นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 2128
ความเห็น: 0

เตรียมมอบบันทึกส่งต่องาน (3) ทิศทาง DIC

ผมชอบมองเรื่องต่าง ๆ โดยดึงเอาประวัติศาสตร์และอนาคตเข้ามาร่วมมอง เพราะรู้สึกว่าทำให้เข้าใจและเข้าถึงเรื่องนั้น

อนาคตคือการคาดเดา แต่คาดเดาก็ไม่มีอะไรผิด ถ้าเป็นการคาดเดาแบบหยั่งความเป็นไปได้รูปแบบต่าง ๆ โดยไม่ฟันธงว่าแบบไหนเกิดแน่ หรือแบบไหนไม่เกิดแน่ แต่เป็นการมองว่า แบบไหน น่าจะเป็นไปได้สูงที่จะเกิด และแบบไหน คงเกิดยาก

เข้ามาทำงานตรงนี้ ผมก็ทำแบบเดียวกัน

คือผมดูตัวอย่างของที่อื่น และต่างประเทศ เห็นการเปลี่ยนแปลง เห็นการล้มหายตายจาก เห็นกลยุทธ์การแก้ปัญหาที่เปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ของวงการเดียวกัน

เห็นแล้วลองคาดว่า อะไรจะทวีความสำคัญในอนาคต ก็ทุ่มตรงนั้นเยอะหน่อย

อะไรที่อาจลดความสำคัญลง ก็ให้อยู่คิวท้าย ๆ คือ ถ้าคึก ก็ค่อยหยิบมาทำ ถ้าขี้เกียจ ก็ปล่อยไป

ดังนั้น รูปแบบงาน จึงมีทั้งแบบงานที่เป็นรูตีน คือเคยทำยังไง ก็ทำยังงั้นต่อ และแบบงานที่ทำให้ตีนเป็นรู คือแส่หามา

งานรูตีนก็มีอบรมวิชาการให้หน่วยงานที่บริการเภสัชสนเทศตามโรงพยาบาลต่าง ๆ ที่เขาสนใจ ทำจุลสาร ตอบคำถามที่เข้ามาหลายทาง ทั้ง email, webboard, โทรศัพท์ และฝากถามมาตามสายลม

งานที่ทำให้ตีนเป็นรู ก็ได้แก่งานลานบ้านริมควน (เคยจัดอยู่ปีนึง ปีต่อมาเขาไม่ให้งบ ผมก็ได้ที พยายามบีบน้ำตานิดหน่อยพอเป็นพิธี จริง ๆ แล้วพลอยขี้เกียจแบบเนียน ๆ ตามน้ำไปด้วย 555 เสร็จผม)

เข้ามาไม่นาน ผมก็ปวดหัวว่า เอ ทำไงดี อาจารย์ตอบน้อยลงเรื่อย ๆ

ตอนนั้นกระแสงานวิจัยเริ่มติดลมบนในคณะ สวนทางกับการเข้ามาบริการตอบคำถาม

ผมมองว่า นี่คงเป็นแนวโน้มใหม่ คงแก้ยาก เพราะการวิจัยเป็นสิ่งที่ผลตอบแทนดีกว่าและเป็นรูปธรรม งานบริการผลตอบแทนเป็นนามธรรม อย่าว่าแต่นี่เป็นการบริการแบบไม่เก็บเงินอยู่แล้ว และทิศทางของมหาวิทยาลัย มุ่งไปที่การวิจัย ไม่ใช่การบริการวิชาการ

.... 

ใครที่เถียงว่าเราเน้นทั้งวิจัยและเน้นทั้งบริการวิชาการ ผมจะมองด้วยสายตาที่อ่อนโยน อย่างเอ็นดู

คนที่ดัดจริตด้วย อ่อนต่อโลกด้วย น่ารักครับ น่าเอ็นดูด้วย ^ ^

... 

มาเห็นทางออกชัดตอนที่อ่านหนังสือแปลของ Andy S. Glove ชื่อ Only the paranoia will survive พากย์ไทยว่า ผู้ตื่นตัวเท่านั้น จะอยู่รอด

Glove วิเคราะห์อุตสาหกรรม IT ไว้น่าสนใจ

เขามองว่า อุตสาหกรรม IT แบบเก่า เป็นกิจกรรมแนวดิ่ง คือบริษัทเดียว ทำมันไปซะทุกอย่าง ทั้งผลิตชิ้นส่วน ประกอบเครื่อง เขียนซอฟท์แวร์ ขายซอฟท์แวร์ และบริการให้คำปรึกษา ผลคือ เจ๊งถ้วนหน้า

และเขาก็มองว่า ทางรอดคือ ฉีกกิจกรรมเดิมออกมาเป็นส่วน ๆ มองในแนวระนาบ คือปล่อยให้แต่ละอย่าง มีโอกาสโตให้ถึงที่สุดในสายของมันเอง อะไรไม่โตจริง ๆ ก็ปล่อยวาง อะไรโตดี ก็ส่งเสริมให้ถึงที่สุด

เขายกตัวอย่างว่า Intel ตอนแรก ก็ไม่ได้ผลิตซีพียูหรอก มีซีพียูเป็นสายพานเล็ก ๆ เท่านั้น แต่เห็นว่าตลาดมันสวย โตดี ก็ทุ่มมาทำเต็มที่ โดยยอมเจ็บ หักลำเปลี่ยนทิศกันกลางอากาศ ใครไม่เห็นด้วย ก็แจกเงินใส่ซอง จากกันด้วยดี

ผมลองคิดดู เอ๊ะ ตรงแฮะ

ดูให้ดี การบริการเว็บบอร์ด แยกเป็นสองกิจกรรมคือ หนึ่ง ในฐานะผู้เป็น web service provider และสองคือ ในฐานะผู้ตอบ

ผลคือ ตัวเปรียบเทียบ เปลี่ยนไปในทันที

จากเดิมที่เปรียบเทียบกับคณะเภสัชศาสตร์ด้วยกันเอง ตัวเปรียบเทียบก็จะกลายเป็นว่า เทียบการบริการ webboard กับ web service provider อื่น และเทียบกิจกรรมการตอบ กับกิจกรรมการตอบของที่อื่น

เปลี่ยนตรงนี้เหมือนดูไม่ต่าง แต่ผมมองว่าต่าง เพราะพอตรงนี้ชัดเจน ผมก็มุ่งที่จะทำให้ web service ตรงนี้ เกิดอย่างมั่นคง ยั่งยืน โดยไม่ต้องทุ่มเทหากลยุทธ์สำหรับหลอกล่อให้คนในคณะมาช่วยตอบ หรือต้องไปดิ้นรนหาทุนมาจ้างคนมาตอบเต็มเวลา เอาเป็นว่า ถ้าใครสบายใจและมีความสุข ก็ขอเชิญเข้ามาตอบ ผมจะทำให้เกิดสิ่งแวดล้อมที่ทำให้คนตอบสบายใจ หากคนในคณะตอบน้อยหรือตอบช้า ผมไม่รู้สึกเสียหน้า แต่หากใช้บริการ web ที่นี่แล้วรู้สึกคุณภาพทางวิชาการต่ำไป  แบบนั้นผมจะอดสู

การที่รู้ว่า แนวโน้มใหญ่คือ การบริการวิชาการจากคณาจารย์ตรงนี้จะลดบทบาทลง ทำให้ผมเองไม่พยายามฝืนกระแส คือการบริการแบบอื่นที่ไม่ใช่ webservice ก็พยายามลดความสำคัญลง เหลือเพียงระดับขั้นต่ำสุดเท่านั้น

ขั้นต่ำสุดในความหมายของผม คือขั้นต่ำสุดที่คนทำงาน รู้สึกทำสบาย ๆ อย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ได้หมายความว่า หยุดทำ แต่เป็นว่า ถ้าไม่มีใครเต็มใจทำ กิจกรรมนั้นจะยุบไป

อย่างเช่น บริการอยู่เวรรับคำถามทางโทรศัพท์ อาจารย์รักษ์เกียรติชอบไปนั่งทำงานตรงห้องนั้น ก็รับคำถามบ่อย ซึ่งตรงนี้ ผมมองว่า เป็นกิจกรรมที่อยู่ได้เพราะมีคนทำที่ใจรักจะทำ แต่หากในอนาคตมีการเปลี่ยนแปลงทีม กิจกรรมแบบนี้ จะไม่ยั่งยืน เพราะผูกติดกับตัวคน

 

การอิงคุณภาพการตอบ มีข้อดีคือ ทำให้เราใช้เว็บบอร์ดนี้สำหรับวัตถุประสงค์การเรียนการสอนได้ด้วย โดยประสานการจัดการให้การตอบ กลายเป็นส่วนหนึ่งของรายวิชาการเรียนการสอนและการฝึกงานไป

ปีที่แล้ว เรามาถึงจุดที่ภาระงานที่เกี่ยวข้องกับการเรียนการสอน เป็นครึ่งหนึ่งของภาระงานทั้งหมดของการตอบ

ปีนี้ไม่ต้องพูดถึง กลายเป็นว่า การเรียนการสอน-การฝึกงาน-การบริการวิชาการ กลายเป็นเนื้อเดียวกันได้อย่างเต็มตัว

 

สิ่งที่ผมเรียนรู้จากการทำ data mining ก็คือ ช่วงไหน จัดคนมาตอบได้สม่ำเสมอสักพัก ก็จะมีผู้เข้ามาใช้บริการมากขึ้นเป็นเงาตามตัวได้เอง ไม่ต้องโปรโมทให้เสียเวลา

คาดว่าเป็นจากการที่ "โลกแบน" คือคนเข้าถึงเองได้ง่ายโดยผ่าน search engine ซึ่ง hit counter ของหน้า webboard เองก็รายงานเช่นนั้นมาโดยตลอด

กลายเป็นว่า แม้กระทู้เก่า บางทีก็มีคนเข้ามาต่อประเด็น เป็นเรื่องธรรมดาไป

มองในแง่นี้ webboard นี้ ก็ทำหน้าที่เกือบจะกลายเป็น wikipedia ไปเหมือนกัน

ภารกิจที่มีภาระผูกพันต่อเนื่องนับจากนี้ มีสามประการ 

 

หนึ่ง คือประเด็นทางกฎหมาย ซึ่งสำคัญยิ่งยวด

เพราะความรู้ มีบริบทการใช้

เพราะความรู้ มีอายุใช้สอย

เราจะรับมืออย่างไร จึงจะรักษาความเป็น evidence-based และมีบริบทที่ปลอดภัยและเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ทุกฝ่าย ?

ประเด็นนี้ ไม่สะดวกจะพูดถึงในที่สาธารณะ ใครมารับช่วงต่อ ก็มาถามเป็นการส่วนตัวนะครับ

 

สองคือ รูปแบบการบริการใหม่ ๆ

ผมมองไปที่การ outsource ไปที่การบริการผนวกไปกับช่องทางภายนอก ที่เขารองรับเรื่องระบบประกันคุณภาพและบันทึกภาระงานให้ เช่น เป็นภาคีสมทบให้ทาง UsableLabs ในเรื่อง contents ที่เจาะจงเรื่องยา ซึ่งหลัก ๆ คือ การไปสมทบในส่วน Healthy.in.th เป็นขั้นต้น ซึ่งตอนนี้ เป็นช่วงกำลังเริ่มสะสมเนื้อหา อีกไม่กี่เดือนจะเริ่มทยอยปล่อยออกมาได้

เท่าที่ไปประสานกับผู้รับผิดชอบจากภาคเภสัชกรรมคลินิก ผมเชื่อว่า ต่อไปจะเกิดขึ้นเองได้ ไม่ว่าทางหน่วยจะเข้าไปร่วมในอนาคตหรือไม่ เพียงแต่ถ้าร่วม จะเป็นการยกระดับคุณภาพสมรรถนะการเป็นแหล่งฝึกให้ทางหน่วยเอง ซึ่งผมมองว่าถ้ามีการ diversify กิจกรรมแบบนี้ออกไปมากพอ ทางหน่วยจะสามารถรับนักศึกษาฝึกงานเฉพาะทางได้ครั้งละหลายคนได้แบบเต็มตัว

 

สาม คือประเด็นทางเทคนิค

ประเด็นนี้ก็คือ webboard นี้ ใช้เทคโนโลยีโปรแกรมมิงแบบเก่า ซึ่งเริ่มใกล้ถึงวัยล้มหายตายจาก จำต้องได้รับการชุบชีวิตใหม่

ตรงนี้ ประจวบเหมาะกับการที่ทาง UsableLabs กำลังยื่นขอทุน สสส ก็เสนอมาทางผมว่า จะเขียนโปรแกรม webboard version 2 ให้ฟรี เอามั้ย เขากำลังมีโครงการเขียน software ฟรีสนับสนุนเทคโนโลยีเว็บให้องค์กรสุขภาพ

ของฟรีไม่มีในโลกครับ ดังนั้น คิดหรือ ว่าผมจะไม่เอา ^ ^

สเป็คของเว็บบอร์ดเวอร์ชัน 2 นี้ ผมพยายามเขียนให้ฝังระบบประกันคุณภาพและระบบบันทึกภาระงานครบอยู่ในตัว คนมารับช่วงต่อจะได้ไม่ต้องอิหลักอิเหลื่อว่าทำ data mining ไม่เป็น เอาให้มันจบในตัว คือถึงเวลากรอกภาระงาน ให้คนที่เกี่ยวข้องเข้าไป login แล้ว printout รายงานออกมาลูกเดียว

รายละเอียดสเป็น webboard version 2 ผมเขียนไว้ใน วิเคราะห์ระบบ drug.pharmacy.psu.ac.th ซึ่งนึกอะไรได้ ผมก็ไปใส่ไว้ตรงนั้น หากท่านใดมีข้อเสนอ ก็ตามไปเสนอตรงนั้นได้นะครับ

ปัญหามีนิดนึงคือ รายการนี้ ต้องต่อคิว ซึ่งจนตอนนี้ ก็ยังไม่ถึงคิวครับ เพราะ UsableLabs เขารับจ๊อบแบบงานช้างหลายรายการ

ก็มาบรรจบกับที่กรรมการชุดนี้จะหมดวาระในอีกไม่นานเหมือนกัน

ก็ต้องฝากประเด็นนี้ไว้ว่า เรื่องนี้ควรต้องสานต่อครับ อย่างน้อยคือเชิงนโยบาย เพราะในเรื่องทางเทคนิค มันมีทางไปของมันอยู่แล้ว

ขู่เล็ก ๆ ว่า ไม่สานต่อก็ได้ แต่ระบบเก่า ก็เหมือนเรือเก่ามีรูรั่ว พร้อมจะจมในอีกไม่กี่ปีนี้ อย่างถาวร แม้ตอนนี้จะปะผุ ประคองให้ลอยลำได้ก็ตาม

จมเมื่อไหร่ ก็จบเมื่อนั้นครับ

เหมือนที่ตอนนี้ ผมตั้งงบซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์ มีสเป็คว่า ต้องใช้ WinME ได้ ปรากฎว่า ร้านใช้เวลาตระเวนหาฮาร์ดแวร์มาประกอบให้ผมอยู่หลายเดือน จนตอนนี้ยังไม่เรียบร้อยดีเลย เพราะเกิดช่องว่างระหว่าง software กับฮาร์ดแวร์ ถ่างกว้างขึ้นเรื่อย ๆ จนถึงจุดหนึ่ง ฮาร์ดแวร์จะไม่รู้จักซอฟท์แวร์เก่าอีกต่อไป

โปรแกรมมิงเทคโนโลยีที่ใช้อยู่ตอนนี้ ก็เข้าข่ายดังกล่าว คือ เริ่มแปลกแยกจากระบบฮาร์ดแวร์มากขึ้นเรื่อย ๆ

การเขียน version 2 ใหม่หมด ในโฉมคล้ายเดิม โดยใช้โปรแกรมมิงเทคโนโลยีที่เป็นปัจจุบัน ควรจะทำให้ระบบจัดการในอนาคตง่ายขึ้น เพราะความถอดด้ามของมัน จะทำให้หลุดพ้นจากปัญหาทางเทคนิคในช่วงเพิ่งสร้างเสร็จใหม่ ๆ ได้เป็นอย่างดี

 

สามข้อนี้คือโจทย์ใหญ่ที่จะมีมาในยุคของคณบดีท่านถัดไปครับ

หมวดหมู่บันทึก: บริการวิชาการ
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ Copyright
สร้าง: 02 มิถุนายน 2552 22:08 แก้ไข: 15 มกราคม 2555 21:53 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ไม่มีความเห็น

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 44.192.254.246
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ