นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 2096
ความเห็น: 3

กิเลสหนอ .. กิเลส กิเลสจริตทั้งนั้น

ผู้หญิงอ้วน คือตัวแทนของการสะสม ยิ่งสะสมมาก ไม่เผื่อแผ่เจือจานให้คนอื่นก็ยิ่งสะสม เมื่อสะสมมากๆ ก็จะไม่มีที่เก็บ แล้วสักวันก็จะระเบิดออกมา

เปิดสารานุกรม wikipedia เขาบอกว่า

กิเลส แปลว่า สิ่งเกาะติด สิ่งเปรอะเปื้อน สิ่งสกปรก

กิเลส คือ สิ่งที่แฝงติดอยู่ในใจแล้วทำให้ใจเศร้าหมองขุ่นมัว

มีอุปมาเหมือนสีที่ใส่ลงไปในน้ำทำให้น้ำมีสีเหมือนสีที่ใส่ลงไป

ใจก็เช่นกัน ปกติก็ใสสะอาด แต่กลายเป็นใจดำ ใจง่าย ใจร้ายก็เพราะมีกิเลสเข้าไปอิงอาศัยผสมปนเปอยู่กิเลสที่ชอบซุกหมักหมมอยู่ในใจคนมากที่สุด คือ ราคะ โลภะ โทสะ โมหะ เพราะกิเลสชอบซุกหมักหมมอยู่ในใจของคน จึงเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า กิเลสาสวะ หรือ อาสวกิเลส แปลว่า กิเลสที่หมักดองอยู่ในจิต

......................................................................

คำว่ากิเลส หลายคนเข้าใจว่าเป็นเรื่องของ "พุทธ" แต่ในความจริงแล้ว ทุกศาสนาย่อมมีแนวคิดตรงกัน คืออยากให้คนเป็นคนดี คำว่ากิเลสซึ่งเป็นที่รู้กัน ว่าเป็นสิ่งไม่ดี แต่ละศาสนาก็จะมีคำอธิบายและภาษาที่จะอธิบายเกี่ยวกับ "กิเลส" แตกต่างกันไป ตามแนวทางของศาสนานั้นๆ เอง

................................................................


 

เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2553 ที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสไปร่วมงานพิธีเปิดงานนิทรรศการชื่อ "กิเลสจริต" ของสิทธิกร เทพสุวรรณ ที่หอศิลป์ภาคใต้ ม.อ. ปัตตานี

สิทธิกร หรือ "หนึ่ง" เป็นเด็กหนุ่มชาวปัตตานี อายุราวสามสิบต้นๆ ไม่น่าจะเกินสามสิบห้า มีแววตามุ่งมั่น ตั้งใจ กล่าวบรรยายก่อนพิธีเปิดงานอธิบายถึงแนวคิดและเทคนิคในการนำเสนอ งานครั้งนี้ เป็นงานแสดงเดี่ยวครั้งแรกของเขา หลังจากที่เคยแสดงร่วมกับผู้อื่น และแสดงเป็นกลุ่มมาแล้วหลายครั้ง จึงรู้สึกขอบคุณสถาบันวัฒนธรรมฯ ขอบคุณหอศิลป์และทีมงานที่ให้โอกาส

โดยพื้นฐานเดิม ผมเห็นสิทธิิกรมานาน ตั้งแต่เมื่อครั้งยังใช้ตึกร่วมกัน ที่อาคาร 18 สายตาของหนึ่ง คือเฉยเมย จนดูเหมือนเย็นชา ซึ่งผมคิดเอาเอง ว่าต้องมีอะไรบางอย่างที่ไม่ปรกติ อย่างน้อยๆ เขาก็ต้องมีทัศนคติที่ไม่ดีต่อผม (ภายหลัง ได้มีโอกาสคุยกันมากขึ้น จึงได้เข้าใจ ว่าอะไรเป็นอะไร) 

สิทธิกรเริ่มเรียนและฝึกทักษะจากวิทยาลัยศิลปหัตถกรรมนครศรีธรรมราช ต่อมาเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อสอบเข้าศึกษาต่อในคณะจิตรกรรมฯ มหาวิทยาลัยศิลปากรตามความใฝ่ฝัน และศึกษาต่อที่เดิมจนจบปริญญาโท

สิทธิกรเคยเป็นอาจารย์ที่คณะศิลปกรรมศาสตร์ ม.อ.ปัตตานี ต่อมาย้ายข้ามฟากไปสอนที่คณะวิทยาการสื่อสาร ม.อ.ปัตตานี เท่าที่ได้รู้จักและเคยดูผลงาน สิทธิกรเป็นคนที่เขียนสีน้ำได้ดี นอกจากนั้นยังเขียน"พ็อทเทรท" ได้ดีอีกด้วย

สิทธิกรมีรางวัลระดับชาติรับประกันฝีมือและผลงานมาแล้วหลายรางวัลทีเดียว

..............................................................

  

ผลงานชุด "กิเลสจริต" ชุดนี้ นำออกมาจัดแสดงจำนวน 29 ชิ้น ขนาดเล็กบ้างใหญ่บ้าง คละกัน ขนาดประมาณ 1-2 เมตร

เทคนิคในการนำเสนอ มีหลายหลายกรรมวิธีและขั้นตอน ส่วนใหญ่ใช้สีอะครีลิคและใช้ฝีมือ ความชำนาญในการใช้พู่กันและเลือกโทนสี ออกมาเป็นผลงานรูปแบบต่างๆ ที่ผมดูแล้วรู้สึกว่า "แรง" ตามไฟในการทำงานของศิลปิน

อันว่าความ "แรง" นั้น ไม่ใช่ไม่ดี เป็นสเน่ห์อีกอย่างหนึ่งของงานศิลปะ เพราะนอกจากงานศิลปะที่ดูสวย งาม มีสุนทรียะ ดูแล้วสบายใจเพียงฝ่ายเดียว ซึ่งงานประเภทนี้ เป็นที่นิยม จะหาดูที่ไหนก็มีให้ดู แต่งานแรงๆ ก็เป็นงานอีกเทคนิคหนึ่งที่ศิลปินต้องการนำเสนอ ที่หอศิลป์ควรจะมีสะสมเอาไว้

คอนเซพท์ของงานส่วนใหญ่เป็นรูป "ผู้หญิงอ้วน" ในอิริยาบถต่างๆ ซึ่งศิลปินเองอธิบายว่า อยากจะสะท้อนให้เห็นอีกแง่มุมหนึ่งของสังคม ที่มีความลุ่มหลงในภาพลักษณ์อันฉาบฉวย มองเห็นความงามที่ไม่จีรังยั่งยืน รวมถึงการแก่งแย่งชิงดี เอาเปรียบ กิเลสที่มุ่งจ้องจะทำร้ายกัน ใส่หน้ากาก เสียดสี ประชดประชันกัน และที่ร้ายที่สุด คือความเห็นแก่ตัว

กิเลสทำให้เราลุ่มหลงจนหลงลืม ลืมแก่นแห่งชีวิต ลืมมองว่าผู้อื่นก็เป็นคน เป็นเพื่อนร่วมเกิดแก่เจ็บตายของเรา ฉกฉวยทุกอย่างเข้าตัวเท่าที่เวลาและโอกาสจะอำนวย

ผู้หญิงอ้วน คือตัวแทนของการสะสม ยิ่งสะสมมาก ไม่เผื่อแผ่เจือจานให้คนอื่นก็ยิ่งสะสม เมื่อสะสมมากๆ ก็จะไม่มีที่เก็บ แล้วสักวันก็จะระเบิดออกมา เมื่อระเบิดออกมา ทั้งเลือด เนื้อ น้ำหนอง รวมทั้งความฟอนเฟะต่างๆ ที่เคยสร้างเอาไว้ ก็จะออกมาประจานตนเองให้คนอื่นเห็นนั่นเอง

สิ่งต่อมา คือ "สี" ที่ศิลปินเลือกโทนสี และการจับคู่สี แต่ละภาพจะมีสีสรรแตกต่างกันไป ให้ผู้ชมงานตีความกันเอาเอง

สิ่งเหล่านี้ คือสิ่งที่ศิลปินเล่าให้ฟัง แล้วกลั่นกรองจนตกผลึก นำมาถ่ายทอดให้ผู้ชมงานได้ชมกัน

...........................................................................

 

 

ผมฟังการถ่ายทอดเรื่องราวของศิลปินจากการบอกเล่าและเข้าไปชื่นชมผลงาน ในขณะเดียวกัน ก็สังเกตเห็นว่า คนรอบข้างมี "จริต" แปลกๆ มีบางอย่างเปลี่ยนไป

จากวันนั้น ถึงวันนี้ ผมเริ่มจะเข้าใจ 

"กิเลสจริต" นั่นเอง เริ่มทำงาน

^    ^

...............................................................................

 

หมวดหมู่บันทึก: มุมละไม ของใครบางคน
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ Copyright
สร้าง: 12 กุมภาพันธ์ 2553 10:09 แก้ไข: 12 กุมภาพันธ์ 2553 12:20 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ไทยมุง เขียนบันทึกได้ดีจริง ๆ ค่ะ .. ศิลปะก็สามารถสอนคน แฝงแง่คิดต่าง ๆ ได้เหมือนกันนะคะ 

ขอบคุณคับ พี่ไทยมุง ที่ทำให้รู้จัก หอศิลป์ภาคใต้ ม.อ. ปัตตานี ... ถ้ามีโอกาส อยากจะเข้าไปเยียมชม สักครั้ง .....

น้องขง "เบ้งงงงงง" นี่เอง

ถ้ามีโอกาสก็เชิญมาใหม่ครับ ยินดีไปช่วย

ช่วงนั้น ติดงานจริงๆ

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.227.2.109
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ