นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 712
ความเห็น: 0

ม.อ.จับมือ ศรีตรังแอโกรฯ ด้านการวิจัยนวัตกรรมยางพารา

ม.อ.จับมือ ศรีตรังแอโกรฯ ด้านการวิจัยนวัตกรรมยางพารา

มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ โดย รศ.ดร.พีระพงศ์ ทีฆสกุล รองอธิการบดี ฝ่ายระบบวิจัยและบันฑิตศึกษา ลงนามข้อตกลงบันทึกความร่วมมือเกี่ยวกับโครงการวิจัยและพัฒนาในเรื่อง นวัตกรรมยางพารา  กับนายภัทราวุธ พาณิชย์กุล กรรมการบริหารงานบัญชีและการเงิน บริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี จำกัด (มหาชน)  โดยคณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ร่วมเป็นสักขีพยานเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2560 ณ ห้องประชุมสำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่

รศ.ดร.พีระพงศ์ ทีฆสกุล รองอธิการบดี ฝ่ายระบบวิจัยและบันฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์  กล่าวว่า การลงนามความร่วมมือครั้งนี้เป็นการยกระดับความร่วมมือในการพัฒนาเทคโนโลยีและสร้างสรรค์นวัตกรรมที่มีพื้นฐานจากผลิตภัณฑ์ยางพาราซึ่งสามารถนำไปพัฒนาต่อยอดไปสู่นวัตกรรมทางการศึกษาและอุตสาหกรรมที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้งานได้จริงในทางธุรกิจ

             ตามนโยบายของรัฐบาล “ประเทศไทย 4.0” ที่ต้องการปรับเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจ ไปสู่ “Value–Based Economy” หรือ “เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม” เพื่อนำประเทศไทยหลุดกับดักประเทศไทยรายได้ปานกลาง การวิจัยและพัฒนาจึงเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญในการสร้างนวัตกรรมรองรับนโยบายของรัฐบาล

            อนึ่ง บริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี จำกัด (มหาชน) จัดตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2530 และในปัจจุบันถือว่าเป็น ผู้ประกอบการยางธรรมชาติแบบครบวงจรรายใหญ่ที่สุดของโลก โดยมีส่วนแบ่งทางการตลาดประมาณร้อยละ 12 ของความต้องการยางธรรมชาติทั่วโลก มีการดำเนินงานแบบครบวงจรตั้งแต่การปลูกยางพารา การผลิตผลิตภัณฑ์ยางธรรมชาติ จนกระทั่งการผลิตถุงมือยางทางการแพทย์ ธุรกิจผลิตภัณฑ์ยางธรรมชาติเป็นธุรกิจหลักของกลุ่มบริษัทศรีตรัง ซึ่งในปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์ยางขั้นพื้นฐานทุกประเภทเพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของลูกค้าทั่วโลก ได้แก่ ยางแท่ง ยางแผ่นรมควัน และน้ำยางข้น ด้วยกำลังการผลิตกว่า 2.4 ล้านตันต่อปี จากจำนวนโรงงานรวม 35 โรงงาน ซึ่งตั้งอยู่ในประเทศผู้ผลิตยางธรรมชาติรายใหญ่ที่สุดสองอันดับแรกของโลก ได้แก่ ประเทศไทยและประเทศอินโดนีเซีย รวมทั้งประเทศเมียนมาร์ด้วย

ทั้งสององค์กรจึงเห็นความสำคัญและโอกาสในอนาคต ในการนำวัตถุดิบยางพาราที่เป็นสินค้าเกษตรมาแปรรูปเพื่อสร้างมูลค่าเป็นสินค้าที่ใช้ความรู้ทางด้านเทคโนโลยี ผลงานวิจัย และ นวัตกรรม ในการพัฒนาต่อยอดสร้างผลกำไรให้กับธุรกิจ และช่วยสร้างความเข้มแข็งทางเศษฐกิจให้กับประเทศ

ปัจจุบันผลผลิตยางพาราของประทศไทยส่งออกในรูปวัตถุดิบเป็นส่วนใหญ่คิดเป็นร้อยละ 84 มีการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ร้อยละ 12 เมื่อคิดเป็นมูลค่าพบว่า การแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์มีมูลค่าสูงกว่า กล่าวคือ การการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์สามารถเพิ่มมูลค่าไม่น้อยกว่า 5 เท่าตัว โดยงานวิจัยและพัฒนาที่ผ่านมามีการเชื่อมโยงกับผู้ประกอบการในภาคอุตสาหกรรมค่อนข้างน้อย โดยอนาคตการปรับเปลี่ยนเพื่อไปสู่เป้าหมายจำเป็นต้องสร้างนวัตกรรมผลิตภัณฑ์จากยางพาราโดยใช้กระบวนการวิจัยและพัฒนาร่วมกันระหว่างนักวิจัยและผู้ประกอบการ สามารถแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ในเชิงพาณิชย์ได้ 

หมวดหมู่บันทึก: บริการวิชาการ
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 24 สิงหาคม 2560 16:40 แก้ไข: 24 สิงหาคม 2560 17:03 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ไม่มีความเห็น

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 34.204.173.45
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ