นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

ทดแทน
Ico64
ความเคลื่อนไหวล่าสุด
Ico24 Ico32_250660mfu4 MFU
Ico24 Ico32_250660mfu3 MFU
เครือข่าย
สมาชิก · ติดตาม: 2 · ผู้ติดตาม: 7

อ่าน: 73
ความเห็น: 0

สรุปเนื้อหาการบรรยายเรื่อง Corporate Social Responsibility(CSR) และ Sustainable Development (SD)

สรุปเนื้อหาการบรรยายเรื่อง Corporate Social Responsibility(CSR) และ Sustainable Development (SD) โดย ดร.ชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ ประธานกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และอดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย

ในภาพอาจจะมี 3 คน, ผู้คนกำลังยืน และ สถานที่ในร่ม

Akkharawit Kanjana-Opas 11 มิถุนายน เวลา 7:50 น. · Bang Sake, Nonthaburi

   สรุปเนื้อหาการบรรยายเรื่อง Corporate Social Responsibility(CSR) และ Sustainable Development (SD) โดย ดร.ชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ ประธานกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และอดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย

        เมื่อวันพฤหัสที่ 8 มิ.ย. ที่ผ่านมาผู้เข้าร่วมอบรมในหลักสูตร วตท. 24 รู้สึกเป็นเกียรติและโชคดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสเรียนรู้จากท่าน ดร.ชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ ในหัวข้อที่มีความสำคัญมากไม่เฉพาะกับภาคธุรกิจเอกชนเท่านั้น หน่วยงานภาครัฐ สถาบันการศึกษาและบุคคลทั่วไปก็สามารถทีจะเรียนรู้และนำเอาหลักการ CSR และ SD ซึ่งหากจะว่าไปแล้วไม่ได้เป็นเรื่องที่ใหม่หรือเดินตามรอยฝรั่งอย่างที่หลายๆคนมักจะเข้าใจ ผมจึงขออนุญาตสรุปเนื้อหาสาระของการบรรยายครั้งนี้มาเล่าสู่กันฟังครับ

        ท่าน ดร.ชัยวัฒน์ ได้เปิดประเด็นการบรรยายด้วยการทำความเช้าใจกับความหมายของ CSR หรือ ความรับผิดชอบต่อสังคมของธุรกิจ ซึ่งหลายท่านอาจจะไม่ทราบ (หรือทราบเพียงแค่แง่มุมหนึ่งเท่านั้น)ว่ามีความหมายจากวงแคบไปสู่วงกว้าง กล่าวคือ ในวงแคบหมายถึงว่าหาก CSR นั้น เป็นกิจกรรม โครงการที่ทำเพื่อสังคมแต่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับกระบวนการปกติของการทำธุรกิจ (CSR after process) เช่น เป็นบริษัทที่ขุดเจาะน้ำมันแต่มีโครงการรณรงคค์ปลูกป่าเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม เป็นต้น ขยับกว้างขึ้นมาก็คือ CSR in Process คือการทำ CSR นั้นอยู่ในกระบวนการทำงานหลักชองกิจการซึ่งจะต้องคำนึงถึงผลกระทบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เช่นทำธุรกิจค้าปลีกแล้วเลือกใช้ถุงหรือบรรจุภัณฑ์ทีย่อยสลายได้ง่ายหรือเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมสำหรับผลิตภัณฑ์ ซึ่งขอบเขตของการทำ CSR in Process นี้จะครอบคลุม 3 เรื่องด้วยกันคือ สิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล ดังนั้น บรรษัทภิบาล (Corporate Governance, CG) กับ CSRจึงมีความสำพันธ์กันอย่างใกล้ขิด เพราะแนวปฎิบัติของ CG ซึ่งได้แก่ การกำกับดูแลกิจการที่ดี การประกอบธุรกิจด้วยความเป็นธรรมการต่อต้านทุจริตคอร์รัปชั่น การเคารพสิทธิมนุษยชนและการปฎิบัติต่อแรงงานอย่างเป็นธรรม ความรับผิดชอบต่อผู้บริโภค การร่วมพัฒนาชุมชนและสังคม การดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม นวัตกรรมและการเผยแพร่นวัตกรรมจากการดำเนินความรับผิดชอบต่อสังคม และ การจัดทำรายงานด้านสังคมสิ่วดล้อมนั้นก็มีความสอดคล้องกับ CSR in Process ทั้ง เรื่องคือ สิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาลอยู่แล้ว และความหมายในมุมที่กว้างที่สุดคือ CSR as Process หรือการทำกิจการ/ธุรกิจเพื่อสังคม หรือที่เรารู้จักกันในความหมายของ Social Enterprise ซึ่งได้เรียนกันไปก่อนหน้านี้แล้วครับ

จากนั้นท่านก็ได้บรรยายถึงการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development, SD) ที่สืบเนื่องมาจาก CSR ซึ่งเรื่องการพัฒนาที่ยั่งยืนนี้หมายถึง กาตอบสนองความต้องการของคนยุคปัจจุบันได้โดยไม่ทำให้ความต้องการของคนยุคต่อมาเกิดปัญหา (อาทิเช่น การใช้ทรัยากรป่าไม้อย่างยั่งยืนโดยที่ไม่ตัดไม้ทำลายป่าจนไม่เหลือตกทอดถึงคนรุ่นหลัง) ซึ่งแนวคิดนี้ก็เริ่มขึ้นเมื่อครั้งที่มีการประชุม Rio Earth Summit ปี 1992 ที่ประเทศบราซิล (ปีเดียวกันกับที่ Conventional on Biological Diversity, CBD ที่เป็นที่มาของเรื่อง Access และ Benefit Sharing สำหรับคนในวงการทรัพย์สินทางปัญญาของทรัพยากรชีวภาพ) ที่เน้นการพัฒนาที่ยั่งยืนของโลกโดยคำนึงถึงปัญหาสังคมและสิ่งแวดล้อม และต่อมาในปี1999 ก็ได้มีการกำหนดกรอบการดำเนินงานขององค์กรธุรกิจโดย UN Global Compact (10 หลักการ) ตลอดไปจนถึงแนวปฎิบัติของบริษัทข้ามชาติของ OECD ที่ระบุไว้ว่าควรค้าขายกับคู่ค้าที่รับผิดชอบต่อสังคม และ ISO26000 ที่เป็นแนวปฎิบัติสำหรับความรับผิดชอบต่อสังคม 7 หัวข้อ ซึ่งองค์กรที่ดีจะต้องทำตัวเป็นประชาชนที่ดีของโลก (Good Global Citizenship) มีจริยธรรมทางธุรกิจ (Business ethics) เพื่อการก้าวไปสู่องค์กรที่ยั่งยืน

ปัจจัยที่มีส่วนอย่างมากต่อการสร้างกระแสการยอมรับความสำคัญของ CSR และ SD นั้นได้แก่ การมีกฎหมาย ข้อบังคับทางด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมที่เข้มข้นขึ้น การที่บุคคลและองค์กรมีความตระหนักมากขึ้นถึงบทบาทของตนเองต่อความยั่งยืนของโลก และการที่ธุรกิจนั้นสามารถเพิ่มคุณค่าและป้องกันความเสี่ยงได้ด้วย CSR และที่สำคัญมากไม่น้อยไปกว่ากันคือความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสียขององค์กรธุรกิจ ลองนึกภาพนะครับว่า หากคู้ค้าหรือหุ้นส่วนธุรกิจ ผู้ถือหุ้นหรือนักลงทุน หรือ แม้แต่พนักงานหรือผู้ที่สนใจเข้าทำงานนั้นมองว่าองค์กรดังกล่าวไม่มีความรับผิดชอบต่อสังคมแล้ว จะเกิดอะไรขึ้น จึงได้เกิดคำศัพท์ต่างๆที่องค์กรทางธุรกิจที่สนใจเรื่องของ CSD และ SD นั้นจะต้องทำความเข้าใจ นั่นก็คือ License to Operate (ซึ่งหมายถึงว่าชุมขนและสังคมยอมรับให้องค์กรดังกล่าวจัดตั้งหรือทำธุรกิจหรือในพื้นที่หรือไม่) CSV (Creating Shared Value) หลักการตลาด 3.0 ที่มองนอกเหนือจาก 4Ps และ consumers ไปถึง human spirits และท้ายสุดคือเรื่องของความยั่งยืนที่เกี่ยวข้องกับทั้งการลงทุนและ แบรนด์ขององค์กร ทำให้เกิดการพัฒนาตัวชี้วัดเรื่องดังกล่าวขึ้นเพื่อระบุว่าองค์กรนั้นๆมีการดำเนินการเพื่อความยั่งยืนมากน้อยเพียงใด เช่น Down Jones Sustainability Indexes (DJSI) ซึ่งใช้กับบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ดาวน์โจนส์ และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเองก็ได้มีการจัดทำ THSI ขึ้นด้วยเช่นกัน ถ้าเป็นในระดับภูมิภาคก็มีการกำหนดเรื่องของ ASEAN Corporate Governance Scorecard แต่เรื่องที่สำคัญที่ ดร.ชัยวัฒน์เน้นย้ำก็คือการสื่อสารและการเผยแพร่เรื่องราวของการดำเนินการด้านCSR และ SD ขององค์กรให้เป็นที่รู้จักแพร่หลายเพราะนอกจากจะเป็นการทบทวนภายในองค์กรเองแล้วว่าทำอะไรมากน้อยแค่ไหน ก็ยังเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ให้กับองค์กรอื่นๆอีกด้วย

     หัวใจสำคัญของการบรรยายของ ดร.ชัยวัฒน์ ในมุมมองของผมครั้งนี้อยู่ที่การที่ท่านได้กล่าวว่า CSR นั้นอันที่จริงแล้วไม่ใช่เรื่องใหม่แต่อย่างใดสำหรับสังคมไทยซึ่งเป็นสังคมวิถีพุทธ ที่สอนให้ทำความดี ไม่เบียดเบียนทั้งตนเองและผู้อื่น มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ และการให้ทาน และประเทศไทยของเรายังมีหลักการของทศพิธราชธรรมที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ได้ทรงปฎิบัติให้เห็นเป็นแบบอย่างที่ดียิ่งสำหรับคนไทยทุกคนประกอบด้วยเรื่อง ทาน ศีล บริจาค ซื่อตรง อ่อนโยน เพียร ไม่โกรธ ไม่เบียดเบียน อดทน และ เที่ยงธรรม ยิ่งไปกว่านั้นปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงซึ่งมีด้วยกัน 2 ระดับที่เน้นความพอเพียงและเหมาะสม และหากมีเพียงพอแล้วก็สามารถที่จะดำเนินการให้เกิดประโยชน์ในทางธุรกิจที่มีความรับผิดชอบได้ ดังนั้นจริงๆแล้วเรื่องของ CSR และ SD จึงควรที่จะอยู่ในจิตใจและการดำเนินการของทุกคน ทุกองค์กร โดยที่ไม่จำเป็นต้องให้ฝรั่งมังค่ามาเป็นคนกำหนดหรือบอกว่าเราต้องทำอะไร

   การประยุกต์ใช้ CSR ในองค์กรนั้นจึงสำคัญมากที่สุดที่ผู้นำระดับสูงขององค์กร (CEO) นั้นเป็นผู้ริเริ่มผลักดันและจัด
กระบวนการทำงาน และใช้ CSR/SD เป็นเครื่องมือปรับปรุงการบริหารจัดการ เพราะหากไม่ใช่ผู้บริหารระดับสูงมับเคลื่อนเองแล้ว การทำงานดังกล่าวจะยากเพราะต้องอาศัยทุกคน ทุกฝ่ายร่วมกันทำงาน การตั้งหน่วยงานเฉพาะนั้นเป็นเพียงปัจจัยที่มาภายหลังเมื่อเริ่มขับเคลื่อนเรื่องดังกล่าวแล้ว และจะต้องมีการรายงานผลการดำเนินงานให้เป็นที่ประจักษ์ด้วย

       ในการประเมินว่าองค์กรนั้นมีความยั่งยืนหรือไม่ ท่าน ดร.ชัยวัฒน์ได้กล่าวว่าจะต้องมองให้ครอบคลุมทั้ง 3 ด้านคือ มิติด้านเศรษฐกิจ (Economic) ที่ประกอบด้วยเรื่องของ corporate governance, code of conduct, risk & crisis management, supply chain management, innovation management และ มิติด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) ที่ประกอบด้วย Environmental Management System, operational eco-efficiency, climate strategy, product stewardship และ biodiversity และสุดท้ายคือมิติด้านสังคม (Social) ซึ่งประกอบด้วย human capital development, talent attraction& retention,occupational health & safety, stakeholder engagement และ social reporting ซึ่งจะเห็นได้ว่าหลักการประเมินดังกล่าวนี้จะเป็นแนวทางที่ดีมากสำหรับองค์กร ซึ่งไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นองค์กรทางธุรกิจเท่านั้นสามารถที่จะนำมาใช้เพื่อการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพได้เป็นอย่างดี และไม่จำเป็นที่จะต้องเป็นองค์กรขนาดใหญ่ถึงจะทำเรื่อง CSR/SD เพราะองค์กรเล็กๆก็สามารถทำได้เช่นเดียวกัน โดยเริ่มจากเรื่องที่ใกล้ตัวและมีผลกระทบมาก ค่อยๆพัฒนาจากระดับโครงการไปสู่ทั้งองค์กร ทั้งนี้ก็เพื่อการจัดการความเสี่ยงและประโยชน์ทางธุรกิจที่จะเกิดขึ้นตาม (ถ้ามี) ในส่วนของ ดร.ชัยวัฒน์ เองนั้นก็ได้นำเอาหลักการดังกล่าวไปใช้กับการให้คำปรึกษาแนะนำหน่วยงานต่างๆ ในการทำยุทธศาสตร์และ แผนพัฒนาทั้งในระดับองค์กรและระดับประเทศ จากตัวอย่างที่ท่านได้ยกในการบรรยาย ซึ่งผมจะขอสงวนสิทธิ์ไว้ไม่กล่าวถึงนั้น ทำให้เราประจักษ์ชัดว่าเรื่องดังกล่าวนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง และสำหรับ วตท. 24 แล้วเราโชคดีมากที่ได้รับฟังการบรรยายจากท่านที่เป็นผู้รู้จริงในเรื่องดังกล่าวครับ

หมวดหมู่บันทึก: บริหารทรัพยากรมนุษย์
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 15 มิถุนายน 2560 08:01 แก้ไข: 15 มิถุนายน 2560 08:04 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
เป็นคนแรกที่ให้กำลังใจ
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ไม่มีความเห็น

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 54.224.247.75
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ