นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

pjo talk
Ico64
Jhayanin Oui Prachyanusorn
อาจารย์
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
ความเคลื่อนไหวล่าสุด
  • ไม่มี
Network
Members · Following: 0 · Followed: 0

อ่าน: 3047
ความเห็น: 0

เรียนรู้ Change Management (แนว positive)

รู้หน้าที่+บทบาท+ ความรับผิดชอบ แล้วกำหนดเป้าหมาย+สิ่งจูงใจ+ค่านิยม แล้วจึงเปลี่ยนโครงสร้าง(ถ้าจำเป็น) วิธีที่ดีน่าจะโดยการให้ความรู้

Chaos-->>Change ...or... Change-->>Chaos

 

ประเทศไทยกำลังต้องการการเปลี่ยนแปลง ผู้ที่มองเห็นความจำเป็นได้ริเริ่มและดำเนินการโดยใช้หลักการจัดการเปลี่ยนแปลงแนว positive แต่ก็เป็นเรื่องยาก เพราะกำลังทำการเปลี่ยนแปลงกับองค์การขนาดใหญ่มากๆๆๆ (ระดับประเทศ ไม่ใช่บริษัท หรือมหาวิทยาลัยอย่าง ม.อ. สฎ.)

วันนี้ ม.อ. สฎ. กำลังทำการเปลี่ยนแปลง ซึ่งผมได้ยกเป็นกรณีศึกษาในตอนที่แล้ว ว่าเป็นการจัดการที่มีแนวโน้มจะเกิดความระส่ำ (chaos) พอควร ซึ่งก็ต้องนำกลไกการบริหารสภาพไร้ระเบียบ (chaos management) มาประยุกต์ใช้แก้ปัญหาต่อไป

 

ขอบคุณ ความเห็นจากคุณหนูณิชน์ ในตอนที่แล้ว วันนี้ผมขอแสดงความเห็นหลักการจัดการเปลี่ยนแปลงแนว positive

 

กลยุทธ์การเปลี่ยนแปลงอาจทำได้สองวิธี คือ การปรับรื้อระบบ (Reengineering) และการสร้างองค์การแห่งการเรียนรู้ (Learning Organization)

 

การปรับรื้อระบบ (Reengineering) ทำโดยการออกแบบกระบวนการทำงานใหม่ มีองค์ประกอบต่าง ๆ ที่สัมพันธ์กัน คือ

§         หน้าที่-บทบาท-ความรับผิดชอบ

§         โครงสร้าง

§         ค่านิยม-สิ่งจูงใจ

§         ปัจจัยสำคัญในการประสบความสำเร็จ คือ การยอมรับจากผู้บริหารระดับสูง

§         ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อความสำเร็จคือ การวางแผน ความร่วมมือ

จะเห็นว่า การเปลี่ยนแปลง จะต้องเริ่มจากการวิเคราะห์หน้าที่-บทบาท-ความรับผิดชอบ ขององค์การก่อน ทั้งนี้ ความสำเร็จจะเกิดขึ้นได้ก็ต้องมีการวางแผน และความร่วมมือที่ดี

ในหลายกรณี (รวมทั้งกรณีของ ม.อ. สฎ.) ผู้บริหารไม่เลือกใช้การมีส่วนร่วม เพราะเกรงว่าจะไม่สามารถคาดผลที่เกิดขึ้นได้ จึงมักเลือกใช้การบังคับ

 

การสร้างองค์การแห่งการเรียนรู้ (Learning Organization) เป็นกระบวนการสร้างทักษะและความรู้ เพื่อเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการทำงาน โดย

§         เรียนรู้จากการปฏิบัติและจากความคิดของผู้อื่น เช่น คู่แข่ง ลูกค้า เพื่อหาข้อมูลและความรู้ใหม่ โดยการตั้งมาตรฐาน วิเคราะห์ผลการทำงานของคู่แข่ง และเปรียบเทียบกับขององค์การ และการกำหนดกลุ่มเป้าหมาย ศึกษาผลดีและผลเสียของสินค้า และบริการ

§         เรียนรู้จากประสบการณ์ เป็นการเรียนรู้จากความสำเร็จและความล้มเหลวในอดีต เพื่อหาโอกาสที่จะประสบความสำเร็จในปัจจุบัน

§         การแบ่งปันความรู้ เป็นวิธีการถ่ายทอดความรู้ให้กับหน่วยต่างๆ ในองค์การ ซึ่งองค์การจะต้องมีวิธีการถ่ายทอดข้อมูลที่มีประสิทธิผล เช่น การรายงาน การฝึกอบรม การสับเปลี่ยนงาน และ KM – share.psu

§         การทดลองเพื่อพัฒนาความรู้ ทำการทดลองเพื่อหาวิธีการใหม่ในการแก้ปัญหา เพิ่มพูนความรู้ เพื่อหาความรู้อย่างต่อเนื่อง และช่วยให้พนักงานมีความเคยชินกับการเปลี่ยนแปลง และลดการต่อต้าน

มีเป้าหมายเพื่อ

§         พัฒนาความสามารถของบุคลากร

§         ปรับปรุงวัฒนธรรมองค์การ

§         แก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ

§         สร้างความสามารถขององค์การในการเผชิญกับการเปลี่ยนแปลง

 

ผู้ที่มองเห็นความจำเป็นที่ประเทศไทยต้องเปลี่ยนแปลง ได้ริเริ่มด้วยการให้การศึกษา โดยการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ แม้จะใช้เวลามาก (นับเฉพาะในช่วงการชุมนุมครั้งหลังที่ได้ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง ขณะนี้ก็เกือบ 140 วัน) แต่ผลที่ได้ ก็คือ การปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมการเมืองของคนไทย และปรับเปลี่ยนวิธีการมอง-แก้ปัญหาของคนไทย

แม้จะใช้เวลามาก แต่ถ้าสำเร็จผลประโยชน์นั้นใหญ่หลวงนัก

การ Reengineering ด้วยการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยไม่มีการปรับเปลี่ยนทัศนคติของประชาชน ไม่อาจได้ผลที่ดีอย่างยั่งยืน

 

ก็เป็นเรื่องที่ต้องดูต่อไป ว่าการเปลี่ยนแปลงที่ ผู้บริหาร ม.อ. สฎ. ได้ดำเนินการไปจะได้ผลอย่างไร

 

 

 

หมวดหมู่บันทึก: พัฒนางานประจำ
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ Copyright
สร้าง: 06 ตุลาคม 2551 21:35 แก้ไข: 06 ตุลาคม 2551 21:56 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ไม่มีความเห็น

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 35.170.78.142
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ