นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

คนข้างหลัง
Ico64
นางสาว ดวงพร วงษ์สวัสดิ์
ผู้อำนวยการกองวิชาการและการพัฒนานักศึกษา
ม.สงขลานครินทร์ วิทยาเขตสุราษฎร์ธานี
Network
Members · Following: 3 · Followed: 3

อ่าน: 10080
ความเห็น: 11

SWOT Analysisกับเทคนิคการให้คำปรึกษา

คุณลองเอาหลักการการวางแผนเชิงกลยุทธ์มากำหนดยุทธศาสตร์เพื่อพิชิดงานดูสิ แล้วจะรู้ว่าเรานะไม่ธรรมดา

SWOT Analysisกับเทคนิคการให้คำปรึกษา

 มกราคมถึงมีนาคมถือว่าเป็นไตรมาสุดท้ายของนักศึกษาชั้นปีที่ 4 ในการใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัย และช่วงเวลานี้เอง กิจการนักศึกษาจะเริ่มเตรียมจัดกิจกรรมต่างๆเพื่อเตรียมความพร้อมให้นักศึกษาก่อนจบ หรือหลายคณะ ก็มีแผนจัดปัจฉิมนิเทศเรียบร้อยแล้ว   หลายคณะช่วงเวลานี้หัวบันไดบ้านกิจการนักศึกษาไม่แห้งกันเลยทีเดียวเพราะ นักศึกษา จะเข้ามาหาพร้อมคำถามยอดฮิตว่า   จบแล้วทำไรดี....หนูจะทำไรดี  จะเรียนดีหรือทำงานดี  สมัครงานจะมีใครรับมั้ย   งานหายากมั้ยพี่   หนูไม่รู้เลยว่าจะเอาไงดีกับชีวิต....หนูอยากเรียนต่อแต่แม่อยากให้ทำงาน   หนุอยากทำงานแต่พ่อให้เรียนต่อ....และหนูอยากแต่งงาน...(อ่ะ  อันนี้ล้อเล่น....) นี่เป็นเพียงคำถามส่วนหนึ่งจากนักศึกษาที่เรียนมาสี่ปีแล้วยังไม่รู้จักตัวเองเลย.....จบไปจะทำไงนี่.... วันนี้เลยถือโอกาสเปิดซิง หมวดหมู่ใหม่ในพื้นที่shareกันซะเลย ไม่รู้ว่าอ่านแล้วจะเป็นการพัฒนางานประจำหรือเปล่า แต่ก็ทำมาแล้วน่ะคะ  ... จุดเริ่มต้นการพัฒนางานด้านการให้คำปรึกษาโดยนำหลักSWOT Analysisมาประยุกต์ใช้ นั้นได้แนวคิดต่อยอดระหว่างการอบรมเรื่องการจัดทำแผนกลยุทธ์ ก็ปิ้งแว็บขึ้นมาว่า.....มันคล้ายๆกับกระบวนการให้คำปรึกษา หากเอามาบูรณาการเข้าด้วยกันน่าจะเป็นประโยชน์  เลยลองเอาไปใช้กับนักศึกษา ปี 4 ปรากฎว่าได้ผลดี หลังจากทดลองใช้ตามประสาคนเดียว ไม่เคยถอดความออกมาเป็นลายลักษณ์อักษรสักที  ครั้น เมื่อคิดได้ว่าหลังจากที่นักศึกษาจบจากเราไปแล้ว  ถึงเวลาที่นักศึกษาไม่อยู่กับเราแล้วเค้าน่าจะมีอะไรบางอย่างติดตัวไว้ใช้ยามที่คิดอะไรไม่ออก....และบอกกิจการนักศึกษาไม่ได้  จึงได้เริ่มบรรเลงเขียนเรื่องนี้ขึ้นมา...ก็ได้เริ่มเขียนเพื่อใช้เป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาการจัดทำหนังสือปัจฉิมนิเทศของมอ.สุราษฎร์ และเป็นการนำมาประยุกต์ใช้เพื่อจัดกิจกรรมแนะแนวการศึกษาและอาชีพ การให้คำปรึกษานักศึกษาชั้นปีที่4 เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนสำเร็จการศึกษา  เริ่มเลยนะคะ 

       มนุษย์ทุกคนมีความสามารถหรือศักยภาพและคุณค่าบางอย่างในตัวเองเสมอหน้าที่ของคุณก็คือ พยายามค้นหา (ถ้าคุณยังไม่รู้หรือยังหาไม่เจอ) ความสามารถหรือศักยภาพนั้นในตัวเอง และแสวงหางานที่เขาต้องการความสามารถนั้นให้เจอ ดังนั้นก่อนที่จะตัดสินใจสมัครงานในตำแหน่งใดๆก็ตาม ควรคำนึงถึงจุด 2 จุดนี้ คือ รู้เขา รู้เรา ดังสุภาษิตจีนที่ว่า รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้งนั้นเอง ต่อไปจะเป็นรายละเอียดในแต่ละหัวข้อ          ทำไมต้องรู้จักตนเอง   ที่ต้องรู้จัก    ตนเองก็เพราะการหางานทำนั้นก็คือ การเสนอขายสินค้าดี ๆ นี่เอง หรือเคยมีผู้รู้กล่าวว่า การสมัครงานก็คือการขายตัวดีดีนี่เอง...ฟังมาถึงตรงนี้อย่าคิดมากและคิดว่าไม่สุภาพนะคะ (คิดแบบตรงตัวไม่ใช่ความหมายแฝงนะคะ) แต่มันหมายถึง การเสนอขายความรู้ความสามารถของตัวเองที่เล่าเรียนมาและได้รับการพัฒนา บ่มเพาะมาตลอดชีวิตที่ผ่านมา ถ้าเราไม่รู้จักสินค้าดีพอหรือไม่รู้จักตัวเองดีพอแล้ว แล้วจะไม่นำเสนอขายลูกค้าได้อย่างไร แต่การสมัครงานนั้นเป็นการเสนอขายความรู้ความสามารถของตัวเองที่เล่าเรียนมา (มีหรือเปล่าลองคิดดู) ให้แก่บริษัทนั่นเอง โดยการรู้จักตนเองนี้ก็จะต้องผ่านกระบวนการสังเคราะห์ วิเคราะห์สอบถามจากคนใกล้ชิดที่รู้จักเรามาตั้งแต่เกิด ครูบาอาจารย์ เพื่อนร่วมเรียนที่รู้จักเราเพียงเสี้ยวชีวิตหนึ่ง คนรู้ใจ กิ๊กแก๊กทั้งหลายที่มันจะเจอแต่ข้อดีของเราเสมอ คนเหล่านี้แหละที่จะเป็นกระจกสะท้อนให้เราเห็นตัวเองได้ชัดเจนขึ้น          หลายคนคงเคยเรียนหนังสือเรื่องการวางแผนกลยุทธ์ คณาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิทั้งหลาย ได้ถ่ายทอดพลังความรู้จนท่วมตัว (ไม่รู้จะเอาตัวรอดได้หรือเปล่า )คุณลองเอาหลักการการวางแผนเชิงกลยุทธ์มากำหนดยุทธศาสตร์เพื่อพิชิดงานดูสิ  แล้วจะรู้ว่าเรานะไม่ธรรมดา          

     เริ่มต้นที่เอาหลัก SWOT Analysis มาก่อนนะ หากใครลืมสอบถามเพื่อนข้าง ๆดู เผื่อมันจะไม่รู้เหมือนเรา ถ้าเป็นเช่นนั้นชีวิต.....จริงๆเลย   ถ้ายังงั้นกลับไปถามอาจารย์ดูนะหรือถ้าอยากวิเคราะห์ตนเอง ก็ลองมาใช้บริการงานกิจการนักศึกษาดูนะคะ          แอบโปรโมทงานไปด้วยแล้วคุณจะรู้ว่างานกิจการนักศึกษา มีอะไรมากกว่าที่คุณคิด ไม่เชื่อถาม.........จิ๊บ...........ดูสิ เริ่มเลยนะ        

       1.หาจุดที่แข็งที่สุดในตัวคุณศักยภาพภายในที่เป็นจุดแข็ง (Strength)  จุดเด่น ข้อดี ความดี ความชอบ ความงามในตัวคุณที่มีทั้งหมด สรรหากันมา ถ้าหาไม่เจอแนะนำให้กลับไปถามแม่ เพราะ แม่จะเป็นคนที่เห็นลูกเป็นคนดีที่สุดอย่างไม่เคยเลวมาก่อนในชีวิต แต่ถ้าใครคิดว่าแม่จะไม่พูดความจริงลองถามเพื่อนที่นั่งข้างๆหรือเพื่อนข้างบ้านดู หรือไม่ตอบตัวเองอย่างจริงใจว่าฉันมีดีตรงไหน อะไรที่พอจะเป็นจุดขายได้ ยกเว้นหน้าตา อันนี้ ดีอยู่แล้ว อย่าลืมนะ มนุษย์เป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลก มีตัวเดียวอันเดียวยากที่ใครจะเลียนแบบ          พูดถึงจุดแข็ง จะยกตัวอย่างให้เข้าใจได้ เช่น เป็นคนดี อารมณ์เย็น มีเหตุผล เรียนเก่ง ฉลาดสวย ทันสมัย ชอบอยู่กับตนชอบคิด ชอบทำทานกับคนอื่น เกาะติดสถานการณ์ ( ใครรักใครเลิกกับใครรู้หมด) ไม่ใช่สิ ต้องเกาะติดข่าวสารบ้านเมืองแวดวงอุตสาหกรรมว่าไปถึงไหนแล้ว ภาษาอังกฤษดีมาก ภาษาไทยเยี่ยม จีนก็ใช่ย่อย พูดเก่งมีทักษะการนำเสนอเยี่ยม ชอบค้นคว้าวิจัย ชอบทำแล็ป ชอบเรียนบัญชี ชอบจัดการคนอื่น ( ยกเว้นตัวเอง อิอิอิ... ) ทำกิจกรรมเก่ง เป็นต้น  

           2.หาจุดที่คิดว่าอ่อนหรือจุดด้อยของคุณศักยภาพภายในเป็นจุดอ่อน(Weakness) เช่น ขี้โมโห ใจร้อน ไม่อดทน ตามเพื่อน ไม่เป็นตัวของตัวเอง ไม่สวย ขี้เหร่ ไม่หล่อ ไม่เท่ห์ ขี้โม้ คิดอย่างเดียวไม่ทำ เรียนไม่เก่ง ไม่ชอบอ่านหนังสือ ไม่ชอบพูดกับคน ไม่ชอบเดินทาง เชื่อคนง่าย พูดไม่เก่ง นำเสนอไม่เก่ง คิดวิเคราะห์สังเคราะห์ แยกแยะไม่เป็น          ถ้าพบสิ่งเหล่านี้แล้วจัดการมันซะให้มันออกไปจากชีวิต หรือ ถ้ารักกันมากก็พยายามเหลืออยู่ในตัวให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ ที่สำคัญต้องมุ่งมั่น ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงโดยด่วน คิดสิว่าทำไมไดโนเสาร์มันจึงสูญพันธุ์ แล้วทำไมจิ้งจกจึงอยู่รอดทุกวันนี้ ลองเลือกดูว่าคุณเป็น.....แบบสูญพันธุ์หรืออยู่ยงคงกระพัน ......ว่าแต่ แล้วมันเกี่ยวอะไรกับสัตว์สองตัวนี่ล่ะ.....  

        3. ต่อไปก็หาโอกาสให้กับตัวเองว่า ศักยภาพภายนอกที่เป็นโอกาส (Opportunity) เรามีอะไรที่จะช่วยให้เราสามารถประสบความสำเร็จได้เช่นสื่อต่างๆหนังสือพิมพ์ อินเตอร์เนต วิทยุ โทรทัศน์ สถานที่ราชการต่างๆ สำนักงานจัดหางานที่เปิดโอกาสให้คุณได้รับรู้ เรียนรู้ตนเอง รู้ตำแหน่งงานว่าง หรือแม้แต่เพื่อนแม่ เพื่อนแฟน ลุง ป้า น้า อา เครือญาติทั้งหลาย เอาเป็นว่าคนที่เรารู้จักก้เข้าถามโดยไม่ต้องลังเล...ด้านได้อายอด...คิดไว้ๆ...(ทีแย่งแฟนเพื่อนยังไม่อาย..มาอายเอาอีตอนหางาน..นี่นะ...) การได้รู้จักกับผู้จัดการโรงงาน ฝ่ายบุคคล เพื่อน พี่ น้อง ในขณะที่เราฝึกงานก็ช่วยได้ ในชีวิตหนึ่งมีใครรู้จักบ้างที่พอจะช่วยเหลือแนะนำเรื่องการทำงานได้ หรือหาโอกาสที่จะได้เรียนต่อ ก็ใช้วิธีเดียวกับข้างต้นได้ บางคนเนื่องจากเกรดเฉลี่ยสูงจนเป็นที่น่าอิจฉาแก่เพื่อนฝูง บางคนหน้าตาดีอันนี้ก็มีโอกาสได้แต่งงานก่อนทำงาน บางคนสวยแปลก ลีลาเผ็ดมัน ถูกใจคนสัมภาษณ์พยามยามนำเสนอตัวเองอย่างเต็มที่เท่าที่โอกาสจะเอื้ออำนวย บางคนรู้จักอาจารย์หลายท่านอาจจะได้เป็นผู้ช่วยวิจัย ถ้าอย่างนั้นแล้วเริ่มแสวงหาโอกาสให้กับตัวเองได้แล้วเด้อค่า             

        4. ภาวะคุกคามในชีวิต ที่ศักยภาพภายนอกที่เป็นข้อจำกัด (Threat) ซึ่งจะไม่ทำให้เราไม่สามารถตัดสินหรือค้นพบตัวเองว่าเหมาะกับอะไร เช่น สำนึกลูกกตัญญูบังเกิดขึ้น บุญคุณต้องทดแทนที่แม่และพ่อและทุนกู้ยืม ฯ ช่วยส่งเสียเล่าเรียนจนจบ แต่ฐานะครอบครัวค่อนข้างลำบากมีน้องต้องส่งเสียอีก 5 คน ลูกสาวอีก 1 คน แฟนกิ๊ก ว่าที่สามี ว่าที่ภรรยา รวมแล้วอีก 3 ที่ต้องร่วมหอลงโลงกับเรา ถ้าเป็นเช่นนั้นแนะนำว่า หางานทำเถอะ ชีวิตเด็กทั้งหลายอยู่ในมือเรา แต่ถ้าใครคิดว่า ชีวิตนี้เป็นของเราคนเดียว เป็นลูกคนเดียวของครอบครัวพ่อแม่มีเงินทองเหลือเฟือ ก็ไปเรียนต่อเพื่อเพิ่มคุณวุฒิก็ไม่ว่ากัน ที่สำคัญอย่าลืมว่าปีหนึ่งมีบัณฑิตจบออกไปเท่าไร นั่นแหละสิ่งที่คุกคามตัวเราที่ใกล้ที่สุด โดยที่เราไม่เคยคิดจะระวังตัว และพยายามหาข้อได้เปรียบแก่คู่แข่งเหล่านั้น           นอกจากการ SWOT ตัวเอง ก็ขอเสนอบันได 9 ขั้น แห่งการเข้าใจตนเอง ดังต่อไปนี้         .....แต่เดี่ญวก่อนมาถึงตรงนี้.... ก็ขอไปกินไก่ก่อนนะ...ไม่ใช่สิ  ขอไปทำหน้าที่ลูกกตัญญูก่อนนะคะ....

พรุ่งนี้จะพาไปปีนบันได 9 ขั้น แห่งการเข้าใจตนเอง 

ดอกไม้
People Who Like This
 
Facebook
Twitter
Google

Other Posts By This Blogger

ความเห็น

Ico48
Kon1Kon (Recent Activities)
07 January 2008 00:04
#9065
  • นั่นแน่..เริ่มถ่ายทอดประสบการณ์ฝังลึกออกมาเล่าสู่กันฟังแล้ว..
  • ดีมั่กๆ น้องดวง จงทำต่อไป..นะ
  • อ้าว..แล้วแว๊บไปกินไก่อีกแว้วเหรอ?? หันซ้ายหันขวาให้ดีด้วยนา 555555...
Ico48
อัมพร (Recent Activities)
07 January 2008 09:46
#9153
  • โดนใจมากเลยน้องดวง
  • "อะไรที่พอจะเป็นจุดขายได้ ยกเว้นหน้าตา อันนี้ ดีอยู่แล้ว อย่าลืมนะ มนุษย์เป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลก มีตัวเดียวอันเดียวยากที่ใครจะเลียนแบบ"
  • ถ้าหน้าตาไม่ดีแบบพี่ละทำงัยดีจ๊ะ

P ไม่รู้ว่าที่เล่าไปนั้นจะเป็นประโยชน์บ้างหรือเปล่านะคะ

อ้าว..แล้วแว๊บไปกินไก่อีกแว้วเหรอ?? หันซ้ายหันขวาให้ดีด้วยนา 555555...

อาจารย์เล่นแซวกันอย่างนี้...อายนะนี่....แต่รู้ว่า รักกอดจึงหยอกเล่นใช่มั้ยล่ะ

Pขอบคุณมากๆเลยสำหรับป้า ที่ทั้งดึงและดัน แบบสวยๆอย่างนี้มีคนเดียวจริงๆนะ

Ico48
(^_^) (Recent Activities)
08 January 2008 01:04
#9520

จบปัญหากับคำถามที่ว่า...

"จบแล้วทำไรดี....หนูจะทำไรดี  จะเรียนดีหรือทำงานดี  สมัครงานจะมีใครรับมั้ย   งานหายากมั้ยพี่  หนูไม่รู้เลยว่าจะเอาไงดีกับชีวิต...."

ติดต่อเราสิค่ะ กิจกรรมกิจการนักศึกษา

ขอบคุณนะค่ะพี่ดวง

ขอบคุณที่ถ่ายทอดบทความที่น่าสนใจให้น้องน้อยอย่างหนูได้เรียนรู้

ขอบคุณมากๆเลยค่ะ (^_^)

ปล.ไม่สงวนลิขสิทธิ์ในการเผยแพร่ต่อใช้ไหมค่ะ (^_^)

ตอบP ชื่อแซ่ก็ไม่บอก แต่พอจะรู้ว่าใคร

ดีใจจริงๆที่เข้ามาอ่าน เอาไปใช้ได้เลยไม่หวงคะ....เพราะเป้นวัตถุประสงคืหลักของshare อยู่แล้ว แลกเปลี่ยน เรียนรู้ และแบ่งปัน บทความนี้จากพี่ถึงน้องล่ะกัน พี่ดวงจะคอยติดตามอ่านบันทึกแรกของนิดนะคะ

 

Ico48
โอ๋-อโณ (Recent Activities)
09 January 2008 01:56
#9906

เยี่ยมจริงๆค่ะ ที่เอาเรื่องดีๆมาถ่ายทอด ได้ประโยชน์กับวงกว้างๆแน่นอนเลยค่ะ

พี่โอ๋รบกวนน้องดวงให้ช่วยแบ่งวรรคบันทึกเป็นช่วงๆจะทำให้อ่านง่ายขึ้นนะคะ แล้วก็เคาะขึ้นบันทัดใหม่ตรงแต่ละหัวข้อทุกข้อก็ทำให้เวลาอ่านจะได้ใจความแบบเป็นเค้าโครงไปพร้อมๆกับเนื้อหาค่ะ

พี่โอ๋อยากให้บันทึกดีๆแบบนี้มีคนอ่านเยอะๆ การทำให้อ่านง่ายเป็นเทคนิคนึงที่จะทำให้คนกล้าอ่านบันทึกยาวๆนะคะ น้องดวง

Pขอบคุณคะพี่โอ๋ที่ช่วยแนะนำ ปรับแก้เรียบร้อยแล้ว ลองเข้าไปดูหน่อนนะคะ ว่าใช้ได้หรือยัง
Ico48
โอ๋-อโณ (Recent Activities)
09 January 2008 22:13
#10271

ดีเยี่ยมเลยค่ะคราวนี้ เพราะแต่ละ paragraph น้องดวงก็มีการตกแต่งตัวหนังสือในส่วนที่เป็นประโยคหลักๆ ไว้แล้วด้วย

ตอนนี้เวลาเราเห็นปั๊บเราก็จะได้ความโดยย่อทันที โดยไม่ต้องไล่อ่านให้เสร็จก่อน

มีอีกนิ้ด...นึงค่ะ ที่จะทำให้บันทึกยาวๆที่มีคุณค่านี้สมบูรณ์จริงๆ ก็ตรงตัวสะกดต่างๆที่ยังมีผิดอยู่หลายตัว วิธีทดสอบง่ายๆก็คือ copy ไปแปะใน Word ที่เขามีเช็คไวยากรณ์น่ะค่ะ เราจะหาเห็นได้ง่ายขึ้น เอา cursor ไปวางบนคำนั้นแล้วคลิกขวา จะมีคำที่น่าจะถูกกว่าให้เราเลือกใช้ ยกตัวอย่างเช่น

"แต่เดี่ญวก่อนมาถึงตรงนี้" เราก็จะมีคำว่า "เดี๋ยว" มาให้เลือกใช้แทนคำที่ผิด 

Ico48
โอ๋-อโณ (Recent Activities)
09 January 2008 22:24
#10275

น้องดวงคะ พี่โอ๋ฝันไปค่ะ อิ...อิ...ภาษาไทยไม่มีตรวจให้ใน Word อาจจะต้องไปหาพจนานุกรมมาใส่ให้โปรแกรมก่อน ถ้าเป็นภาษาอังกฤษจะมีค่ะ เวลาเราพิมพ์ผิด ก็จะมีเส้นใต้ยึกยือที่ทำให้เรารู้ว่าคำนี้ผิดน่ะค่ะ

สรุปว่า ถ้าจะให้ดีที่สุด เราต้องช่วยกันดูว่าเราพิมพ์ได้ถูกต้องน่ะค่ะ อ่านตรวจเองอีกรอบจากหน้าจอ แล้วก็พยายามแก้ไขตัวที่พิมพ์ผิดให้ถูกให้ได้มากที่สุด เป็นการช่วยกันรักษาภาษาไทยของเราทางหนึ่ง โดยเฉพาะคนที่นักศึกษาคงยึดถือเป็นที่พึ่งและเป็นแบบอย่างได้แบบน้องดวงนะคะ หวังว่าน้องดวงคงเข้าใจพี่โอ๋นะคะ ว่าทำไมดูจุกจิกจัง เห็นแล้วว่าน้องดวงมีแววว่าจะเป็นต้นแบบที่น่าเอาอย่างให้คนอื่นน่ะค่ะ 

พี่โอ๋......เป็นคำแนะนำที่ดีมากเลยคะ...เป็นคนมือไวคิดไวคะคิดอะไรออกก็จะพิมพ์ๆ เลยไม่รอบคอบ      ในการแก้คำผิด ต่อไปจะระวังให้มากคะ ขอบคุณมากๆเลยสำหรับคำแนะนำ นี่ถ้าอ่านพี่โอ๋อ่านไม่จบคงไม่ได้คำแนะนำดีดีอย่างนี้นะคะ...
Ico48
ป.กุลวัฒน์ [IP: 202.29.39.1]
23 September 2008 15:58
#36043

ผม ป.กุลวัฒน์  (งานแนะแนวการศึกษาและอาชีพ กองพัฒนานักศึกษา มรภ.วไลยอลงกรณ์)

เข้ามาอ่านบทความนี้

เริ่มจากอ่าน บันได 9 ขั้น ก็สนุกดี 

จึงเลื่อนลงมาอ่าน swot analysis ก็ยิ่งมัน

ปกติแล้วจะไม่ชอบพิมพ์ จะชอบอ่านและเซฟเก็บความรู้ ไปถ่ายทอดเมื่อมีโอกาสมากกว่าพิมพ์แสดงความคิดเห็นต่าง ๆ

วันนี้  ขอแล้วกัน

อดทนไม่ได้ที่จะทำสิ่งดี ๆ สักครั้ง

คือการให้กำลังใจคนเขียนบทความนี้

วันนี้มีเวลาและโอกาสดี

เห็นบทความที่ดี ๆ อ่านแล้วมีประโยชน์อย่างมาก ๆ

จึงขอขอบคุณในความกรุณาที่ถ่ายทอดความรู้แก่อนุชนเพื่อจะได้ศึกษาวิเคราะห์ตัวเอง พัฒนาตัวเองต่อไป  ขอบคุณมาก ๆ จากใจจริง

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 184.72.102.217
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ