นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

Teeradet
Ico64
Mr. Teeradet -
Support
IT , Price of Songkla University.
เครือข่าย
สมาชิก · ติดตาม: 3 · ผู้ติดตาม: 1

อ่าน: 6633
ความเห็น: 13

สงขลานครินทร์ ของเรา

บันทึก ม.อ.

ข้อมูลทั่วไป

  • "สงขลานครินทร์"เป็นพระยศของ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนกส่วน"มหิดล"เป็นพระนามของพระองค์ท่าน
  • ชื่อภาษาอังกฤษคือ Prince of Songkla University
  • สมัยก่อนนักศึกษารุ่นแรกๆจะเรียนที่มหาวิทยาลัยมหิดล
  • วันคล้ายทิวงคตของพระองค์ท่านคือวัน24 กันยายนของทุกปีเป็น"วันมหิดล"นักศึกษาทั้ง 2 มหาวิทยาลัยและบุคคลกรทางการแพทย์ถือเป็นวันสำคัญ
  • นักศึกษารุ่นบุกเบิกของทั้ง2มหาลัยบางท่านสนิทกันแต่น่าแปลกที่ไม่มีกีฬาประเพณี(หรืออาจจะเคยมี)
  • พ.อ.ถนัด คอมันตร์เป็นประธานคณะกรรมการฯ คณะกรรมการฯ เริ่มดำเนินการให้มีการก่อสร้างมหาวิทยาลัยและเป็นอธิการบดีคนแรก
  • มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มีชื่อย่อว่า ม.อ. และม.อ. เป็นมหาวิทยาลัยแรกที่ใช้คำว่า"วิทยาเขต"
  • สีประจำมหาวิทยาลัยคือ "สีบลู" ดอกไม้ประจำมหาวิทยาลัยคือ "ดอกศรีตรัง"
  • เดิม ม.อ.ก่อตั้งครั้งแรกที่ปัตตานี แต่ไอทะเลทำให้เครื่องมือวิทยาศาสตร์เสียหายจึงขยายวิทยาเขตไปที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา
  • วิชา Audio-Visual Education เป็นวิชาเดียวในมหาลัยที่มีคนลงมากที่สุด สถิติการแข่งขันลงวิชานี้ ได้รับการบันทึกไว้ว่า ผู้ที่ต้องการลงทะเบียนวิชานี้ต้องเข้าคิวลงทะเบียนตั้งแต่เวลา 3 ทุ่ม เพื่อลงทะเบียนในวันรุ่งขึ้นเวลา 9 นาฬิกา
  • วิชา Foundation English เป็นวิชาที่มีคนดรอปมากที่สุด
  • งานรับปริญญา จะผลัดกันจัดที่ ปัตตานีกับหาดใหญ่ (แต่ตอนนี้จัดที่หาดใหญ่ที่เดียวแล้วเพราะปัญหาทางด้านชายแดนภาคใต้)
  • เพลงประจำมหาวิทยาลัยแต่งทำนองโดย ครูเอื้อ สุนทรสนาน แห่งวงสุนทราภรณ์
  • เว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยคือ www.psu.ac.th แต่เว็บไซต์ที่มีคนเข้าชมมากที่สุดคือ www.rak-mor-or.com
  • นักศึกษาที่นี่ไปแข่งกีฬาในต่างประเทศมากกว่าในประเทศซะอีก(มาเลย์,อินโด,สิงค์โปร์)
  • และน่าจะมากกว่านักกีฬาทีมชาติบางชนิดที่ไปเก็บตัวที่ต่างประเทศ
  • คณะวิศวกรรมศาสตร์ก่อตั้งเป็นคณะแรกใน ม.อ.
Sections: Miscellaneous
Tag: ม.อ.
License: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
created: 16 November 2011 11:07 Modified: 16 November 2011 11:07 [ Report Abuse ]
ดอกไม้
People who like this: Ico24 Teeradet, Ico24 บิวตี้, and 2 others.
People Who Like This
 
Facebook
Twitter
Google

Other Posts By This Blogger

ความเห็น

Ico48
Teeradet (Recent Activities)
16 November 2011 11:09
#71548

หาดใหญ่

โรงพยาบาลสงขลานครินทร์เป็นโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยแห่งแรกที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน Hospital Accreditation (HA)

99.99% ของคนส่วนใหญ่คิดว่า จุฬา เป็นที่แรกที่ใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศไทย แต่คน 0.01% ที่รู้ว่าม.อ.เป็นที่แรก ก็คือเด็กม.อ.เอง และ 0.0001% รู้ว่าอินเทอร์เน็ตครั้งแรกในไทยเกิดที่คณะวิทยาศาสตร์

มอ.มีโรงพยาบาลทันตกรรมเป็นแห่งแรกในประเทศไทย

คุณหญิงหลง อรรถกระวีสุนทร เป็นคนมอบที่ดินให้ ม.อ.

0com บริการ ไวควาย เน็ตช้ามากเลย

ตึกฟักทอง เป็นสัญลักษณ์คณะวิดยา มีทั้งหมด 25 กลีบ บันไดทางเดินไปยังตึกฟัก(ทอง)ก็มี 25 ขั้น

ถ้าใครวิ่งรอบอ่างติดต่อกัน 5 รอบโดยไม่หยุดจะขอพรอะไรก็ได้ (บ้ารึเปล่า)

ถ้าใครไปวิ่งรอบอ่างแล้วมองอ่างเป็นรูปหัวใจแสดงว่าคนนั้นกำลังมีความรัก

ผู้ชายที่วิ่งรอบอ่างส่วนใหญ่จะมีเจตนาแอบแฝง คือ เหล่สาว

ถ้าใครอยากได้เกียรซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของวิศวะซึ่งจะได้ตอนรับน้องจบของ์ทุกรุ่น แนะนำให้ไปงมเอาที่อ่าง(ใครงมก้อบ้าแล้วน้ำมันลึก)

หลัง ม.อ.จะมีภูเขาล้อมรอบ บรรยากาศดีมักๆๆ

ที่โรงยิมตอนเย็นทุกวันจะมีการเต้นแอโรบิค แต่ที่คณะวิศวะจะมีคนเต้นเยอะกว่า เรียงตามอายุ และเพศ คนอายุเยอะจะอยู่ด้านหน้า อายุน้อยและกระเทยจะอยู่ด้านหลัง

โรงช้างคือโรงอาหารที่เด็กม.อ.จะไปทานข้าวกัน แต่ก่อนเป็นเพิงบรรยากาศอบอุ่นเหมือนร้านอาโกในเรื่อง "มหาลัยเหมืองแร่" มีร้านขอายของชำหลายร้านเหมือนในกิมหยง แต่เดี๋ยวนี้ทุบแล้วสร้างใหม่กลายเป็นโรงอาหารประถม

เค้าว่ากันว่าโรงช้างคือโรงอาหาร วจก.

ในโรงช้างจะมีทีวีอยู่ 3 เครื่อง แต่เด่วนี้มีสี่เครื่องแล้ว

เกือบครึ่งนึงของจำนวนคนในโรงช้างเป็นเด็กวิดวะ

ในเวลาตอนเที่ยงโรงช้างคนจะเยอะมากๆๆๆ แต่สถานที่ที่น่าไปทานข้าวเที่ยงมากที่สุดคือ โรงอาหารคณะทันตะ

ตึกฟักทองเป็นที่อ่านหนังสือของเด็ก ม.อ.ใกล้ช่วงสอบ

ช่วงสอบเซเว่นจะขายดีมากที่สุด

เมื่อก่อนร้านสะดวกซื้อจะมี่โรงช้างที่เดียว คนยืนเข้าแถววนจนจะรอบร้าน แต่ตอนนี้มีกระจายตามหอแล้ว

มาม่า ฯลฯ จะขายดีในช่วงสอบ

ก่อนเข้าห้องสมุดทุกครั้งต้องแสดงบัตรนักศึกษา (เดี๋ยวนี้เปลี่ยนเป็นยิงบาร์โค้ดแล้ว)

หลังเวลาเที่ยงคืนก่อนเข้าหอพักต้องแสดงบัตร

หอพักหญิงจะปิดเวลาตี1 (ปิดช้าที่สุดในสยามประเทศ) ส่วนหอชายเหมือนเซเว่น

ช่วงเสาร์-อาทิตย์หลายคนมักจะดูบอลที่โรงช้างและใต้หอ โดยเฉพาะวันแดงเดือด ทั้งแฟนผีแฟนหงส์จะเยอะสุดๆ

เมื่อน้องปี 1 เข้ามาเรียนจะมีชมรมและกิจกรรมต่างๆให้เข้าร่วมกัน

เซเว่นใน ม.อ. มีอยู่ 4 ที่ (ที่จริงมี5แห่งอีกที่หนึ่งเป็นเซเวนลับจะรู้กันไม่มากเพราะอยู่ที่หลังวิดวะเค้าจะนิยมเรียกกันว่าเซเวนวิดวะจะเจอสิงอมควันมากในที่นั้น)

คาเฟตเปลี่ยนเป็นคณะแพทย์แผนไทยกับเนิร์สเซอร์รี่แล้วจ้า(ได้ข่าวว่าจะสร้างตึกคณะใหม่เเล้ว ที่วาริช คณะทรัพย์ มีโรงพยาบาลเเพทย์เเผนไทยย้ายไปที่นั่นด้วย)

ทุกๆ วันใต้ตึก วจก.จะมีคนไปเล่นเน็ตกันมาก มีบางคนเรียกว่าลานโน๊ตบุ๊ค เยอะมากจริงๆ

เวลา 7.50 นาทีเป็นเวลาที่พลุกพล่านมากที่สุด

เด็ก ม.อ. บางคนเป็นผู้มีความสามารถพิเศษ แม้จะตื่น 7.50 น. ก็ยังไปเรียนคาบ 8.00 น.ทัน

รถตุ๊กๆและรถสวัสดิการเป็นรถที่จะพาเด็กม.อ.ไปเรียนกัน เด่วนี้มีรถไบโอดีเซลแล้ว จะวิงเป็นเวลา เรียกสั้นๆว่า "รถไบโอ"

เด็กปี 1 ห้ามใช้รถแต่ก็มีคนแอบเอามาใช้อยู่ดี

ไปรษณีย์ ม.อ.จะอยู่หลังตึกอธิการบดี

ทุกเย็นวันศุกร์มหาลัยจะเงียบเพราะเด็กจะกลับบ้านกัน

ป้ายทะเบียนรถใน ม.อ. สข เป็นป้ายทะเบียนพบมากที่สุด และจะขึ้นต้นด้วย ค.ควายเป็นหลัก เช่น คบฉ คบพ คคคคค..

วันแรกของการเรียนเด็กส่วนมากจะหาห้องไม่เจอ

เมื่อเข้ามาปี 1ใหม่ๆ เด็กแพดจะใส่ไทค์สีเขียวพยาบาล สีส้ม วจก. สีเฉดม่วง วิดวะ สีเลือดหมู วิดยาสีเหลือง

วจก. เป็นชื่อย่อของคณะวิทยาการจัดการ คณะนี้ว่ากันว่าสาวสวยที่สุด

บ้างก็ว่า วจก. ย่อมาจาก วิดวะจัดการ

เมื่อขึ้นปี 2 เด็กพยาบาล แพทย์ จะย้ายไปอยู่หอเฉพาะ

ตอนเย็นใต้ตึกพยาบาลจะมีคนมารำไทเก็ก

ใต้ตึกหุ่นยนตร์มีการติดป้ายชัดเจน "ห้ามรำมวยจีน" (ซึ่งแฝงความนัยบางอย่าง)

ช่วงเที่ยงคืนเป็นต้นไปหลังสอบจะมีคนวิ่งแก้บน แล้วก็เช็ดลานพระบิดา

สนามฟุตบอลม.อ.มีอยู่ 2 สนาม คือ

สนามบน เป็นชื่อเรียกของสนามที่อยู่ต่างระดับกันอยู่ข้างบน ชื่ออย่างเป็นทางการคือ บนแทรฟฟอร์ด ไว้แข่งรักบี้ เป็นส่วนใหญ่ และเป็นลานจอดเฮลิคอปเตอร์ส่งผู้ป่วยจากชายแดนใต้มาที่โรงพยาบาลอีกด้วย

สนามล่าง เป็นชื่อเรียกของสนามที่อยู่ระดับต่ำกว่า ชื่ออย่างเป็นทางการคือ เซนต์เจมส์ล่าง เป็นที่แข่งฟุตบอล

ว่ากันว่าเวลาดูรักบี้ต้องดู ทรัพย์ วิศวะ แข่ง เพราะหาเรื่องตีกันตลอด

วงเวียนในม.อ.มีอยู 6 ที่

คณะ อก.เป็นคณะที่อยู่ไกลที่สุด ถัดมาก็เป็นคณะทรัพย์

หลายคนมากที่ไม่เคยไปคณะ อก.

หลังสอบที่ทะเบียนกลางเป็นที่นักศึกษาฮิตที่จะไปมาก โดยเฉพาะช่อง 5

สมัยที่ยังไม่มีระบบลงทะเบียนออนไลน์ มีคนไปรอลงทะเบียนตั้งแต่เที่ยงคืน

วันสุดท้ายของการดรอปรายวิชาหน้าทะเบียนกลางจะมีคนต่อแถวยาวมากๆๆ

ครั้งแรกที่ดรอปคนส่วนมากอายที่จะไปดรอปไม่กล้าไปทะเบียนกลางไม่กล้าบอกเพื่อนว่าดรอปพออยู่นานๆไป การดรอปเป็นเรื่องปกติ

คนขับจักรยานยนต์ส่วนมากมีหมวกกันน็อคไว้กันยาม

รถจักรยานยนต์ทุกคันต้องเปิดเบาะให้ยามดูก่อนเข้ามหาลัยฯ เด่วนี้มีตรวจใบขับขี่แล้ว <--ปจุบันให้เปิดเบาะเหมือนเดิม(มีกล้องแล้ว)

วิดวะเป็นคณะที่มีผู้ชายมากที่สุด

คณะวิศวะเข้าง่ายแต่จบก่อนหลักสูตรง่ายกว่า

พยาบาลเป็นคณะมีผู้หญิงมากที่สุด น่ารักด้วย (ความคิดส่วนตัว) ผู้ชายน้อยสุด ซึ่งเท่าทีมีก็ไม่ใช่ชายแท้

พยาบาลส่วนใหญ่เป็นแฟนเด็กวิดวะ

หอ3-4 เป็นหอเดียวที่อยู่ด้วยกัน และเป็นหอที่มีเรื่องเล่ามากที่สุด มีนักศึกษาเคยเสียชีวิตคาห้องมาแล้ว แต่ห้องไหนไม่รู้ใบให้ อยู่ปีก X

ถ้าจะจีบสาวพยาบาลให้จีบตั้งแต่ปี 1 พอปี 2 จะไม่เจอหน้าแล้ว

ตอนเปิดเทอมใหม่จะมีของขายที่ใต้ตึกกิจ เรียกว่าขายของน้องใหม่ และจะเป็นของที่แพงที่สุดเพราะเด็กใหม่จะยังงงงง และไม่รู้ว่ามันแพง คนขายเป็นบรรดารุ่นพี่ ที่รับของมาจากร้านในตลาด และเอาเฉพาะของถูกๆ มาเพิ่มกำไรขาย

พอสิ้นเทอมแรกจะมีเพื่อนที่ต้องจากเราไปก่อนเวลาอันสมควร

ม.อ. จะมีโลตัสอยู่หน้ามหาลัย

รถ 2 แถวหน้าม.อ.ราคา 15 บาท

ประตู 108 และประตู 109 เป็นประตูอยู่ทางทิศตะวันออก

ประตู 108 ได้ชื่อจากจำนวนห้องของแฟลตที่ใกล้ประตู ส่วนประตู 109 ประตูใหม่หลังคณะทรัพย์ถัดจาก 108 เลยได้ชื่อว่า 109 (ลุงเจ้าของตลาดเลยรวยเพราะค่าเช่าจากตลาดสดกลายเป็นขายข้าวตอนค่ำ-เอ่อ ไม่รู้ตอนนี้ยังมีอยู่ป่าว)

ประตูทางทิศตะวันออกชื่อประตูศรีทรัพย์

มีตลาดศรีตรังอยู่ข้างประตู 108 เด็กมอ.ชอบมานั่งกินข้าว ดูบอลกันเยอะมากก แต่เสาร์ อาทิตย์ คนจะน้อย เพราะเด็กกลับบ้านกัน

ประตูหลักๆ มีทางออกอยู่ 4 ที่ เปิดใช้แค่ 3 ที่

ตลาดนัดเกษตร เปิดขายของทางคณะทรัพย์

ในมหาลัยมีปั้มน้ำมันอยู่ 2 ที่ คือปั้มบางจาก อยู่ใกล้ประตูหน้า ม.อ. และก็คณะวิดวะ (ไบโอดีเซล)

ช่วงเดือนสิงหาคม จะมีงานเกษตรภาคใต้ มีของขายเยอะมากๆๆ

ยามชอบแอบหลับช่วงตี 3 กว่าๆๆ

เปิดเรียนวันแรกๆๆทุกคนจะตื่นเช้า หลังจากนั้นจะขี้เกียจตื่นไปเรียน

คณะ วจก. เป็นคณะที่อยู่ใกล้หอในมากที่สุด

ส่วนมากสาว วจก. จะเป็นสาวมั่นมากๆๆๆๆน่ารักด้วย

บางคนบอกว่า มอ. ย่อมาจาก มาอ้วน แต่ก็อ้วนจริงๆๆอิอิอิ

ว่ากันว่า ใครเดินผ่าน love path ระหว่างวจก. กับศูนย์คอมฯ จะมีคู่

กระผมก็เดินผ่านทุกวัน ทำไมยังไม่มีคู่อ่ะ (หรือเดินมากไป?)

มอ. หาดใหญ่ อยู่หน้าเขา ส่วนมอ. ปัตตานีติดทะเล(โคลน)

ทุกปีในช่วงวันรับปริญญาใครที่รูมเมทหรือเป็นเด็กวจก.ต้องระวังตัวเป็นพิเศษ

ร้านน้ำชาสุดฮิตที่ "ม.สงขลานครินทร์" ชื่อ "สวนลุงเจิม" แต่บางตำราบอกว่าผิดครับ ต้องเป็นร้านชาโต้งและโกอ้วน ฮิตกว่าเยอะ และที่สำคัญ........... ร้านลุงเจิมไม่ได้อยู่ที่ "ม.สงขลานครินทร์"!!!

เมื่อก่อนรับปริญญาที่ห้องทองจันทร์ ตอนนี้ไปที่ศูนย์ประชุมนานาชาติแล้ว (ตั้งแต่ปี 51)

ใต้ตึกวิศวคอมมีป้ายสีน้ำเงินแปะที่เสาเขียนว่า "ห้ามรำมวยจีน"

เรียนวิศวะฯจบสี่ปี ที่นี่เรียก lnw

ที่หอสมุดคุณหญิงหลง อรรถกระวีสุนทร (ชื่อห้องสมุดที่นี่)มีคนมาหางานทำวิจัยโคตรเยอะ!

ถ้ามามอ.แล้วไม่เข้าโรงช้างถือว่ามาไม่ถึง

ที่นี่ สุขภาพเกรดของนักศึกษาเป็นสิ่งที่น่าห่วงกว่าสุขภาพกาย

ช่วงสองอาทิตย์ก่อนสอบ หอสมุดจะปิดเที่ยงคืนและมีบริการเสริมที่นั่ง ซึ่งถ้าไปช้า ท่านจะอด

หอสามสี่ผีเยอะสุด

ดึกๆเลยเที่ยงคืน ใต้ตึกกิจจะมีแต่คนแปลกๆ (ลองสังเกตดู)

เด็ก มอ ชอบเล่น DotA โดนเฉพาะใต้หอ 11 (Want ไหม สาดดดดดดดดดด)

คาเฟตไม่มีแล้ว ปรับปรุงเป็นอาคารพยาบาลและแพทย์แผนไทยไปแล้ว

ร้านหน่อนั้ง เป็นร้านการ์ตูนที่เด็กมอ อ่านเยอะที่สุด

ตึกคณะวิศวะกรรมศาสตร์เป็นตึก 2 แห่งในประเทศไทย

ตึกคณะวิดวะ มี ตึก A ซึ่งเรียนแล้วไม่ค่อยได้ A

ตึกโรบอท เป็นตึกที่สร้างเลียนแบบหุ่นยนต์(ต้องมองจาก Top View นะจ๊ะ)

ตึกฟักทองมาจากตึกจานบินของมหิดล

ตึกหุ่นยนต์คือตึกเรียนของภาควิศวกรรมคอมพิวเตอร์ โดยมีหัวหุ่นเป็นห้องประชุม

ส่วนตึก A คือตึกแรกของคณะวิศวกรรมศาสตร์

ผู้ชายวิศวะทุกคนรู้ว่าห้อง CH311 อยู่ตรงไหน และต้องจำใจเข้าไปเมื่อยามวิกฤต

มันคือห้องแห่งความลับ ถ้าต้องเข้าไปแล้ว ไม่ควรไปเล่าให้คนอื่นฟัง

แต่รู้สึกว่าตอนนี้เจ้าของห้องหายสาบสูญไปซะแล้ว

พนักงานหอพัก 10 11 ร้ายเหลือ บริการไม่ดี

หอใหม่ 8 9 10 11 เป็นหอพักที่สูงมากๆ เพราะมีถึง 15 ชั้น

แต่คู่แข่งใหม่ นั่นคือ บินหลา 4 หอพักแพทย์ที่สูง 15 ชั้นเหมือนกัน

มอ. ไม่มีหอพักสำหรับนักศึกษาทันตะ

นิติกับเสดสาดกำลังจะมีที่ตั้งคณะเป็นของตัวเองแล้ว (ใกล้กับสินสาด)

หอ 11 ใครที่อยู่ห้องมุมฝั่งเยื้องหอ 6 จะได้เห็นอ่างน้ำ และสนามซอฟท์บอลด้วย บรรยากาศส่วนตัวสุดๆ

อีกไม่นานหอสมุดจะย้ายไปตึก LRC (ศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้) แล้ว

Big Four ของ มอ. หาดใหญ่ คือ วิศวะ วิดยา วจก. และทรัพย์

CoE ร้ายกาจ มากมาย อิ

เด็กเเพทย์เเผนไทยใส่เสื้อกาวน์ตั้งเเต่ปี 2

ทุกปีในช่วงกลางเดือนสิงหา ช่วงกลางวันวิดยาจะคึกคัก (เพราะมีงานสัปดาห์วิทย์ฯ) แต่ช่วงกลางคืนทรัพย์ฯ จะคึกคักเช่นกัน(เพราะมีงานเกษตรฯ)

มอ.หาดใหญ่ เป็นมหาลัยแรกในประเทศที่มีโลตัสอยู่หน้ามอ

วิดยาผู้หญิงมักเป็นแฟนกับเด็กวิดวะ ส่วนผู้ชายมักเป็นแฟนกับพยาบาล

วิดวะส่วนใหญ่เป็นแฟนกับเด็กวจก.

ถ้ามา มอ.หาดใหญ่แล้วได้ยินเสียงเฮลิคอปเตอร์ ไม่ต้องตกใจ เพราะมอ.เราอยู่ห่างจากค่ายทหารไม่ถึง 1 กิโลเมตร

ที่นี่เราเรียกคณะเกษตรว่า คณะทรัพยากรธรรมชาติ

รักบี้คณะวจก. กับ ทรัพฯ เป็นคู่กัดกันทุกปี

หอ 5 มอ. หาดใหญ่เป็นหอชายมาก่อน(เป็นหอหญิงที่มีโถเยี่ยว)(สมัยที่ผมไปนั่งอ่านหนังสือ มีชายกับ ญ เข้าไปห้องน้ำพร้อมกันกลับออกมาโดยมีเหงื่อเต็มตัว อิจฉามันหว่ะ!!!)

หอ 12-13 มอ. หาดใหญ่เคยเป็นหอชาย

วิศวะที่นี่ ได้ชื่อว่าเรียนโหดที่สุดในประเทศ (จริงๆ ขอเข้ามา confirm,จบจากนี่ได้ใบ กว.เลยไม่ต้องไปสอบ <------ ไอ้นี่เคยไปเรียนที่อื่นมาเหรอ)

วิชา Electric Circuit เป็นวิชาที่เด็กติด E มากที่สุด (ภาคไฟฯไชโย)

ที่มอ.ไม่มีใครติด F กัน เพราะให้กันแต่ A B+ B C+ C D+ D และ E

ในงานรับปริญญาเมื่อก่อนจะตั้งแถวเดินจากตึกฟักทอง แต่ช่วงปีหลังๆ จะเดินจากตึกคณะพยาบาล เพราะใกล้กว่า

ห้องทองจันทร์เคยเป็นห้องประชุมไฮโซสุด (ตอนนี้มีศูนย์ประชุมใหม่แล้วจ้ะ)

เกี่ยวกับบูม

บูมวิดวะกับวิดยาเป็นบูมคู่ขนาน (ขึ้นต้นคล้ายกัน จังหวะคล้ายกัน อยากรู้เป็นยังไงต้องไปฟังเอาเอง)

บูมทันตะจะเหมาะสำหรับฝึกกำลังขาเป็นอย่างมาก

การจัดอันดับล่าสุด อก. มอ. เป็นคณะที่ดีที่สุดในประเทศสำหรับสาขา FOOD SCI แต่ติดปัญหาตรงที่ไม่มีเด็กภาคกลางอยากมาเรียนเพราะกลัวกัน

คณะที่มีหนุ่ม(หล่อ)เยอะที่สุดได้แก่คณะวิศวะ รองลงมาเป็นคณะ วจก. ส่วนคณะที่หนุ่มหน้าตาสวยที่สุดได้แก่คณะพยาบาล

คณะที่สาวๆน่ารักที่สุดได้แก่คณะวจก. รองลงมาได้แก่ ศิลปศาสตร์ และทันตะ

แต่ก่อนเคยมีคณะละครเวทีหลายชมรม แต่ปัจจุบันไม่มีให้เห็นแล้ว

สมัยน้ำท่วมหาดใหญ่ ต้องมีการประกาศให้นักศึกษาพร้อมอพยพออกจากหอตลอดเวลา เพราะต้องเร่งระบายน้ำออกจากอ่างที่มีปริมาณเกินมาตรฐาน

สมัยเรียน น้ำประปาในหอเหม็น เนื่องจากมีคนตายอยู่ตรงท่อน้ำล้นที่อ่างแต่ไม่มีใครรู้เรื่อง (แมร่งเรื่องจริงป่าววะ? บรื๋อออ..!!)จริง---ศพถูกฆ่ามาซุกไว้หลายวัน(แสดงว่ารุ่นใกล้ๆๆกัน)<---ไม่จริงหลอก

คณะเภสัชเป็น1ในไม่กี่คณะที่มีสนามบอลส่วนตัว <-- ขอโทษครับ คณะแพทย์มี สนามบาส+เทนนิส (กีฬาไฮโซอ่านะ <เค้าพูดถึงบอล กระรอก

สนามบอลเภสัชเรียกว่าบ่อกุ้ง(เวลาฝนตกมันมีน้ำขัง)

หอพยาบาลเป็นแหล่งที่อยู่ของเด็กเภสัชหญิง(ใกล้คณะมาาาาาก)

และที่กินอาหารของเด็กเภสัชที่เรียนที่คณะ คือ โรงอาหารคณะทรัพฯ (ใกล้คณะเช่นกัน)

มอ.เป็นเหมือนเมืองเมืองหนึ่ง(มีที่อยู่ สถานรับเลี้ยงเด็ก รร.มัธยม มหาลัย เซเว่น ตลาด โลตัส รพ. ที่ออกกำลังกาย สถานีวิทยุ ฯลฯ)

คณะเภสัชเป็นคณะที่มีผู้สอบใบประกอบวิชาชีพผ่านรอบแรกสูงเป็นอันดับหนึ่งของประเทศ

ภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกลมีวิชา Automotive Control Systems เป็นวิชาที่เรียนจบยากสุดๆๆๆๆๆๆหนัด

วิศวะ ภาคเครื่องจะแต่งกายถูกระเบียบที่สุด และมีความสามัคคีมากๆๆ(เมื่อเสื้อชอปจะเป็นแบบใส่ไว้ในกางเกง แต่ไม่มีใครใส่ไว้ในกางเกงยกเว้นเวลาเจอ อ.)

เล่นตะกร้อได้ที่หลังหอ 2 โซน F

หอ 2 โซน F มีต้นมะม่วง

มีคนเคยตกตึกหอ 2 แต่ไม่ตาย กลับมานั่งก๊งได้ต่อ

การโดนไล่ออกจากหอพักเป็นเรื่องปกติ

คณะทรัพย์เปนคณะเดียวที่ผู้หญิงมีฉายาว่า สวย ถึก และบึกบึน

คณะทรัพย์จะไดเแชมป์เฟรชชี่รักบี้ ปีเว้นปี (ไม่เชื่อก้อลองไปดูประวัติ)

แต่ก่อนเค้าเล่าว่าเวลาขี่มอไซต์ผ่านคณะทรัพย์แถวไร่ข้าวโพดช่วงหัวค่ำ อย่าอ้าปาก ---แมลงเยอะมันจะเข้าปากเอานะ

หน้าพระบิดาเมื่อเมาแล้วห้ามขับรถผ่าน เพราะเดี๋ยวจะเรียนไม่จบ

ว่ากันว่าใครโดนดอกศรีตังตกใส่หัวจะเรียนไม่จบ

หลัง ม.อ.จะมีภูเขาล้อมรอบ บรรยากาศดีมักๆๆ

เดี๋ยวนี้ ทุกวันอังคารจะมีถนนคนเดินด้วยนะ

Big Four ของ มอ. หาดใหญ่ คือ วิศวะ วิดยา วจก. และทรัพย์

มกราคม 2555 ม.อ. จะเป็นเจ้าภาพกีฬามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 39

ในปีการศึกษา 2556 ม.อ. จะมีคณะสายวิทยาศาสตร์สุขภาพมากที่สุดในประเทศไทย (แพทย์ ทันตะ เภสัช พยาบาล แพทย์แผนไทย เทคนิคการแพทย์ และสัตวแพทย์)

Ico48
Teeradet (Recent Activities)
16 November 2011 11:11
#71549

คณะวิทยาศาสตร์

ตึกฟักทอง เป็นสัญลักษณ์คณะวิดยา มีทั้งหมด 25 กลีบ บันไดทางเดินไปยังตึกฟัก(ทอง)ก็มี 25 ขั้น

ป้ายคณะวิดยาใหม่ มีไดโนเสาร์ถึง 3 ตัว เป็นเพื่อน อยู่ตรงข้างๆทันตะ (ตอนนี้ทาสีใหม่แล้วนะ)

ใต้ตึกฟักทองจะมีตู้ปลามีปลาอยู่ 2 ตัว คือพะยูน กะ ปลาวาฬ <-- ตอนนี้ย้ายไปที่พิพิธภัณฑ์แล้วครับ

ตึกฟักทองมีทั้งหมด อยู่ 5 ห้อง ทุกห้องจะขึ้นต้นด้วยด้วย L ห้อง L 3 เป็นห้องเดียวที่มีผ้าม่านเป็นสีดำ และห้อง L 1 เป็นห้องที่ใหญ่ที่สุด

ห้อง L1 เคยเป็นโรงหนัง (เถื่อนจากสันติสุข) ทุกเย็นวันเสาร์

ตึก NML เป็นตึกของคณะวิทย์ที่มีเด็กคณะอื่นมาเรียนมาก กว่าเด็กในคณะ(ตึกฟัก และ วท ด้วย)

เพราะตึก NMLชั้น2ขิ้นไป เป็นตึกที่มีอาจารย์ใหญ่ดังนั้นเด็กทางสายสุขภาพจะมาเรียนlabมีเฉพาะเด็กบางภาคเท่านั้นที่เรียน(ไบโอ,ไมโคร)

ถ้าสังเกตุดีๆ จะเห็นสายสิญจ์พันอยู่รอบตึด NML

ในห้อง NML จะมีเก้าอี้เป็นสีส้ม

NML ย่อมาจาก New Multiple Lab

ตรงทางเข้าตึก NMLจะมีป้ายสีแดงเขียนไว้ว่า โปรดระวังศีรษะ

หน้าตึกฟักจะมีช้างอยู่ 2 ตัวสังเกตดีๆ และเยื้องๆมี อีก 2 ตัวคือแม่กะลูก และด้านข้าง 1 ตัว

ตึกไดโนเสาร์เป็นชื่อเรียกของตึก วท.ที่มีไดโนเสาร์อยู่หน้าตึก

คณะวิทย์มอ.มีสนามฟุตบอลอยู่กลางคณะ ที่สำคัญมีต้นไม้ตั้งตระหง่านกลางสนามเรียกว่า "สนามวิดยาดินแดง"(ไม่ได้อยู่ที่ดินแดงแต่สนามถูกใช้จนหญ้าไม่ขึ้นมีแต่ดินแดง

หากมีลูกหลานที่ท่านรัก โปรดอย่าส่งมาเรียนวิทยาฯ เพราะแค่ปีหนึ่งก็ปางตายกันเกือบทุกคน แต่หากผ่านปี 1 ไปได้ ก็แทบจะจบ 4 ปีได้ทุกคน (เหลือจบ 4 ปี ประมาณครึ่งต่อครึ่ง) และวิดยามีเปอร์เซนต์การซิ่ว เปอร์ น้อยกว่าวิดวะอีกนะ

ถึงยังไงตอนนี้ก้อยังมีคนเรียน ป.ตรีวิดยาเป็นปีที่แปด ซึ่งหาได้ยากมากๆ

ตึกฟักทองมาจากตึกจานบินของมหิดล

วิดยาเป็นคณะเดียวในมอ. หาดใหญ่ ที่มีพิพิธภัณฑ์ (เปิดวันพุธ-อาทิตย์) แต่จะครึกครื้นเฉพาะสัปดาห์วิทย์กับวันเด็ก

วิดยาอีกเช่นกัน เป็นคณะที่มีภาควิชามากที่สุดในมอ.

ทุกปีในช่วงกลางเดือนสิงหา ช่วงกลางวันวิดยาจะคึกคัก (เพราะมีงานสัปดาห์วิทย์ฯ) แต่ช่วงกลางคืนทรัพย์ฯ จะคึกคักเช่นกัน(เพราะมีงานเกษตรฯ)

ทุกปี จะมีบัณฑิตวิทยาศาสตร์เกียรตินิยม ที่เคยเป็นว้าก อย่างน้อย 1 คน

วิดยาเป็นคณะแรกของมหาวิทยาลัยที่มีทีมรักบี้

จบวิดยาที่นี่ทำงานได้หลายอย่าง แม้กระทั่งมือกีตาร์ <-- จบฟิสิกส์ ขับ 10 ล้อก็มีนะครับ

กลศาสตร์ควอนตัม (วิชาปี 4) ของวิดยาที่นี่ ได้ชื่อว่ายากที่สุดในประเทศ

วิดยามีนักกีฬาตัวแทนจังหวัดไปแข่งกีฬาแห่งชาติด้วย (แต่ไม่ค่อยมีใครรู้)

ถ้าไปที่วิดยาแล้วฝันถึงอะไรเหลี่ยมๆ ไม่ต้องตกใจ เพราะวิดยามีแต่ "เหลี่ยม" ตึกคณะก้อมีหินขัดสี่เหลี่ยม ลานหินแตกก้อมีลายสามเหลี่ยม

เนื่องด้วยเพลงประจำคณะวิดยาต้นฉบับร้องยากมากๆ จึงมีการปรับทำนอง เปลี่ยนคำร้อง จนแทบจำไม่ได้ เพิ่งมีการเผยแพร่เพลงต้นฉบับ เมื่องานเลี้ยงศิษย์เก่า ก.ค. 51 ที่ผ่านมานี้เอง

เพราะเพลงประจำคณะวิดยาต้นฉบับร้องออกแนวสุนทราภรณ์

วิชาควอนตัมเมคเคนิค เป็นวิชาที่มีเทพ(หรือเมพหว่า)อักษรเป็นคนสอน ซึ่งได้รับพลังมาจากซุปเปอร์ไซย่าระดับ 7 (ที่จริงแกก็ปล่อยพลังทุกวิชาที่สอนนั่นแหละ)

พอลิเมอร์เป็นภาควิชาที่มีคนเลือกมากที่สุดในวิทยาศาสตร์ รองลงมาเคมี และคอม แต่พอลิเมอร์มีแต่คนถูกสาบแข็งเป็นหิน

146 คือจำนวนสายตระกูลในคณะ (เยอะที่สุดในประเทศแล้วมั้ง)

50 % ของเด็กคณะวิทย์(กายภาพ)เกลียดวิชาฟิสิกส์ (รวมถึงข้าพเจ้า TT Noob Jiew)เนื่องจากมันยากมาก บางทีอาจารย์สอนแล้วแสงมันเข้าตา(ประมาณว่าผมน้อย)มองไม่ค่อยจะเห็น (เพราะตัดเกรดกับวิศวะหรือเปล่า?และเมื่อก่อน 39-40 ยังตัด ชีว กับแพทย์อีกต่างหาก)

ต่อเนื่องจากเหตุผลข้างบนทำให้มีคนติดอีฟิสิกส์เกือบครึ่งคณะ พวกที่รอดคือพวกที่ดร็อปไว้ และ พวกที่เมพขิงๆ เท่านั้น

หน้าฝน ฝนตกหนัก ตึกฟักน้ำนอง น่ากลัวฟักทองจะเน่า เพราะน้ำขัง

มะม่วง น้ำปลาหวานที่คณะวิดยาอร่อยมาก เด็กวิดวะ ขอคอนเฟิร์ม ลองไปกินดูแล้วจะติดใจจร้า

Ico48
Teeradet (Recent Activities)
16 November 2011 11:12
#71550

กิจกรรมนักศึกษา

* ร้องนับ-รับน้อง

น้องปี 1 ที่มอ. ปัตฯ นอกจากจะมีพี่รหัสแล้ว ยังมีพี่มาลัยจากการรับน้องมาลัยในวันแรกที่เข้าสู่รั้วสีบลู

ช่วงรับน้องเด็กปี 1 ทุกคนจะต้องถูกถามว่า "พ่อมึงคือใคร ชื่ออะไร" ต้องตอบให้ถูกต้อง "พ่อผมคือพระราชบิดาครับ ทรงพระนามว่า สมเด็จพระมหิตลาธิเบต อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก" (มีพระราชประวัติสลักอยู่หลังพระรูปหน้าสนอ.)

พี่มาลัยจะเทคแคร์ดูแลน้องมาลัย ดีมากตลอดจนพี่จบ

รุ่นเดียวกันเราก็ยังมีเพื่อนบั๊ดดี้ในวันรับน้อง ซึ่งผู้ชาย1คนจะมีบั๊ดดี้ผู้หญิง 2-3คน

ช่วงรับน้อง จะมีรุ่นพี่ไปจับปลาในคลอง 200 ปีมาปรุงอาหารให้กินกัน

ปี 39 หนังสือพิมพ์ไทยรัฐลงข่าวหน้า 1 การรับน้อง ม.อ.ตานี ว่า "รุ่นพี่เถื่อน รับน้องโหด" นับว่าเป็นข่าวที่เหมาะสมอย่ายิ่งเพราะพี่ก็เถื่อน น้องก็โหด จับคู่กันได้ลงตัวที่สุด

ปี 1 หญิงต้องใส่กระโปรงอัดจีบสีดำ รองเท้าผ้าใบสีขาว ผิดเพื่อนเมื่อไร ฉาวไปทั้งมอ.

ช่วงเดือนแรกของน้องใหม่ ผู้ชายจะไปร้องเพลง"ตื่นเถิดควายไทย อย่าหลับไหลลุ่มหลง ชาติจะเรืองดำรง ก็เพราะควายทั้งนั้น..." ที่หอหญิง ในตอนเช้าตรู่ ผู้หญิงจะสาดน้ำ+น้ำปลา+น้ำผงซักฟอก ลงมา ตามแต่จะหาได้

นอกจากพี่มาลัย พี่คณะ พี่เอก ก็ยังมีพี่จังหวัด พี่อำเภอ พี่โรงเรียน และพี่อื่นๆอีกมากมาย

ที่นี่นอกจากมีพี่รหัส พี่มาลัยแล้ว ยังมี พี่ buddy พี่เอ็นดู พี่สีผิว และพี่อื่น ๆ ตามที่ใครจะนึกได้อีก+พี่ดูเอ็น+พี่สังเวช+พี่สงสาร+พี่หน้าตา....

Ico48
Teeradet (Recent Activities)
16 November 2011 11:12
#71551

* ตำแหน่งตาวต่างๆ

ที่นี่มีตำแหน่งดาวซกมก ดาวซินโดรม ดาวบ้านๆ...

ปี 39 มีดาวเฟรสชี่ ดาวคณะฯ ดาวบ้านๆ ดาวเดิล ดาวเทียม ดาวนกแก้วนกขุนทอง ดาวจอนห์เอฟ ดาวพ่อโขงแม่โขง ดาวบังอรเอาแต่นอน ดาวเท้าไฟ(สมัยยังมีเทคลานกิจฯ) ดาวมอด ดาวกระจาย.....

ผู้ที่ได้ดาวมากที่สุดในปี 39 คือ น้องวรรณ เอกจีน ได้ทั้งหมด 4 ดาว เธอสร้างประวัติศาสตร์โดยสามารถคว้าดาวเดิล และดาวบ้านๆ ไปครองได้ในคนเดียวกัน สร้างความประหาดใจให้เพื่อนๆ เป็นอย่างยิ่ง

ปี 41 มี "ดาวเก๊ก" ด้วย มด เอกบรรณได้ไป สวยเหมือน เคท วินสเล็ต แต่เพื่อนสนิทกลับงง เพราะตัวจริงเธอทั้งต๊องทั้งฮามาก (น่ารักดี)

* องค์การ...ชมรม..ชมรม..

ชื่อเต็มๆ ขององค์การฯ คือ "องค์การบริหาร องค์การนักศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี"

ชมรมอาสาพัฒนาชนบท เป็นชมรมที่มีคนยี้ที่สุดใน ม.ตานี แต่มีสมาชิกค่ายมากที่สุดใน ม.ตานีเช่นกัน

ป้ายประชาสัมพันธ์โครงการขององค์การนักศึกษา เรียกว่า คัทเอาท์ อยู่หน้าลานประดู่ ปีนกันเกือบทุกสัปดาห์

ป้ายประชาสัมพันธ์โครงการ ม.ตานี ทำเองครับ ไม่มีการการจ้าง ฝีมือล้วนๆ

* งานประจำปีของ ม.ตานี (รวมไปถึงชมรมจัดด้วย) มีอยู่มากมาย

งานวัด (วัฒนธรรม)

งาน Bye Freshy

งาน Bye' nior

ประชุมเชียร์ ประชันเชียร์

งานสานสัมพันธ์ วรรณกรรม และดนตรีเพื่อชีวิต - โดยชมรมอาสา

งานรักษ์ไทย เป็นงานที่จัดมาตั้งแต่ปี 36 จนถึงปัจจุบัน - โดย ชมรมนาฏศิลป์และดนตรีไทย

มีประเพณีปั่นจักรยานไปตะโล๊ะกะโปร์ หรืออีกชื่อหนึ่งคือ ไบค์ทัวร์ (สมัยนี้คงไม่มีแล้ว)

ประเพณีการปั่นจักรยานเป็นคู่ไปหาดตะโล๊ะกะโปเรียกประเพณีไบค์ทัวร์ สาวหรือหนุ่มที่เป็นคู่ปั่นจักรยาน เรียกว่า "คู่ไบค์"

ลานแด๊นซ์หลังลานอิฐก็ดิสโก้เธคในสมัยก่อน ต้องคอยระวังเด๊าะแด๊ะมาลวนลาม

วันเปิดหอ (ให้นศ.ชายเยี่ยมหอหญิง หญิงเยี่ยมหอชายได้) ถ้านศ.ชายคนใดขึ้นไปนั่งบนเตียงน.ศ.หญิง แสดงว่าเป็นแฟนกัน (ตอนนี้ไม่มีแล้ว)

Ico48
Teeradet (Recent Activities)
16 November 2011 11:13
#71552

ความเชื่อ

จริงหรือมั่ว ชัวร์หรือไม่

"ไข่ต้ม" เป็นสิ่งที่นักศึกษา "ม.สงขลานครินทร์" นำมาแก้บนกับอนุสาวรีย์พระบิดา ซึ่งความจริงมาจาก ผศ.สมชาย พูลพิพัฒน์ จะทำไข่พะโล้เลี้ยงนักแสดงโขนในการแสดงโขนประจำปี ซึ่งแสดงที่หอประชุม สำนักงานอธิการบดีก่อนการแสดงจะใช้ไข่ต้มสักการะพระราชบิดาเสร็จแล้วจึงเอามาทำไข่พะโล้เลี้ยง

เชื่อว่าถ้าเหยียบเส้นที่ถนนตรงซุ้มแดงหน้าตึกสิบเก้า "มอ.ปัตตานี" จะเหมง (ไม่มีแฟน)

แต่ถ้าหายเหมงแล้วจะต้มถั่วเขียวเลี้ยงเพื่อน

หอ 5 (หญิง) มีน.ศ.ร่ำลือเรื่องเห็นวิญญาณเดินอยู่บนดาดฟ้า

โรงเก็บรถใต้ดินหอ 7 ผีดุ

มุสลิมที่นี้ใจดีมาก ขนาดไม่ชอบหมา แต่ก็ยังใจดี อนุญาตให้หมาที่น่าสงสารอยู่ด้วยกัน

เชื่อว่าถ้าเหยียบเส้นที่ถนนตรงซุ้มแดงหน้าตึกสิบเก้า "มอ.ปัตตานี" จะเหมง (ไม่มีแฟน) รู้สึกว่ามันจะหายไปซัก 2-3 ปีแล้ว

ทุกปี จะมีวันหนึ่งที่เชื่อว่า วิญญาณผีญี่ปุ่นจะเดินเตร่ทั่วมอ. ปัตตานี (วันไหนนั้น ว่างๆ จะคำนวณมาบอกอีกที )วิธีป้องกันไม่ให้ผี่ญี่ปุ่นมาเยือน คือ... เก็บสิ่งที่เป็นสีขาว และ สีแดง ให้หมด เพราะเป็นสีธงชาติโกโบริ

คำนิยามต่าง

หอวิไลเรียกว่า "หอโหด"

รถโดยสารจากใน มอ.ไปตัวเมืองเรียกว่ารถ "กะป๊อ" (สมัยสิบปีก่อนเรียกว่า ป๊อก ป๊อก แล้วอ่ะ)

เรียกห้องเรียนรวมว่า "ห้อง500" มั่งถ้าจำไม่ผิด (ไม่ผิดหรอก-อดีตประธานหอ3)

คำว่า "ดอม" ของชาว อาเนาะรู แปลว่าไปแอบดู??

สถานที่ที่ดอมแล้วประสบความสำเร็จที่สุด คือ ต้นมะขามหน้าตึกเรียนของโรงเรียนสาธิต โดยเริ่มตั้งแต่เวลา 2 ทุ่ม เป็นต้นไป จนประมาณตี 2 แต่ ต้องปีนต้นมะขามขึ้นไปรอก่อนหน้าอย่างน้อย 1 ชั่วโมง

คำว่า "มอด" หมายถึง ไปจิ๊กของกินชาวบ้านชาวช่องเค้า จนในการประกวดดาวมหาลัย ต้องมีตำแหน่งดาวมอด

รถตุ๊ก ๆ เด็ก มอ.ตานี เรียก "ป๊อก ป๊อก"

"เด๊าะแด๊ะ" คือคำเรียกเด็กวัยรุ่นผู้ชายที่ไม่ใช่เด็กมอ. (ส่วนมากจะหน้าตาน่ากลัวมาก)

"เด๊าะดี้" คือคำเรียกเด็กวัยรุ่นผู้หญิงที่ไม่ใช่เด็กมอ. (ไม่จำกัดหน้าตา)

"เหมง" คือ ไร้คู่ "ต้มถั่วเขียว" เป็นการแก้เคล็ดเหมง หรือเป็นการประกาศว่า "ตรูมีคู่แล้วโว้ย.."

เด็ก มอ.ปัตตานี จะเรียก วิทยาเขตตัวเองว่า "ม.ตานี" แต่ถ้าเด็กวิทยาเขตอื่นจะเรียก "ม.ปัต"

ประเพณีการปั่นจักรยานเป็นคู่ไปหาดตะโล๊ะกะโปเรียกประเพณี "ไบค์ทัวร์" สาวหรือหนุ่มที่เป็นคู่ปั่นจักรยาน เรียกว่า "คู่ไบค์"

"สัตว์ประหลาด" เป็นชื่อของเมนูอาหารชนิดหนึ่ง ไม่ขายแต่ให้ฟรี มีให้กินเฉพาะที่โต้รุ่งเท่านั้น ไปช้าหมด อดกิน (ได้ข่าวว่าโดนระเบิดไม่รู้ปิดไปหรือยัง)(กระดูกซี่โครงไก่ มีเฉพาะร้าน ก๋วยเตี๋ยวนครปฐมที่โต้รุ่งเท่านั้น)

"เข้" คือ ผู้ชายหน้าตาร้ายๆ แต่ทำว่าพี่หล่อ จีบสาวๆไปทั่ว โดยไม่รุตัวว่าเลยว่า... (สมัย ก่อนปี43)

"เข้" (นิยามจากชมรมอาสาพัฒนาชนบท) เป็นได้ทั้งหญิงและชาย คารมเป็นต่อ หว่านไปทั่ว เรื่องหล่อ สวยไม่ใช่ประเด็น บางปีมีเข้ (หล่อ สวย) ขั้นเทพ

ถามหา "เข้ตัวพ่อ" มีอยู่หลายคน และหลายสมัย เอาสมัยที่จำได้ รหัส 43 ขณะนี้อยู่ภูเก็ต ได้ข่าวว่าเป็นอาจารย์อยู่ที่ ราชภัฏภูเก็ต (อันนี้ต้อยอมรับว่าเค้าหน้าตาดีจริง)

คำฮิตประจำม. "กะเบอะ ตะ หล่าว" เด็กเต็บติดกันตุ๊กคนเลย "นิ"

"เพ็นกวิน" "นินจา" เป็นนิยามที่ใช้เรียก คนที่คุณก็รู้ว่าใคร

คลอง 200 ปี นิยามของ 200 ปี คือ ความเหม็นเน่าของมันสะสมมาเป็นระยะเวลา 200 ปีแล้ว (เป็นคลองที่รองรับน้ำเสียจากอาคารต่างๆ เพื่อบำบัดต่อไป)

มุสลิมะห์จะถูกเรียกโดยรวมว่า "ก๊ะ" ที่มีความหมายว่า พี่สาว ในภาษามลายู เรียกกันทีหันกันพรึบ

Ico48
Teeradet (Recent Activities)
16 November 2011 11:13
#71553

ว่าด้วยเรื่องปากท้องของกิน

ร้านอาหารที่ลานอิฐสามารถหลับตาชี้นิ้วสั่งอาหารได้เลยเพราะมีเมนูเดิมๆ ถาดอาหารก็วางที่เดิม

เมนูประจำเทศกาลรับน้องคือข้าวเกรียบปลาทอด ใครรับหน้าที่นี้ไปก็ยืนทอดกันเมื่อยเลย

โรตีกับชาเย็นร้านบังหนูด หน้าวงเวียน ม.อ.ตานี อร่อยที่สุดในโลก (ช่วงปีรหัสสามสิบถึงสี่สิบต้นๆ ต้องที่สะพานแคลิฟอร์เนียเท่านั้น)<--รุ่นพี่รหัส 36 ช่วยยืนยัน

ปีเก่าส่งท้ายปีใหม่ จะมีโปรโมชั่นทำโรตีแจกฟรี (บังหน้ามอ.) ใครอยากกินโรตีใส่ไข่ ก็ซื้อไข่ไปให้บัง

และในช่วงเดียวกันของปี 49 ร้านกาแฟที่โรงช้างก็เคยมีโปรโมชั่นแถมวิปปิ้งครีมเหมือนกัน

หลังหอ 6 มีขนมของว่างของป้าหมูมาขาย

ลานอิฐไม่เคยหลับไหล

ร้านอาหารในลานอิฐ ชั้นล่างร้านที่2 ลูกสาวสวย

บังโซ๊ะ เป็นที่พึ่งของเด็กยามสอบ

ร้าน ๙ เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ เพราะแอร์ไม่เย็น

กรือโป๊ะ หรือกะโป๊ะ เป็นของกินคู่กับน้ำชาที่ขึ้นชื่อที่สุด ยุคนึง น.ศ.มอ.ตานีทุกคนต้องไปนั่งกินกรือโปะกับโอดิบที่แคลิฟอร์เนีย(บางคนก็เรียกริเวอร์ไซด์) รู้สึกเอกฝรั่งเศสจะเรียกว่า ลาแซล

ข้างร้านหนังสือต้นไผ่ มีร้านอาหารอร่อยแต่ทำช้ามาก จนได้ชื่อว่า "ร้านป้าเฉือย" บางคนก็เรียกร้าน "ลุงเต่า"

ที่ลานอิฐมี KFC ที่ย่อมาจาก ก๊ะ ฟราย ชิคเก้น หรือ ข้าวไก่ก๊ะ หรือ อีกชื่อหนึ่ง ไก่ทอดน้องจ๋า ผู้ชายไปซื้อจะให้เยอะมาก แถมลัดคิวให้ด้วย (ตอนนี้ไม่รู้ยังขายอยู่ป่าว)

ร้านอาหารพุงกาง ข้าวกับกับข้าวให้อย่างเยอะ กินแล้วคุ้มมาก (เพื่อนกินจนเหลือขนาดขอข้าวน้อยแล้ว)

ก๋วยเตี๋ยวแถวโรงพักที่เป็น "ก๋วยเตี๋ยวต้มยำ" ใส่กระดูกหมู ร้านนี้อร่อยจริงๆ ถ้าไปกินบ่อยๆ คนขายจะจำได้เลยว่าจะสั่งอะไร ไม่ใส่อะไร พิเศษอะไร บริการดีมาก (แต่พนักงานน้อยมาก)

ตลาดโต้รุ่ง มีร้านขาย "ก๋วยเตี๋ยวจับกัง" อร่อยดีแต่บางครั้งก็รอนาน เจ๊คนที่บริการจะหน้าตานิ่งๆ แต่ยิงมุขที.. บอกได้คำเดียวว่า "โดน"

ตลาดโต้รุ่ง ตรงข้ามร้านก๋วยเตี๋ยวจับกัง เป็นร้านขายข้าวราดแกง ข้าวให้เยอะมาก กับข้าวถึงจะเดิม ๆ แต่ก็อร่อยทุกวัน กับข้าว 2 อย่าง 25 บาท (คุ้มซะยิ่งกว่าคุ้ม)

ร้านติ่มซำ อยู่ใกล้ๆ ตลาดโต้รุ่ง (แต่อยู่ถนนอีกเส้นนึงจำไม่ได้) ร้านนี้จะราดน้ำที่มีไขขาวฝอยๆ อร่อยมากแข่งละ 12 บาท ขายแค่ตอนเช้าเท่านั้น

ร้านก๋วยเตี๋ยวหมูชิ้น (ข้ามสะพานเดโชชิดซ้ายตรงไป 2 แยกเลี้ยวขวาแยกที่ 2 น่าจะเป็นทางนี้แต่ไม่รู้ว่าถนนชื่ออะไรจำไม่ได้) นับชิ้นหมูได้ทีเดียว มีขายทั้งก๋วยเตี๋ยวเนื้อ และหมู หน้าร้านมีขายหมูสะเต๊ะด้วย

ถ้าบอกป้าเค้าว่า เตี๋ยวหมูชาม จะได้ชามใหญ่มา ราคา 30 บาท ถ้าอยากกินชามเล็กต้องบอก ราคา 25 บาท ถ้าไม่บอกจะได้ชามใหญ่เท่านั้น!!!

ร้านหมูกระทะ "กระทะทอง" (ใกล้ปั๊มบางจาก) จะมีนักศึกษาไปอุดหนุนอยู่เป็นประจำ.. แต่จะมีอีกร้านที่ได้ยินว่าอร่อยกว่า (แต่ไม่เคยกินเลย)

หลังจากที่ Big C มาเปิดที่ปัตตานีก็มักจะมีข่าว "ระเบิด Big C" อยู่เป็นประจำ (ได้ยินว่าจะระเบิดมา 5 ครั้งเห็นจะได้ //46)

Big C จะมีร้านสเวนเซ่น นักศึกษาก็มักจะไปเป็นประจำเช่นกัน และชอบเดินเล่นที่ Big C มากกว่าไดอะน่าซะอีก!!

ไดอาน่า (ปี 36)มีแต่บันไดเลื่อนขึ้น ไม่มีบันไดลง

รอบหนัง 4 ทุ่ม โรงหนังปัตตานีรามา จะฉายหนังโป๊ มีแต่ผู้ชายกับตังเก ไปดูเต็มโรง ตอนนี้กลายเป็น Big C ไปแล้ว

ซื้อเสื้อผ้ามือสองไม่ต้องไปถึงปารัต ไปแค่ จะบังติกอ ก็ได้ของดีราคาถูก

สถานีรถไฟปัตตานี ไม่ได้อยู่ในตัวเมืองปัตตานี แต่ไปอยู่ที่ อ.โคกโพธิ์

ใครไปต่อรถในเมืองเพื่อไปสถานีรถไฟด้วยตัวคนเดียว แนะนำให้มองหานักเรียนเด็กๆ คุยด้วย จะช่วยให้รู้สึกดีขึ้น เพราะที่คิวรถรอบข้างมีแต่ภาษายาวี บรรยากาศเหมือนอยู่เมืองนอกยังไงยังงั้น (ปัจจุบันคงไม่มีใครไปคนเดียวแว้ว)

Ico48
Teeradet (Recent Activities)
16 November 2011 11:13
#71554

เรื่อง หอ หอ...

คำขวัญประจำหอหญิง (ผวนกันเอาเองนะ)

หอ อี๋ 5

หอ 6 สก กะ ปี๋

หอ 7 เห็ด ปี๋

หอ 8 เต่า

แม่บ้านหอ 6,7 ขึ้นชื่อลือชาว่าดุ เฮี๊ยบมาก

คู่ใดออกไปอ่านหรือติวหนังสือตามลำพังแถวทะเลโคลน จะถูกฉุด ทำร้าย (ก็ที่มันเปลี่ยวอ่ะ สมัยนั้น)

น.ศ.ปีหนึ่งจะมีสอบวิ่งมินิมาราธอนจากวัดช้างไห้ไปน้ำตกทรายขาว วิชาพีอีอะไรนี่แหล่ะ

สาวหอ 7 มักจะสวย /ไม่จริงมั๊ง สาวหอ 3 สวยที่สุด

มีหอหญิง (หอ 4) แยกอยู่กับกลุ่มหอหญิงทั้งหลาย และอยู่กลุ่มเดียวกับหอชาย

สุสานจักรยานอยู่ใต้หอ 6,7

เวลาใครจะตามเพื่อนหรือประกาศรับโทรศัพท์ประจำชั้นก็ใช้โฟนที่ห้องคอมมอน ชาวบ้านรู้เรื่องกันไปทั้งหอ ตัวอย่างเช่น "ขออนุญาตใช้โฟนค่ะ น้องวรรณ เอกจีน มีผู้ชายโทรมาหาค่ะ ลงมารับโทรศัพท์ที่ห้องคอมมอนด้วย ขอบคุณค่ะ โปรดฟังอีกครั้งหนึ่ง (พูดเหมือนเดิม)

คลองเลียบหอ 6 7 เหม็นเน่าตลอด ฝนตก น้ำท่วมด้วย

เวลาตรวจหอ จะมีการโยนตะกร้าใส่เตารีด (หอมีเตาส่วนกลางมาให้ใช้) ลงไปใต้หอ

หอ 3 มักถูกโจรปล้น แต่ไม่เคยจับได้ (เพราะยามรอให้โจรหายหย้าไปก่อน แล้วค่อยมา ทั้งๆที่อยู่ใกล้ป้อมยามหลังมอ.มากที่สุด)

หอ 3 มีบูมหอคือ"หล่อ ติ้งต๊อง บ๊อง บ้า ฮาขี้แตกขี้แตน หนุ่มหอ 3 เฮ่... (ผู้ที่คิดบูมหอนี่คือ พี่ฉอยฝรั่งเศส)

บูมหอ 2 คือ "เลวชาติ อุบาดชั่วรุ่นน้องหอสอง ดีเลิศประเสริฐศรีรุ่นพี่หอสอง"

หอศรีตรัง เป็นหอที่สร้างขึ้นจากเนื้อเพลงเพลงหนึ่งของมหาวิทยาลัย คิดสิว่าเพลงอะไรหนอ..... ศรีตรังประดังดวงดอกบาน ผั่บๆๆๆ (เสียงหลังคาโดนลมพัดไหว)

เก้าสนคอร์ทเคยเป็นที่พักที่หรูสุดของชาวมอ.ตานี(นานมาแล้ว)

คลองข้างหอ 6 และ 7 เคยมีชาวอนุรักษ์พยายามจะนำบัวมาปลูกเพื่อความสวยงามแต่....

ใครอยู่ หอ 5 จะมีเรื่องเล่า "ลิฟท์แดง" ใครเข้าไปใช้จะตายอยู่ในลิฟท์

แต่ที่จริงแล้วเค้าไม่ใช้ลิฟท์เพราะว่ากินไฟมากเกินไป (ไฟจะดับทั้งหอ) จึงไม่ให้ใช้ลิฟท์แต่อย่างใด (เห็นว่ายังไม่มีใครตายในนั้นซักคน)

หอ 5 ชั้น 4 จะมีอยู่ห้องนึงที่ติดยัน (ยันตัวอักษรจีน) หน้าห้อง ได้ยินมาว่าใครที่อยู่ห้องนี้แล้วไม่ไปเรียน (โดดเรียน) จะมีมือมาคอยกระชาก มาปลุกให้ตื่น..

หอเปิดใหม่เดินทางต่อจากหอศรีตรังตรงไปจะเรียกกันว่า "หอสหกรณ์ฯ" ชื่อเต็มจะยาวกว่านี้ (จำไม่ได้) สร้างจากเงินของสหกรณ์ มอ.ปัตฯ สร้างเสร็จประมาณปี 2547

หอสหกรณ์ฯ ถ้ามองเข้าด้านหอพัก ปีกซ้ายจะเป็นหอหญิง ปีกขวาจะเป็นหอชาย

หอพักหญิงของหอสหกรณ์ฯ ใต้หอจะมีร้านอินเตอร์เน็ตเปิดทุกวัน (ถ้ารู้จักกับเจ้าของร้านบางครั้งเค้าจะฝากปิดไฟ ปิดประตู ปิดเครื่องให้ด้วย เพราะง่วงนอนแล้ว คนในหอไม่ยอมนอนซักที 555)

หอพักหญิงของหอสหกรณ์ฯ นี้แต่ละห้องไม่ได้เก็บเสียง เวลาใครอ่านหนังสือหรือทำกิจกรรมที่ต้องใช้สมาธิ

แล้วถ้าห้องข้างๆ เกิดอารมณ์ดีร้องเพลงเสียงดังขึ้นมา จะเป็นเรื่องกันได้ง่าย (โปรดระวังและเกรงใจกันบ้าง)

กิจกรรมอื่นๆ...

หลังจากที่เกิดเหตุการณ์ 3 จังหวัดชายแดนใต้ นักศึกษาก็ต้องระวังตัวมากขึ้น (ก้มดูใต้ท้องรถแล้วหรือยัง)

ยามว่างถ้าไม่เช่าการ์ตูน ก็มักจะเช่าหนังมาดู (มีร้านหนังเปิดใหม่อยู่เยื้องๆ ตรงข้ามกัน) ไม่ก็นั่งกินน้ำชา หรือเล่นเกมที่ร้านเน็ท

ที่วิทยาเขตปัตตานี มี 7-11 น้อยมากๆ (บางครั้งก็มีเจ๊งด้วย ใครนัดเจอใครตอน 7-11 เจ๊งมาเจอกันได้ที่นี่)

โรงหนัง "พาราไดซ์" ปิดตัวลงตั้งแต่ปี 50 ตอนนี้เป็นบ้านให้นกนางแอ่นแล้ว (ได้ดูเรื่อง ชัตเตอร์ หลอนสะใจมาก เพราะโรงหนังเป็นรูบนเพดาน แต่คนดูเต็มโรงจนต้องหาเก้าอี้เสริม 555)

Ico48
Teeradet (Recent Activities)
16 November 2011 11:13
#71555

นินทาอาจารย์/มหาลัยฯ/นินทากันเอง ฯลฯ

งานทะเบียน...ที่ไม่เคยเปลี่ยน

ฝ่ายทะเบียนขี้บ่น หน้าบอกบุญไม่รับ และนักศึกษาชอบนินทาลับหลังมากที่สุด

ระวัง ใครที่ญาติป่วย มีปัญหากับแฟน เกรดต่ำ บ้านมีปัญหาเรื่องปลวก ห้ามไปติดต่อกับฝ่ายทะเบียนเป็นอันขาด เพราะ

ท่านที่ญาติป่วย ฝ่ายทะเบียนจะทำให้ท่านรู้สึกว่า ญาติท่านเสียไปแล้วเมื่อกี้

ท่านที่มีปัญหากับแฟน ฝ่ายทะเบียนจะทำให้ท่านรู้สึกว่า แฟนของท่านทิ้งท่านไปมีแฟนใหม่ และแฟนใหม่ของแฟนเก่าท่านมิใช่ใคร เขาก็คือ เพื่อนที่กินข้าวด้วยกันทุกเช้าที่ลานอิฐนั่นเอง รู้สึกแย่มากๆ

ท่านมีมีปัญหาเกรดต่ำ ฝ่ายทะเบียนจะทำให้ท่านรู้สึกว่า เทอมหน้าท่านจะไม่มีสิทธิ์ลงทะเบียนได้อีกแล้ว

ท่านที่บ้านมีปัญหาเรื่องปลวก ฝ่ายทะเบียนจะทำให้ท่านรู้สึกว่า ปลวกน่ารักกว่าเจ้าหน้าที่ฝ่ายทะเบียนเยอะเลยยยย

เมื่อใดที่นกกระสา(ตัวสีขาวๆ อะน่ะ) มาด้อมๆ มองๆ ในคลองสองร้อย เพื่อหาปลากิน แสดงว่า...นกกระสาตัวนั้นบ้าไปแล้ว

นศ.ทุกคนจะได้เดินบนสะพาน 200 ปี (เปลี่ยนเป็นสะพานสหัสวรรษประมาณปี 42-43)

ตึกส้มเป็นตึกที่สร้างได้แย่มาก(ใครไม่เห็นด้วยโปรดแก้ไข) รองลงมา ตึกคณะมนุษย์ เพราะ บันไดหายตั้งแต่ชั้นสองขึ้นไป (มันหลบไปอยู่ด้านข้าง)

ตึกมนุษย์ฯ จะเป็นรูปเรือ (เหรอ ช่วงปี 40 ต้นๆเค้าเรียกกันว่าตึกสงฆ์อ่ะเพราะเหลืองอร่ามมาก)

มอ.ปัตตานี จะมีพื้นที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะอยู่ติดชายฝั่งทะเล(โคลน) อ่าวไทย (แต่ในปัจจุบันจังหวัดปักหมุดเอาไว้แล้ว จึงไม่มีพื้นที่เพิ่ม)

ถึงจะเป็นทะเลโคลน ถ้าได้เรียนที่ชั้น 4 ตึก 19 ลองมองออกไปนอกหน้าต่างดิ วันฟ้าใสทะเลจะสีสวยมาก

มอ.ปัตตานีมีพี่ ๆ ทหารมาลาดตระเวณเป็นประจำ(และจะมาจีบเด็กมอ.ด้วย)

ใบไม้ที่ มอ.ปัตตานีจะเปลี่ยนสีตามฤดูกาล โดยเฉพาะตรงหน้าหอเอฟ ใบไม้ร่วงสวยมาก แล้วก็ต้นทองหลางตรงทางลงตึก 19 ฝั่งหอเอฟ ยังกะเมืองนอก (ไม่รู้สมัยนี้ยังอยู่ป่าว)

หน้า JFK ลมแรงมั่กม๊าก วันไหนโชคร้ายหน่อย ลมจะพัดกระโปรงขึ้นมาคลุมหัว

เอกภาษาฝรั่งเศส เป็นวิชาเอกที่เด็กเรียนน้อยที่สุด แต่ก็มีอาจารย์ต่างประเทศมาสอนทุกปี ซึ้งจริงๆ

เอก math..เป็นเอกที่มีสถิติผู้เรียนสูงสุดในรหัส 39 และ 40 ประมาณปีละ 80-90 คน

ดูฝนดาวตกที่เลโคลนเห็นชัดและสวยที่สุด

เวลาเรียนของเด็ก ม.ตานี เริ่มเร็วสุด 7 โมงเช้า โดยที่ทุกคนมีกลิ่นตัวเดียวกันหมดทั้งห้อง ยกเว้นจารย์

ดึกสุดคือสองทุ่ม โดยที่ตอนนี้ทั้งอาจารย์และนักเรียนอาจจะมีกลิ่นตัวเดียวกันแล้ว

เริ่มสอบเช้าที่สุดคือ 6 โมงเช้า และเสร็จดึกที่สุดคือ 5 ทุ่ม (เคยได้ยินว่า วทท อาจารย์ให้เวลาทำข้อสอบทั้งคืนเลย เสร็จก่อนก็กลับก่อน)

เอกภาษาอังกฤษมักจะโดนเหมาเรียนวิชาทรานสเลของอาจารย์ชัยเลิศตอนเจ็ดโมงเช้าทุกเทอม (รหัส 41) โดยอาจารย์ให้เหตุผลว่า ไม่ต้องไปแย่งห้องเรียนกับคนอื่นเขา สบายดี เช้าไหนมี นศ ตื่นไม่ทันเยอะ เช้านั้นจะเป็นวันที่เก็บคะแนน ทำผิดคุณจะได้คะแนนติดลบกลับมา ติดลบมาก คือผิดมาก ถ้าได้ +2 จะดีใจเป็นที่ซู้ดด

รหัส 41 คณะมนุษย์เป็นที่ล่ำลือในหมู่รุ่นพี่ (และในหมู่อาจารย์ที่เป็นลูกศิษย์) ว่าเป็นปีที่โชคดีที่สุดเพราะไม่ต้องเรียนวิชาทรานสเลกับอาจารย์ด็อคเตอร์ เพราะอาจารย์ท่านลาพักร้อนหนึ่งปีพอดี คิคิคิ

เรียนEnvi.ให้สนุกต้องเรียนกับอาจารย์ปรียา...

แสดงว่าไม่เคยเรียน Envi. กับอาจารย์ บุญhelp ละซี่..

อาจารย์ มอ.เรามีชื่อภาษาอังกฤษกันเกือบทุกคน (ใครจำได้ช่วยกันต่อหน่อย)

อ.บุญช่วย = อ.บุญHelp (เป็นอาจารย์ที่เขียนด่าในเปเปอร์ตอนส่งคืนได้เหมือนอาจารย์มานั่งอบรมอยู่ตรงหน้าจริงๆ พระเจ้า!)

อ.มณีรัตน์ = อ.Maneera

อ. แววตา = อ. Cindy Crawford

รำลึกถึง อ.อารยัน เหล่าสัตย์

อ.สอน ศิลปะ คณะศึกษาศาสตร์

วิชาที่สอนได้แก่ เซรามิค อินโทรสครับเจอร์ สครับเจอร์เด๊คอร์เรชั่น....

เป็นวิชาที่มีนักศึกษาแย่งกันลงทะเบียนมากที่สุดในประวัติศาสตร์ ม.อ.ปัตฯ

อ.อารยัน ผู้อารีย์ แจก A ทุกวิชา

เรียนกับอาจารย์หม่อมฯ โดยด่ามากที่สุด แต่ไม่โกรธ

ใครที่ลงเรียนวิชาปิงปอง อย่านึกว่าจะสบายแค่วิ่งรอบโต๊ะ เพราะอาจารย์จะให้วิ่งเก็บรอบสนามฟุตบอล 100 รอบในหนึ่งเทอมเป็นการเก็บคะแนน ใครอยากลดลงเหลือกึ่งหนึ่งก็ให้ไปสมัครวิ่งมินิฮาฟ มาราธอน 10 กิโลเป็นตัวช่วย (ถ้าปีนั้นมีจัด)

ใต้ตึก 19 เคยมีห้องเกาหลี (ฮิตมาก่อนที่ K-Pop จะดัง) ที่ นศ เอาไว้นั่งพักดูทีวี ทำการบ้าน กินขนม และ นอน ระหว่างรอเรียน (ตอนนี้ไม่มีแล้ว)

การเดินทางจากปัตตานีไปกัวลาลัมเปอร์ใกล้กว่ามา กทม นศ ชมรมวิเทศสัมพันธ์ (และอื่นๆ) เลยจัดทริปแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมกับประเทศมาเลเซียแทน ม. อื่นในประเทศไทย

ข้อควรระวัง...

น.ศ.หญิงที่ปั่นจย.เที่ยวข้างนอกให้ระวังกลุ่มเด๊าะแด๊ะ

ขับมอร์เตอร์ไซด์ ต้องระวังแพะ กับเด็กสาธิต จนมีคำกล่าวว่า "ถ้าแพะ กับเด็กสาธิตวิ่งตัดหน้า จะชนใคร" ตอนนี้ไม่มีแล้ว/๕๑

ขับมอร์เตอร์ไซด์ ไปหลัง มอ. ต้องระวังวัว จนจะกลายเป็นมาร์เฟียวัว อยู่แล้ว.. (46)

อย่าสวมกระโปรงยาวเกินความจำเป็น หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ ให้พกกรรไกรไว้กับตัวตลอดเวลา เพราะกระโปรงมักเข้าไปติดในโซ่รถ

Ico48
Teeradet (Recent Activities)
16 November 2011 11:14
#71556

เรื่องทั่วไป

1. ใต้ตึกคณะวิทยาการจัดการ วจก. มีร้านข้าวแกงที่อร่อยมากและเรื่องมากเช่นกัน กับข้าวสั่งได้ไม่เกินสามอย่างเท่านั้น ห้ามขอข้าวเพิ่ม ห้ามเอาจานออกนอกอาคารถ้าเห็นลุงแกเดินไปเก็บทันทีแล้วเอาเงินคืนกลับให้ทันใด คนตัวใหญ่จะได้ข้าวมากกว่าผู้หญิงบอบบาง (2553 ร้านข้าวแกง"ร้านป้า"ไม่มีขายแล้วนะจ๊ะ เพราะหมดสัญญาแล้ว)

2. ทีนี่เป็นหนึ่งในไม่กี่แห่ง หรืออาจเป็นที่เดียวที่ก่อนเข้ามหาลัยต้องเปิดเบาะ บางครั้งดูถังน้ำมัน และส่องใต้ท้องรถก่อนเข้ามหาลัย ทั้งๆที่คนที่ขับเข้ามาสะพายเป้หรือกระเป๋าใหญ่กว่าถังน้ำมันตั้งเยอะ แต่ไม่เคยตรวจเลย (ก้อเค้าบอกให้ตรวจแค่ถังน้ำมันนี่)

3. เรื่องราวของคุณยายสปีดที่โด่งดังจนไปถึงรายการThe Shock ก็เกิดขึ้นหน้ามหาวิทยาลัยแห่งนี้เอง ณ ถนนระหว่างโลตัสและวัดจีน

4. เมื่อถึงช่วงเวลาที่ลือกันว่าวันนั้นเป็นวัน D Day จะเป็นวันที่เพื่อนร่วมห้องของเด็กคณะ วจก. ที่อาศัยในหอพักมหาลัยเป็นอันหวาดกลัวเป็นอันมาก เพราะมีตำนานเล่าว่าวันนั้นจะมีรุ่นพี่ของทางคณะนั้นที่ได้เสียชีวิตไปแล้วจะมาทำการบูมให้แก่รุ่นน้อง ซึ่งรุ่นน้องคณะนี้จะไม่ได้รับรู้หรือสัมผัสได้ถึงประสบการณ์อันอบอุ่นนี้ แต่เพื่อนร่วมห้องต่างคณะจะได้รับรู้และเห็นเหตุการณ์โดยตลอด

มีวิธีแก้เคล็ดดังนี้

- เขียนป้ายไว้ที่หน้าห้องและหน้าต่างประมาณว่า ห้องพักนี้ไม่มีเด็ก วจก.

- เอาไทด์คณะ และของใช้ที่บ่งบอกความเป็นวจก.ไปซ่อนซะ

5. สีประจำคณะของ วจก. คือ เฉดม่วง แต่วจก.ใช้สีบานเย็นมาโดยตลอด จนกลายเป็นสีที่ติดตาและเข้าใจผิดของหลาย ๆ รุ่น หลาย ๆ คณะ...ดังนั้นทางคณะจึงเปลี่ยนมาใช้สีเฉดม่วงในปีการศึกษา 2551 นี่เอง (เปลี่ยนทั้งธง ไทด์คณะ แถบสีชุดครุย ฯลฯ)

Ico48
Teeradet (Recent Activities)
16 November 2011 11:14
#71557

เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย

จากเด็ก neer 39 มันมีเพลงประจำวิดวะด้วยนะ (เอามาจาก มข. มาแก้ไขนิดนึง) เครดิดนี้ยกให้พี่ป้อม มอ.หาดใหญ่นะ(เฮดว๊ากปี 49) ไปเจรจาจนได้มา อิอิ

ชื่อเพลงวิดวะหน้าหม้อ

เปอร์ช่างพ่อมึงดิ กูจะเรียน 6 ปีใครจะทำไมกู ซิ่วช่างแม่งปะไร ทายแล้วเอ็นใหม่แม่กูส่งเรียน รีบจบ กันไปทำไม เรียนไปซิ่วไปความรู้แน่ดี แมทแคลกูไม่เอามันแล้ว กูจะไปต่อแถว ออก้า* ฟิสิกมึงก็ท่องกันไป กูไม่สนใจกูจะไปหลังมอ แซวดะแม่งทุกคณะ วิดยา ทันตะ มาเก็ต หน้าหอ ศึกษา พยาบาล มนุษย์ แซวให้สุดๆแล้วค่อยกลับหอ ฟังแล้วจำไว้ไอ้เหี้ย ฟังแล้วจำไว้ไอ้เหี้ย พวกกู เอ็นจิเนีย หน้าหม้อ...

ออก้าคือผับผับหนึ่งในหาดใหญ่เคยบูมในหมู่เด็ก มอ. แต่ตอนนี้ไปบูมที่มังกี้แล้ว อ้อ ยังมีเครซี่ด๊อกอีกที่ และSa-bye Bar ด้วย

จริงๆ ยังมีอีก 1 เพลง ถือกันได้ว่าเป็นเพลงลับ มีเฉพาะคณะวิศวกรรมศาสตร์ มอ.หาดใหญ่ เท่านั้น (มันเป็นเพลงที่ลับและเก่ามากจนรุ่นน้องวิศวะ มอ. รุ่นหลังๆ ก็อาจจะไม่เคยได้ยิน) ชื่อเพลงว่า "เคีย อินทานวย"ซึ่งเป็นเพลงที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับชื่อของแต่ละสาขาวิชาภายในคณะคณะวิศวกรรมศาสตร์ มอ.หาดใหญ่ แต่มีเนื้อหาเพลงที่ค่อนข้างจะลามก จึงไม่สามารถเขียนให้อ่านได้หมด อีกทั้งเป็นความเชื่อว่ากันว่าเป็นเพลงที่รุ่นพี่ได้แช่งไว้ว่าไม่ให้จด แต่ให้จำ ไม่งั้นจะเรียนไม่จบ หรือโดนรีไทร์ จึงทำให้เพลงนี้ไม่ได้รับการสืบทอดอย่างต่อเนื่อง(ผู้เขียนเรียนจบแล้วไม่มีปัญหา อิอิ) ตัวอย่างเพลง เคีย อินทานวย "โยธา _วยคอนกรีต _วยยาวปรี๊ด หนักครึ่งกิโล _วยใหญ่และ_วยโต _วยเทอร์โบ _วยเครื่องกล....." ที่เหลือก็คงต้องไปถามหารุ่นพี่วิศวะ มอ.หาดใหญ่ กันในวงเหล้าเองน่ะครับ (เมาแล้วหรืออยู่ในประชุมเชียร์ถึงจะร้องให้ฟัง) เสริมอีกเล็กน้อย หากเป็นนักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ มอ.หาดใหญ่ เมื่อ 6-7 ปีที่แล้ว ต้องยังจำคอนเซปพร้อมท่าเต้น 4 ท.วิศวะ ได้ คือ "ทุ่มเท ทิ่มแทง ทำแท้ง ทอดทิ้ง....แต่ส่วนใหญ่จะถูกทอดทิ้ง" อีกทั้งในคณะวิศวกรรมศาสตร์ มอ.หาดใหญ่ ยังมีความมันอีกมากต้องมาลองอยู่เอง เช่น แต่ละกรุ๊ปคณะวิศวกรรมศาสตร์ มอ.หาดใหญ่ จะมีฉายาของแต่ละกรุ๊ปเรียนต่างๆ กันไป เช่น กรุ๊ป D Dragon, H Hitler, L Alcohal, M Marbolo เป็นต้น

[แก้ไข] ของกิน

ของกินที่ม.อ.เยอะมากๆๆ..อร่อยด้วย หมี่ไก่ หมี่เอ็น ราดหน้าร้านน้องยิ้ม ร้านยำยำ ไอติมกระทิซอยตรงข้ามฉื่อฉาง

ข้าวหมกไก่หน้าทางเข้าโรงช้าง กล่อง 20 อร่อยสุดๆ และคนขายเกือบทั้งหมดจะมาจากภาคอิสาน

ถ้าเกษตร สเต็กพี่โหน่งคือสปอนเซอร์หลัก ม.อ. ก้อมีร้านกรหมี่ไก่เป็นสปอนเซอร์หลักเหมือนกัน แค่ขอมา พี่นิกรจัดให้

ข้าวหมกไ่ก่ที่ตลาดสดตอนตี 1 ของอาบังอร่อยกว่า แต่มีเสียงเลื่องลือว่าอาบัง (ร้านอ้วนๆ) เป็นเกย์ เวลาเพื่อนหล่อๆไปซื้อมักจะให้เยอะเป็นพิเศษ ด้วยคำพูดหวานหวานว่า "เอ้า บังแถมให้"

Ico48
Teeradet (Recent Activities)
16 November 2011 11:15
#71558

ขอบคุณข้อมูลจาก ไร้สาระนุกรม

http://th.uncyclopedia.info

Ico48
Our Shangri-La (Recent Activities)
16 November 2011 11:45
#71559

ผมไม่แน่ใจนะครับว่า มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์จะมีชื่อย่อหรือเปล่า หรือว่าชื่อย่อเป็นอะไร แต่ที่แน่ๆ ม.อ. คือ อักษรย่อพระนามเดิมสมเด็จพระบรมราชชนก เจ้าฟ้ามหิดลอดุลยเดช (คัดจากนี้) และข้อมูลตรงนี้กล่าวไว้แต่เพียง ตราสัญลักษณ์ ดอกไม้ และสีของมหาวิทยาลัย เท่านั้น

เราเอง

Ico48
Navinda [IP: 82.145.217.153]
08 January 2014 15:51
#95189

ตึกแดงมีชื่อเต็มว่าอะไรและมีประวัติอย่างไรบ้างค่ะ!

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.92.74.105
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ