นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

ความเคลื่อนไหวล่าสุด
  • ไม่มี
เครือข่าย
สมาชิก · ติดตาม: 0 · ผู้ติดตาม: 1

อ่าน: 1972
ความเห็น: 13

สวัสดิการของ ม.อ.;บอกแล้วว่าไม่นานเกินรอ

“เวลาผ่านไปๆ ท่านกำลังทำอะไรอยู่”
บอกแล้วว่าไม่นานเกินรอ

ผู้เขียนได้เกริ่นนำเป็นเชิงปลอบใจพนักงานมหาวิทยาลัยท่านหนึ่งซึ่งได้พรรณนาความในใจเกี่ยวกับสิทธิที่ได้รับสวัสดิการจากม.อ.ไว้บน CoP เมื่อกุมภาพันธ์ 2550 ว่า “ขอให้ใจเย็นๆอีกไม่นานเกินรอพนักงานมหาวิทยาลัยก็จะได้รับสวัสดิการต่างๆ จาก ม.อ.ในลักษณะที่คล้ายคลึงหรือเหมือนหรืออาจจะมากกว่าผู้ที่เป็นข้าราชการ” พร้อมกับปิดท้ายไว้ว่า “ความคืบหน้าเป็นอย่างไรจะนำมาเล่าสู่กันฟังต่อไป”

ณ วันนั้นจนถึงวันนี้เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วและไม่เคยรอใครจริงๆผู้เขียนถามตัวเองอยู่เสมอว่า “เวลาผ่านไปๆ กำลังทำอะไรอยู่” ที่ผ่านไปมีความคืบหน้าเกิดขึ้นพอสมควร จึงยกยอดมาบอกกล่าวเล่าแจ้งให้ท่านทั้งหลายได้ทราบและจะได้ร่วมกันแสดงความเห็นครับ

ผู้เขียนขอเรียนว่าสวัสดิการและสิทธิประโยชน์ต่างๆ ที่พนักงานฯ ได้รับจาก ม.อ. ทั้งที่เกิดขึ้นแล้วที่กำลังดำเนินการอยู่และที่จะเกิดขึ้นในอนาคตเป็นสวัสดิการที่ ม.อ. จัดขึ้นนอกเหนือจากที่รัฐจัดให้นะครับ และมีบางส่วนที่เกี่ยวพันกับหน่วยงานภายนอกทั้งภาครัฐและเอกชนหรือองค์กรนิติบุคคลอื่นด้วย ดังนั้น ศักยภาพการของจัดสวัสดิการของ ม.อ. จะสมบูรณ์เพียงใดขนาดไหนนั้นขึ้นจึงอยู่กับปัจจัย 2 ประการ 
ประการที่หนึ่ง  ฐานะทางการเงินการคลัง

ประการที่สอง ความเข้มแข็งของทีมงาน สวัสดิการของ ม.อ. ทีมงานที่ว่านี้หมายรวมทั้งระดับส่วนกลางและระดับวิทยาเขต/เขตการศึกษาซึ่งปัจจุบันจะมีคณะกรรมการสวัสดิการคอยดูแลรับผิดชอบการจัดสวัสดิการแก่บุคลากรทุกประเภทซึ่งถือว่าเป็นระดับของส่วนกลาง ทำหน้าที่กำหนดนโยบาย กำกับดูแลสวัสดิการโดยรวมของ ม.อ.และมีคณะอนุกรรมการสวัสดิการประจำวิทยาเขต/เขตการศึกษาคอยช่วยดูแลรับผิดชอบในระดับวิทยาเขต/เขตการศึกษา บุคลากร ม.อ. ที่มีความประสงค์จะได้สวัสดิการอะไรก็สามารถเสนอเป็นความเห็นผ่านกรรมการชุดดังกล่าวขึ้นไปได้เสมอ

ประเด็นอยู่ที่ว่า “บุคลากรส่วนใหญ่หรือทั้งหมดได้รับรู้เรื่องราวเหล่านี้หรือยัง และได้มีส่วนร่วมในการเสนอความเห็นผ่านกรรมการทั้งในส่วนที่มหาวิทยาลัยแต่งตั้งและที่เป็นผู้แทนบุคลากรซึ่งมาจากการเลือกตั้งขึ้นไปให้คณะกรรมการสวัสดิการฯ ได้พิจารณากันบ้างหรือไม่" เอกสารรายละเอียดแนบที่นี่ครับ

 

หมวดหมู่บันทึก: บริหารทรัพยากรมนุษย์
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ Copyright
สร้าง: 17 ตุลาคม 2550 10:17 แก้ไข: 17 ตุลาคม 2550 10:28 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ยินดีกับพนักงานทุกท่านด้วยนะคะ ที่มีฝ่ายสวัสดิการน่ารักๆ เช่นนี้  งานเดินโลดค่ะ เป็นกำลังใจ สู้ สู้

Ico48
กระดังงา [IP: 192.168.26.86]
18 ตุลาคม 2550 10:07
#281

 ดิฉันเป็นส่วนหนึ่งที่ได้รับผลประโยชน์ส่วนนี้ ได้เข้ามาอ่าน ที่พี่สุธรรมนำมาบอกเล่าเรื่องสวัสดิการของพนักงานก็ดีขึ้นมาส่วนหนึ่งถ้าเทียบเป็นเปอร์เซ็นต์ก็ประมาณ 60% กว่า ๆ (เมื่อเทียบกับข้าราชการ) แต่ถ้าพูดเรื่องการทำงานพนักงานก็ทำเหมือนกับข้าราชการ ในเรื่องของบำนาญถ้าพนักงานคนไหนนำตัวเลขไปคำนวณดูก็จะได้ตัวเลขที่ออกมานิดเดียวมาก ๆๆๆ เลย ยังไงก็เทียบกับข้าราชการไม่ได้เลยในส่วนของสวัสดิการ แต่ขอให้พนักงานทุกคนใจเย็น ๆ ต่อไปอาจจะมีข่าวที่ดีกว่านี้ และขอเป็นกำลังใจให้กับพี่สุธรรมเพราะพี่ดูแลส่วนตรงนี้และพี่เป็นคนที่ให้กำลังใจกับพนักงานทุกคนสังเกตเวลาเข้าประชุมพี่จะพูดให้กำลังใจอยู่ตลอด

ขอบคุณคะ

 

*0* ดีจริงๆ

   เข้าใจมากขึ้นคะ ขอบคุณคุณสุธรรมมากๆเลยนะคะ ขอเป็นกำลังใจให้ด้วยคะ แต่ตอนนี้มีคำถามเกี่ยวกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพจะขอรบกวนโทรไปถามนะคะ ขอบคุณล่วงหน้าคะ

     @^_^@  ขอให้โลกสงบสุข

Ico48
น้อยหน่า [IP: 192.168.100.112]
25 เมษายน 2551 11:13
#27961

ดีใจมากค่ะ ที่มีสวัสดิการเช่นนี้ ตอนนี้อยากจะสมัครไม่ทราบว่าจะ download ได้ที่ไหนคะ แล้วส่งผ่านวิทยาเขตรึเปล่า (อยู่วิทยาเขตปัตตานีค่ะ)

ขณะนี้มหาวิทยาลัยกำลังเปิดรับสมัครพนักงานรุ่นก่อน 1 เมายน 2550 เข้าเป็นสมาชิกองทุนสำรองเลี้ยงชีพอยู่นะครับ และปิดรับ 30 มิถุนาย 2551 คุณน้อยหน่าและพนักงานผู้สนใจสามารถ Download ใบสมัครได้จาก www.personnel.psu.ac.th ได้เลย(อยู่ที่หน้าแรกค่อนขึ้นบน) หากเลยกำหนดแล้วหมดเลยนะครับ สมัครวันนี้เพื่อจะได้มีเงินบำเหน็จ มีสวัสดิการอื่นๆ เพิ่มเติมในข้างวันหน้า บอกได้เลยว่าดีกว่าคนที่ไม่สมัครแน่นอน เพราะเป็นระบบการออมพร้อมการการลงทุนด้วยที่ทำเพื่อสมาชิกโดยตรงเท่านั้น จึงขอให้ทำความในข้อบังคับกองทุนฯ ด้วยครับ หากสงสัยใดๆ กรุณาโทร. ที่ 2054 จะมีคำตอบทุกถามเสมอ

     อย่างไรก็ต้องฝากคุณสุธรรมแจ้งรายชื่อผู้สมัครแล้ว ให้ทราบด้วยนะคะ เพราะกลัวว่าส่งใบสมัครไปแล้วแต่ไม่ถึงนะคะ

     @^_^@  ขอให้โลกสงบสุข

ขอบคุณที่แจ้ง เล่า ส่งต่อ เป็นสิ่งที่รอ ร๊อ รอ มานานแล้วเหมือนกันค่ะ

แต่อยากจะรบกวนถามที่..

-    สิทธิ์ที่ได้รับครึ่งหนึ่งของข้าราชการ

โดยทั้ง 1.1 และ 1.2 จะปรับใหม่เมื่อครบ 3 ปี

 หมายความว่า อีก 3 ปี จะมีการพิจารณาใหม่หรือคะ

 ขอบคุณค่ะ

Ico48
sutham [IP: 192.168.100.112]
16 พฤษภาคม 2551 11:51
#29372

     ต่อคำชี้แนะของคุณ No.7(นู๋ตาล) ผมขอขอบคุณที่ได้กรุณาแนะนำวิธีที่ช่วยทำให้การสอบทานมีคุณภาพ/ประสิทธิภาพยิ่งขึ้น วิธีการนี้จะช่วยทำให้ทั้งผู้สมัครและเจ้าหน้าที่ในงานสวัสดิการและผู้บันทึกข้อมูลสมาชิกกองทุนลงในระเบียนสมาชิกสามารถทำงานได้ครบถ้วนสมบูรณ์ดียิ่งขึ้นครับ ผมคิดว่าหลังจากปิดรับสมัคร 30 มิ.ย. 51 แล้ว ไม่เกิน 2 สัปดาห์ก็จะประกาศรายชื่อให้ท่านผู้สมัครเข้ากองทุนได้ทราบโดยผ่านทางเว็บไซต์กองการเจ้าหน้าที่และผ่านทาง E-Doc ของงานธุรการงานสารบรรณ หากมีผู้สมัครรายใดตกหล่นไป(ถ้ามี)ก็จะพอมีเวลาให้แก้ไขเพิ่มเติมได้อีกประมาณ 20 วัน ต่อจากนั้นก็จะทยอยบันทึกข้อมูลสมาชิกเข้าระบบระเบียนสมาชิกเพื่อให้ทันกับวันที่ผู้เป็นสมาชิกกองทุนจะได้รับสิทธิ์สวัสดิการนี้ตั้งแต่ 1 ต.ค. 51 เป็นต้นไปครับ ก็ต้องขอขอบคุณอีกครั้งนะครับ หากท่านยังมีข้อชี้แนะดีๆ อีก ก็ได้โปรดชี้แนะด้วยครับ  

     ต่อคำถามของคุณ No.8(Aye) ตอบได้เลยว่า "ใช่ครับ" คุณเข้าใจได้ถูกต้อง อันนี้เป็นมติของที่ประชุม ค.บ.ม. นะครับ และผมมั่นใจว่าเมื่อกองทุนทั้ง 2 นี้(คือ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพฯ และ กองทุนพนักงานมหาวิทยาลัย)เติบโตแข็งแรงขึ้นๆ ในอนาคตอันใกล้นี้จะต้องมีสวัสดิการที่ดีๆ สำหรับพนักงานผู้เป็นสมาชิกกองทุนเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน ทั้งนี้เพราะเวลายิ่งผ่านไปมากเท่าใดสมาชิกกองทุนก็จะเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น และสุดท้ายบุคลากรทั้งหมดก็จะต้องเป็นสมาชิกกองทุนครับ เพียงแต่ยังไม่อาจคาดเดาได้ว่าวันที่เท่าไร แต่ก็ไม่น่าจะนานเกินรอเช่นกัน ยิ่งมหาวิทยาลัยแห่งนี้ได้ออกนอกระบบเร็วท่าใดเหตุการณ์ที่ผมพูดถึงก็จะยิ่งถึงมาเร็วเท่านั้น แต่ถ้าเป็นไปเรื่อยๆ ดังทุกวันนี้ ข้าราชการและลูกจ้างประจำก็จะค่อยๆ หมดไปเองครับ(ข้อมูล ณ สิงหาคม 2550 บอกว่าปี 2571 จะเหลืออยู่เพียง 180 คนจาก 4,970 คน และปี 2581 เหลือ 1 คนเท่านั้น) แล้วตอนนั้นก็จะต่างจากตอนนี้ และถ้าตอนนี้พนักงานไม่ได้ออมเงินไว้เพื่อชีวิตในตอนนั้น เชื่อได้เลยว่าตอนนั้นก็น่าจะลำบากกว่าตอนนี้ แต่เสียดายที่ตอนนี้ยังมีพนักงานหลายท่านยังไม่สมัครเข้าเป็นสมาชิกกองทุน เนื่องจากไม่ได้ใช้หลักการ"ออมก่อนรวยก่อนและออมก่อนรวยกว่า" รวมทั้งเพราะเหตุของความเข้าใจที่แตกต่าง ...บ้างก็คิดว่าตนเสียเปรียบเมื่อเป็นสมาชิก บ้างก็บอกว่าสามรถไปออมเองได้ และอื่นๆ หลายประการเท่าที่เขาเหล่านั้นจะนำมาคิดเพื่อปิดทางสร้างความมั่งคั่งให้กับตัวเองครับ ถ้าผมจะขอให้คุณ Aye ช่วยถามเขาเหล่านั้นแทนผมเพียงคำถามคำเดียวว่า "มีการออมเงินที่ไหนบ้างที่ผู้ออม 100 บาท/เดือนแล้วได้ดอกผลตอบแทน 100 บาท/เดือน(รวมเป็น 200 บาท/เดือน) ไม่รวมสิทธิผลประโยชน์ที่สมาชิกได้รับอีกต่างหากนะครับ หรือมีธนาคาร/สหกรณ์ที่ไหนบ้างที่ให้ดอกผลเช่นนี้?" คุณ Aye ยื่นใบสมัครไปแล้วใช่ไหมครับ ถ้ายื่นแล้วจะลองคำนวณเล่นๆ ก็ได้ว่า 3% ของเงินเดือนที่คุณสะสมเข้ากองทุนในแต่ละเดือนรวมกับที่จะได้มาจากมหาวิทยาลัยอีกเท่าตัวในแต่ละเดือนนั้น หากคุณเป็นสมาชิกไปจนเกษียณอายุราชการจะได้รับกี่แสนกี่ล้านบาท และถ้าเปลี่ยนเงินสะสมเป็น 4 - 5% ของเงินเดือนล่ะจะได้เท่าไร คุณนั่งดีดลูกคิดได้เลย สบายอยู่ข้างหน้า และโดยระบบแล้วสมาชิกกองทุนจะได้รับการแจ้งยอดเงินของตนอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง เงินทั้งหมดนี้ถูกนำไปลงทุนโดยมืออาชีพให้เกิดดอกผลมาแบ่งกันในมวลสมาชิกด้วย อีกทั้งยังนำไปขอลดหย่อนภาษีได้ด้วย แล้วอย่างนี้จะบอกว่าเสียเปรียบได้หรือไม่ และเสียเปรียบใครครับ ผมคิดว่าเสียเปรียบคนที่สมัครมากกว่า

       เอาละ! คุณถามไปนิดเดียว แต่ผมคุยเสียยืดยาวตามประสาคนไม่ค่อยได้คุย แต่ก็ขอให้ถือว่าเป็นการประชาสัมพันธ์ไปในตัวด้วยก็แล้วกันครับ คุยเผื่อคนที่ยังไม่สมัครอ่านแล้วจะได้ใช้โอกาสทองของตนในครั้งนี้สร้างความมั่นคงทางการเงินให้กับตนเองและครอบครัวต่อไป(ยกเว้นคนที่คิดว่าชาตินี้จะขออยู่เพียงคนเดียวตลอดไป...ฮึๆๆ.. ความคิดนี้ผมเองเคยมีสมัยเรียนมัธยมต้น แต่ก็มาเปลี่ยนใจเมื่อ40 กว่าปีที่แล้วครับ)  เอาเป็นว่าผมขออนุญาตรบกวนฝากบอกเพื่อนๆ พนักงานที่อยู่ใกล้ชิดด้วยแล้วกัน โดยเฉพาะผู้ที่ยังไม่สมัครให้รีบยื่นสมัครเสียนะครับ เพราะหากหมดเวลาแล้วหมดเลย ไม่มีหวนกลับนะจะบอกให้

ขอบคุณมาก

ขอบพระคุณ คุณสุธรรมมากที่เสียสละเวลา

 สงสัยอีกเรื่องนะคะ

หาว่าทำงานไม่ถึงตอนเกษียรอายุราชการ จะได้รับเงินคือ ณ ตอนที่ลาออก หรือตอนที่อายุครบ 60 คะ

ถามไว้น่ะคะ เผื่อวันข้างหน้าอยากลาออกไปเลี้ยงลูก แต่ตอนนี้ยังไม่มีลูกอ่ะนะคะ

:-) 

Ico48
sutham.s [IP: 192.168.100.112]
20 พฤษภาคม 2551 10:40
#29520

      เมื่อสมัครเข้าเป็นสมาชิกกองทุนแล้ว สมาชิกจะลาออกเมื่อใดก็ได้แล้วแต่จะสะดวก ซึ่งต่างกับ กบข. ของข้าราชการที่เข้าแล้วออกไม่ได้ หากคุณ Aye ลาออกเมื่อไรก็ได้รับเงินเมื่อนั้น(รายละเอียดตามข้อบังคับกองทุนกำหนดให้จ่ายเงินภายใน 30 วันนับจากวันที่ผู้จัดการกองทุนได้รับใบแจ้งขอเบิกเงินจากกองทุนของสมาชิก) และขั้นตอนการเบิกก็ง่ายมากๆ มีลาออกกับใบขอเบิกเงินกองทุนเพียงใบเดียว แล้วกรอกข้อมูลไม่กี่คำ เท่าที่ผ่านมาประมาณ 2 สัปดาห์เขาก็ได้รับกันแล้วครับ

       ว่าแต่ว่าเป็นสมาชิกแล้วไม่น่าจะลาออกนะ เพราะว่ายิ่งมีอายุสมาชิกนานเท่าไรเงินบำเหน็จที่จะได้รับก็ก้อนโตมากขึ้นเท่านั้น ผมว่าคุณน่าจะอยู่จนเกษียณอายุแหละดีที่สุด ขอเพียงแต่ว่า ทุกวันนี้คนเราจะต้องดูแลรักษาตนให้พ้นทุกข์พ้นภัยต่างๆ ที่มีอยู่มากมายในปัจจุบันให้มีชีวิตยืนยาวไปถึง 60 ปีได้หรือไม่ หากทำได้ก็เป็นอันใช้ได้แล้ว ส่วนการจะขอรับบำเหน็จเพราะเหตุที่ว่านั้น(...จะออกไปเลี้ยงดูบุตร)เป็นความคิดที่ยอดเยี่ยมสำหรับผู้เป็นแม่ที่มีต่อบุตรครับ แต่ผู้เป็นบุตรน่าจะไม่เห็นด้วยกระมังครับ(ฮิๆๆ...) บุตรจะเห็นด้วยหรือไม่นั้นคุณควรจะต้องคิดถึงจิตใจเขาด้วยนะ บุตรเขาอาจจะไม่สบายใจว่าพอเขารู้ว่าเมื่อเขามาแล้วแม่ของเขาจะต้องลาออกจากงานก็ได้น่ะ (นี่! คิดแทนผู้เป็นลูกไว้ให้คุณลองนำไปพิจารณาก่อน) คุณจะมีทางอื่นที่ดีๆ กว่านี้ไหม? ประกอบกับการลาคลอดบุตรก็สามารถลาได้นานพอสมควรและทางราชการก็สนับสนุนให้ลายาวได้อยู่แล้วนี่ครับ (ปัจจุบันพนักงานสามารถลาอะไรๆ ได้เหมือนข้าราชการ) ผมว่าดีไม่ดีอาจจะต้องคิดถึงหัวอกของผู้เป็นพ่อของบุตรด้วยนะ "จะปล่อยให้เขาหาเงินเลี้ยงดูตามลำพังได้อย่างไรกัน" ฮะ..ฮา  และที่สำคัญอีกอย่าง คือ หากลาออกก่อนอายุสมาชิกครบ 2 ปีก็ได้รับเพียงเงินสะสมพร้อมเงินผลประโยชน์ที่เกิดจากการนำเงินส่วนนี้ไปลงทุนเท่านั้น และถ้าลาออกในช่วงที่เป็นสมาชิกได้กว่า 2 ปีแต่ไม่ครบ 5 ปีก็ได้เพียงเงินสะสม + เงินผลประโยชน์ที่เกิดขึ้น + เงินสมทบเพียง 50% ของเงินที่มหาวิทยาลัยจ่ายให้คุณในแต่ละเดือนเท่านั้น แต่ถ้าคุณลาออกเมื่ออายุสมาชิกครบ 5 ปีขึ้นไป คุณก็จะได้รับทั้งเงินสะสม เงินผลประโยชน์ และเงินสมทบจากมหาวิทยาลัยทั้งหมดเลย(รับ 100%) ตัวอย่าง เช่น สมมุติว่า ถ้าคุณเป็นสมาชิกกองทุนไปแล้ว 20 เดือนยื่นใบลาออก และถ้าคุณมีเงินสะสมอยู่ในกองทุน 12,000 บาท เมื่อลาออกคุณก็จะได้รับเงินบำเหน็จ เพียง 12,000 บาท + เงินผลประโยชน์ที่เกิดขึ้น(อาจจะร้อยละ 4-7 ของเงินสะสมที่เฉลี่ยให้แก่สมาชิกกองทุนแต่ละคน/ปี) และถ้าคุณลาออกเมื่ออายุสมาชิก 50 เดือน และถ้าคุณมีเงินสะสมอยู่ในกองทุน 30,000 บาท คุณก็จะได้รับเงินบำเหน็จ 30,000 บาท + เงินผลประโยชน์ + เงินสมทบจากมหาวิทยาลัย 15,000 บาท

        แต่ถ้าคุณลาออกเมื่ออายุสมาชิกครบ 60 เดือน(5 ปี) และถ้าคุณมีเงินสะสมอยู่ในกองทุน 36,000 บาท คุณจะได้รับบเงินบำเหน็จจากองทุน ดังนี้ คือ 36,000 + เงินผลประโยชน์ + 36,000 บาท(เงินสมทบจากมหาวิทยาลัย) รวมเป็นทั้งสิ้น .... บาท(ยอดรวมได้เท่าใดผมขอละให้คุณ Aye  คิดเองก็แล้วกัน)  ฮะ ฮะ ฮา ...เห็นแล้วยังว่า ความร่ำรวยของสมาชิกกองทุนขึ้นอยู่กับระยะเวลาของการเป้นสมาชิก คือ ยิ่งนานยิ่งก้อนโตกว่า ยิ่งรวยกว่า ...ก็คิดว่าคุณ Aye คงจะตัดสินใจได้แล้วนะครับว่าควรจะเลือกทางเดินเพื่อการออมให้กับตนเองแบบไหน อ้อ! เงินรายได้นี้ยกเว้นภาษีให้ด้วยนะครับ อย่างไรก็ขอได้โปรดอ่านดูรายละเอียดในข้องบังคับกองทุนซึ่งมีอยู่ในเว็บของ กจ. ด้วยนะครับ พร้อมกับขออนุญาตฝากบอกกล่าวให้เพื่อนๆ รอบข้างได้ทราบด้วยก็จะขอบคุณยิ่งครับ

 

        

 

อ่านไปยิ้มไป

ขอบคุณนะคะ

Ico48
sutham [IP: 192.168.100.112]
21 พฤษภาคม 2551 10:34
#29571

      ผมขอแก้ไขข้อความจาก No. 11 ซึ่งผมได้ตอบข้อสงสัยของคุณ Aye ไปเมื่อ 21 พ.ค. 51(เมื่อวานนี้) พอมาอ่านดูอีกรอบหนึ่งพบว่ามีข้อความบางจุดในย่อหน้าที่ 2 คลาดเคลื่อนอยู่นิดหนึ่งครับ คือ ตรงช่วงของอายุสมาชิกที่จะได้รับเงินสมทบ 50% กับ 100% ว่า "หากอายุสมาชิกครบ 2 ปีแต่ไม่ครบ 5 ปีได้รับเงินสมทบ 50% และหากอายุสมาชิกครบ 5 ปีขึ้นไปจะได้รับเงินสมทบ 100% จากมหาวิทยาลัย" จึงต้องกราบขออภัยผู้อ่านทุกท่านไว้ ณ ที่นี้ด้วย และขอแก้ไขใหม่เป็นดังนี้ครับ

       "หากอายุสมาชิกครบ 2 ปีหรือมากกว่าแต่ไม่ครบ 4 ปีจะได้รับเงินสมทบและเงินผลประโยชน์ 50% จากมหาวิทยาลัย แต่ถ้าอายุสมาชิกครบ 4 ปีขึ้นไปจะได้รับเงินสมทบและเงินผลประโยชน์ 100% จากมหาวิทยาลัย"

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 35.170.76.39
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ