้ที่มีความสุขที่สุด จริงหรือ???

ช่วงนี้เป็นช่วงแห่งการเปลี่ยนแปลงคณะกรรมการชมรมสอนเด็ก  เวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก แป๊ป แป๊ป ครบปีอีกแล้ว ในรอบปีที่ผ่านมา เรารู้สึกว่ากิจกรรมของนักศึกษารุ่นหลัง ๆ มันแปลกๆ พิกล เป็นกิจกรรมที่เตรียมตัวมาดี แต่ไม่มีชีวิตชีวา

             จะว่าไปแล้วนักศึกษารุ่นหลังๆ ที่เข้ามาทำกิจกรรมชมรมมักเป็นเด็กที่เรียนดี กิจกรรมเด่น มีความรับผิดชอบ  แต่ทำกิจกรรมได้จืดชืด ไม่สนุกสนาน เหมือนรุ่นก่อนๆ
               
                คณะกรรมการชมรมที่ผ่านมา มีการแบ่งงานกันทำได้ดีมาก แต่ละค่ายจะกำหนดให้มี ผอ. ค่ายละ 3 คน เพื่อเค้าจะได้เรียนรู้ในเรื่องการทำงานเป็นทีม การตัดสินใจและการยอมรับความคิดเห็นผู้อื่น ส่วนใหญ่ ผอ.ค่ายแต่ละค่าย ก็ตั้งใจทำค่ายได้ดีมาก ทุ่มเท เสียสละ อดทน วางแผนงาน แบ่งงานกันทำ และรับผิดชอบในหน้าที่ของตัวเองได้ดีเยี่ยม 

          ปัญหาอยู่ตรงที่เด็กรับผิดชอบในหน้าที่ของตัวเองได้ดีเยี่ยมนี้เอง  การทำกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ ต่างกับการทำงานอื่นๆ ชื่อก็บอกแล้วว่าบำเพ็ญประโยชน์ เป็นการทำงานในเชิงอาสาสมัคร ทำด้วยหัวใจ มากกว่าคำนึงถึงภาระหน้าที่ 

           ใช่แล้วค่ะ นักศึกษายุคหลังๆ เติบโตมาพร้อมกับโปรแกรมที่สังคมกำหนดไว้ เริ่มจากต้องเรียนพิเศษอย่างหนัก เพื่อให้ตัวเองสอบเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยปิดได้ เป็นโปรแกรมที่ 1 เมื่อเข้ามหาวิทยาลัยแล้ว ก็ต้องพัฒนาทั้ง IQ และ EQ ควบคู่กันไปเป็นโปรแกรมที่ 2 ฉะนั้นนักศึกษาที่อยากเพียบพร้อมสมบูรณ์แบบ ก็ต้องเรียนให้ดี และเข้ามาทำกิจกรรมให้เด่น

         เหตุผลของนักศึกษายุคใหม่ ที่เข้ามาทำงานในชมรมการศึกษาเพื่อสังคม คือ เพื่อพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้น ,  เพื่อฝึกให้กล้าคิดกล้าแสดงออก,  เพื่อมีเพื่อนใหม่ๆ หลายๆ คณะ,  เพื่อใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์, เพื่อฝึกความเป็นผู้นำ....และเพื่อเรื่องต่างๆ ที่ล้วนเกี่ยวข้องกับตัวเองทั้งสิ้น

ยุคสมัยเปลี่ยนไปแล้วหรือนี่ ! 5555  ความจริงมันเปลี่ยนไปตั้งนานแล้ว เพียงแต่ความคิดของเด็กยุคหลังๆ เริ่มเด่นชัดยิ่งขึ้นในเรื่องของตัวเอง 

         สมัยที่เราเป็นนักศึกษาอ่านบทกวี ฟังเพลงพี่หงา คาราวาน  แล้วก็พูดคุยในเรื่องราวบ้านเมือง เหตุการณ์ในสังคม ชนชั้น มวลชน 5555 ทำให้จิตวิญญาณซึบซับในเรื่องราวเหล่านี้ สมัยก่อนมีเวลาว่างมากมายเหลือเกิน เวลามันเดินช้าจนทำให้เรามีเวลาเขียนบทกวี อ้อยอิ่งกับธรรมชาติ สายลม แสงแดด และภาษาวรรณกรรมสวยๆ แค่ได้อ่านบทกวีเรื่องราวของชาวนา ชนชั้นที่ยากแค้น ก็รู้สึกร้าวรานใจจนแทบทนไม่ได้ ซึมซับทุกอย่างในความรู้สึกจนเข้าเส้น 

         ต่างจากนักศึกษายุคใหม่ เวลาเดินรวดเร็ว ใช้ภาษาสั้น กระทัดรัด ออนเอ็มคุยกัน เน้นในเรื่องราวของตัวเองและคนชอบพอ  เล่นเกมส์ที่แข่งขันให้ตัวเองชนะ  เรียนเพื่อสอบให้ชนะ ทำกิจกรรมเพื่อให้ตัวเองเป็นผู้สมบูรณ์แบบ ตามโปรแกรมที่สังคมกำหนดว่า

 ผู้ชนะจะได้ทุกอย่างไปครอบครอง เป็นเรื่องจริง 

 แต่ผู้ชนะจะเป็นผู้ที่มีความสุขที่สุด จริงหรือ???

เราพึ่งเริ่มเข้าใจว่า สีสันและชีวิตชีวาของกิจกรรมที่หายไป มันหายไปพร้อมกับจิตสำนึกสาธารณะของนักศึกษา เพราะนักศึกษาทำกิจกรรมเพื่อให้ภาระหน้าที่เสร็จสิ้นอย่างสมบูรณ์แบบ ใส่ทุกอย่างเข้าไปในหน้าที่ ทั้งทุ่มเท เสียสละ อดทน เพื่อให้กิจกรรมเป็นกิจกรรมที่สมบูณร์แบบ 555 หรือควรจะ เปลี่ยนเป็นเสียงสะอื้อดี  ทำดีทุกอย่าง......ขาดแค่อย่างเดียวคือ หัวใจ

เมื่อเป้าหมายในการทำค่าย เปลี่ยนจากทำกิจกรรมด้วยความรัก ทำ"เพื่อเด็กๆ"    เป็น "ทำงานให้มีประสิทธิภาพ เป็นผู้นำที่ดี"  สีสัน ชีวิตชีวา คุณค่าของกิจกรรมจึงด้อยค่าลงอย่างน่าเสียดาย

ยิ่งหลังๆ มีการนำระบบประเมินมาใช้กับแทบทุกเรื่อง รวมทั้งกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์  นักศึกษาจึงตระหนักในเนื้อหาสาระวิชาการมากกว่าคุณค่าของกิจกรรม  พวกเราใช้ Swot Analysis กับทุกเรื่อง ต้องวิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส อุปสรรค 

 เป็นเรื่องดีที่สอนให้ทุกคนใช้เหตุผล วิเคราะห์ตัดสินใจในทุกเรื่อง  แต่สำหรับเรา เรื่องบางเรื่องก็ไม่จำเป็นต้องใช้เหตุผล เพราะใช้ความรู้สึก หัวใจ อารมณ์ล้วนๆ ........

เมื่อโปรแกรมในสังคมกำหนดไว้แบบนี้แล้ว  จะเรียกร้อง "จิตสำนึกที่หายไป"  ได้จากใคร??

 

 

สร้าง: 07 มกราคม 2552 17:12 แก้ไข: 07 มกราคม 2552 17:12 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

มาติดตามอ่านเรื่องดีๆ จากพี่แมงปอค่ะ  และขอบอกว่ารูปน่ารักมากๆ  สดใสเหมือนถ่ายปกนิตยสารเลย

การทำงานเป็นทีม ทำด้วยใจ ทำให้งานนั้นประสบความสำเร็จแน่นอนค่ะ เย้ เย้!  เข้ามาชมรูปด้วยค่ะ ไม่ทราบว่ารูปนี้ถ่ายที่คณะทรัพยฯ ตอนงานเกษตรหรือเปล่าค่ะ

อาจเป็นเพราะว่าสังคมที่ผ่านมายกย่อง"คนเก่ง"มากกว่าคนดี และสื่อมวลชนก็ให้ข่าวคนเก่งมากกว่าคนดี ประเภท แข่งขันกันเพื่อให้ได้เหรียญทองโอลิมปิกวิชาการประมาณนั้น หากเราดึงๆไว้บ้างว่าต้องคน"คนดี"ในสังคมมากกว่านะ ก็อาจทำให้สังคมเอียงมาทางนี้ได้

เด็กรุ่นใหม่รู้จักเพลง"เพื่อชีวิต"น้อยลงกระมัง แต่ก็ไม่ใช่ความผิดของเขานะครับ ผู้ใหญ่สอนและนำให้เขาเป็นอย่างนี้เองตะหาก

โลกอนาคต เรา.... คงจะต้องตามหา หัวใจ ที่หายไป แล้วละมั้ง.....  แมงปอ (555)  แต่อย่างไรก็ตาม  ความรัก... ต้องมีอยู่คู่โลก คงต้องค้นหา ผู้ที่ทำด้วยหัวใจ..แล้วละ

ภาพนี้พึ่งถ่ายที่วัดห้วยมงคล หัวหินค่ะ ทางวัดพึ่งเปิดทุ่งทานตะวันค่ะ น้อง เหมียว น้องเปตอง

จริงค่ะ อ.คนธรรมดา สังคมเรายกย่องคนเก่งมากกว่าคนดี

แล้วเราจะตามหาหัวใจที่หายไปได้จากที่ไหนค๊ะพี่ มิกกี้

เด็กสมันนี้สบาย เกิดมาก็มีแต่รับ.............

จิตใจที่เสียสละหรือให้บุคคลอื่นมีน้อย........

และจะมีโลกส่วนตัวสูงมาก.................

จิตสำนึกนี้ นอกจากจะมีการถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น......

ก็ควรที่จะให้เขาได้รับบทเรียนจากประสบกาณ์ตรงด้วย

Ico48
นายรัก [IP: 192.168.100.112]
20 มกราคม 2552 16:37
#40291

จิตสำนึกคำนี้ ทำให้ผมไม่เข้าใจมันสักที่ว่ามันคืออะไร ผมเพิ่งกลับจากค่าย คุณตา คุณยาย อมยิ้มมาเจอยายคนหนึ่ง มีลูกบุญธรรมเป็นทูต เเต่เอาผู้มีพระคุณมาทิ้งที่บ้านพัก หรือบ้างคน ลุกเป็นทหารยศนายพล กลับมาปล่อยยายไว้ที่บ้านพัก นี่แหละที่เรียกว่าจิตใต้สำนึกที่....

Ico48
สาว [IP: 192.168.100.112]
23 มกราคม 2552 19:51
#40405

พวกเราขอโทษ

Ico48
T_T [IP: 172.24.3.87]
28 มิถุนายน 2554 15:35
#66276

ขอโทษ ค่ะพี่ปอ

ผิดที่ตัวพวกเราเองค่ะ

สัญญา : ว่าจะปรับปรุงให้ดีขึ้น

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 35.173.234.140
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ