นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 2325
ความเห็น: 3

Active Learning ผ่านการออกข้อสอบใช้เอง

ผมเคยอ่านเจอที่ ดร.วรภัทร์ ภู่เจริญ เล่าไว้ว่า ใช้วิธีประเมินนักศึกษาด้วยการให้นักศึกษาออกข้อสอบ แล้วอาจารย์ให้คะแนนนักศึกษาตามคุณภาพข้อสอบ

ปรากฎว่าตกกันระนาว ด้วยเหตุผลว่า เรียนมาขนาดนี้ สามารถถามได้แค่นี้เองหรือ ?

อ่านแล้วอุทาน ว้าว ! หร้อยจังฮู้ !!!

ทำมั่ง ^ ^

ไม่โหดครับ ผมใจดี ปรับใช้ในสเกลที่เล็กลงมา ถือเป็นรูปแบบการประเมินที่เพิ่มความหลากหลายและสีสรรให้ชีวิต ไม่ึถึงขนาดทำให้ทุกคนที่เกี่ยวข้องความดันพุ่งกระฉูด หรือถึงขั้นนักศึกษาออกปากชมว่า "โหดสุด ๆ"

เพราะผมมีนิสัยว่า ของแปลกใหม่มา จะไม่ลองแบบทุ่มสุดตัวเด็ดขาด จะใช้วิธีหยั่ง ๆ ลองเชิงดูก่อน ถ้าเห็นว่าดี ก็ค่อย ๆ เพิ่มสัดส่วนไปเรื่อย ๆ จนถ้ามั่นใจเต็มที่ ถึงค่อยลุยเต็มที่

การทำ calculated risk management แบบนี้ เป็นวิถีการบริหารความเสี่ยงที่ใช้กันมากในแวดลงของคนที่อยู่ในแวดวงธุรกิจ การเงิน การลงทุน แต่ไม่ค่อยเห็นคนในแวดวงการศึกษาใช้กันเท่าไหร่

ถ้าจะนำสมดุลมาสู่ชีวิต วิธีคิดแบบ calculated risk management แบบนี้ เป็นเครื่องมือที่มีพลังมาก เพราะเปิดโอกาสให้รูปแบบใหม่ ๆ เกิดขึ้นได้แบบค่อยเป็นค่อยไป และมีฐานมั่นคง

นอกเรื่องซะไกลเชียว

เอ้า กลับมาต่อ

รายการแรก ลองใช้ตอนไปสอนพิเศษที่วลัยลักษณ์ ให้นักศึกษาลองออกมาดูคนละข้อ ถือเป็นคะแนนเก็บแบบจิ๊บ ๆ แ้ล้วบอกไปว่า ถ้าคุณภาพดี จะเอามาออกจริง ถ้าไม่เข้าตาจริง จะไม่มาใช้

ดูจากการบ้านที่มอบหมาย อือม์ พอไหว มีบางข้อที่พอเข้าตา บางข้อในนั้น ก็แนวใกล้ ๆ กับที่เคยเล็ง ๆ ว่าจะออก ก็มาปรับแต่งนิดหน่อย คละไปกับข้อสอบที่ใช้จริง คละไปราว 10 %

ผลคือ นักศึกษาบ่นว่า ผมออกคำนวณเยอะ ทำไม่ค่อยทัน

ฟังแล้วดีใจ เพราะปรกติ อยู่ที่นี่ จะได้ยินแต่คำบ่นว่า ผมออกยาก ถึง ยากXXXXX (<-เซ็นเซอร์เองโดยสมัครใจ)

ผมตั้งข้อสงสัยว่า การให้นักศึกษามีส่วนร่วมแบบนี้ ทำให้เขารู้สึกเป็นเจ้าข้าวเจ้าของข้อสอบ คือ ถึงยาก ก็ไม่รู้สึกว่ายาก แต่อาจบ่นแค่ว่าทำไมเยอะจัง 

เอ๊ะ มีแววแฮะ

ทำให้มีกำลังใจขึ้นเยอะเลย ^ ^

คราวนี้ลองใหม่

มีรายวิชาหนึ่งซึ่งปรกติเชิญอาจารย์พิเศษมา ทุกปีที่ผ่าน นักศึกษาลงไม่กี่คน อาจารย์พิเศษก็ออกข้อสอบข้อเขียนไว้ให้พร้อมเฉลย ทุกปีที่ผ่านมา ผมก็ช่วยตรวจข้อเขียน ซึ่งรู้สึกว่าตรวจเสร็จแล้วหมดแรงข้าวต้ม เพราะข้อสอบต้องเขียนกันย้าว ยาว

..แล้วลายมือนักศึกษาน่ะ แหม ไม่อยากนินทา..

ถ้าเด็กออน M แล้วต้องใช้ลายมือตัวเองคุยกับคนอื่นน่ะ ผมเชื่อว่าว่ายอดผู้ใช้ M น่าจะลดเหลือ 1 % เป็นอย่างมาก

(นี่ขนาดไม่อยากนินทานะเนี่ย ^ ^)

ปีนี้ นักศึกษานึกครึ้มอะไรไม่ทราบ แห่กันมาลงเกือบทั้งชั้นปี เห็นจำนวนผู้ลงทะเบียนแล้วผมตกใจเกือบพลัดเก้าอี้ นึกว่าตาฝาด รึไม่นักศึกษาเข้าใจผิดว่าวิชานี้ยิกแจกเกรด

ก็ฝากประกาศไปว่าวิชานี้ ผมไม่มีนโยบายหยั่งว่า (หมายถึงยิกแจกเกรด อย่าคิดลึก ^ ^) คือ A ถึง E เป็นไปตามเนื้อผ้า แต่นักศึกษาก็บ่ยั่น ไม่มีถอนการลงทะเบียนซักคน

แต่พอนึกว่า ต้องตรวจข้อเขียนแบบเดิมกันเจ็ดวันเจ็ดคืน ผมแทบเป็นลม

ไม่ไหว ไม่ไหว ปีนี้ต้องออกแบบตัวเลือก ไม่งั้น ตรวจเสร็จ งั่กแน่

ปิ๊งแวบว่า ลองแบบสูตรนี้ดูก็น่าสนใจ อย่างน้อย อาจทำให้นักศึกษาฟังอาจารย์สอนเต็มที่หน่อย ซึ่งต่อให้ได้แค่นี้ ก็คุ้มแล้ว และถ้าได้มากกว่านั้น ก็คือกำไรล้วน ๆ

ผมก็ประกาศให้นักศึกษาทราบตั้งแต่ต้นเทอมว่า จะแบ่งคะแนนเก็บให้สำหรับการออกข้อสอบ เรียนหนึ่งชั่วโมงให้ออกหนึ่งข้อ และคะแนนก็จะไม่จิ๊บ ๆ เท่าไหร่

ผลคือ นั่งคัดเลือกข้อสอบกันมือหงิก

ได้ข้อสรุปว่า คัดมาเพื่อเจือเป็นข้อสอบจริง เทียบเท่าราว 30-40 % ของข้อสอบที่จะใช้จริง

และได้ขัอสรุปว่า คะแนนช่วย อาจช่วยดึงขึ้นก็ได้ ดึงลงก็ได้ (นักศึกษามาอ่านตรงนี้แล้วจะหนาวมั้ยนี่ ?)

ส่วนใหญ่ นักศึกษาจะหยิบประเด็นใหญ่ ๆ ที่เด่น ๆ แบบสรุปมาออก แนวไม่ค่อยต่างกันมาก และเชื่อว่า ถ้าผมออกเอง ยังไงก็ต้องเลือกประเด็นเหล่านี้มาออกอยู่แล้วเป็นส่วนใหญ่

แต่ที่ดีมาก ๆ คือ ข้อพื้น ๆ แบบนี้ ผมไม่ต้องเหนื่อยมาก เพราะเขาทำมาค่อนข้างดี แค่มาปรับแต่งให้ดูราบรื่นขึ้น และให้มีหน้าตาต่างออกไปจากที่เขาออกมาอีกนิดหน่อย ไม่ให้ใช้วิธีท่องมาตอบกันทื่อ ๆ

ออกข้อสอบข้อที่พื้น ๆ นี่ เหนื่อยพอ ๆ กับข้อที่ซับซ้อน  ถือโอกาสให้นักศึกษามาเป็นผู้ช่วยออกข้อสอบซะเลยดีกว่า เพราะพื้น ๆ นี่ ออกง่ายไป ก็โดนว่า (เดี๋ยวนี้ออกง่ายแบบนี้แล้วเรอะ ?) ออกยากไป ก็โดนว่า (โห ขนาดเรื่องพื้น ๆ ยังออกให้ยากได้เลย คนอะไร ?) เรียกว่า โดนอยู่แล้วทั้งขึ้นทั้งล่อง

ภาพใหญ่ที่ผมเห็นคือ เขาชอบออกแบบเน้นท่องกัน

แต่ก็มีบางข้อเหมือนกัน ที่แหลมคม เห็นแล้วต้องชมว่าเข้าท่า คือจับประเด็นได้แม่น แต่ไม่ออกแบบลอกเวลาอาจารย์พูดหรือสอนในสไลด์ รู้จักพลิกแพลงให้น่าตื่นเต้นว่า เอ๊ะ ไม่ซ้ำซาก

ผมมาเก็บตก ออกเพิ่มในประเ็ด็นที่ยังขาดอยู่ ให้กระจายให้ครบถ้วนและได้สัดส่วนตามเนื้อหาทั้งหมด ทำให้หน้าตาของข้อสอบมีความสมดุล

ผลของการสอบคือ

ต่ำสุด     42.21 %
สูงสุด     84.42 %

มัธยฐาน 68.84 %
เฉลี่ย      68.35 %
SD           9.28 %

ดูแล้ว ก็รู้สึกว่า ภาพรวมออกมาน่าพอใจ เพราะจริง ๆ แล้ว ใช้ที่นักศึกษาออกมาเพียง 1 ใน 3 และส่วนที่ออกเสริมเองให้ 2/3 ที่เหลือ ส่วนตัวแล้วก็คิดว่าไม่ได้ง่ายเท่าไหร่ แต่นักศึกษาก็ทำได้ในระดับที่ภาพรวมออกมาน่าพอใจ

หมวดหมู่บันทึก: การเรียนการสอน
คำสำคัญ (keywords): active learning  การสอบ
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ Copyright
สร้าง: 24 กรกฎาคม 2552 00:29 แก้ไข: 27 สิงหาคม 2552 19:17 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

Ico48
phusupa [IP: 202.209.187.131]
24 กรกฎาคม 2552 08:30
#46547

อาจารย์คะ ชอบมากค่ะ

เป็นวิธีสุดยอดวิธีหนึ่งในการประเมินการเรียน(การสอนด้วย)

เข้าใจ? คิดต่อยอดได้?

ได้รู้ความคิดผู้เรียน

แหมอยากเป็นศิษย์(โข่งด้วยจัง ค่ะ)

เยี่ยมสุดๆ จะเอาไปใช้บ้าง

เอ! จะเป็นแบบให้นศ.ปีนี้ออกแล้วเอาไปใช้ปีหน้าดีมั๊ยครับ (555..แบบว่าขอแรงรุ่นพี่ออกข้อสอบให้รุ่นน้อง)

ผมว่านศ.ได้ทบทวนความรู้ในการออกข้อสอบ และเขาจะได้เรียนรู้เอง ผมยังจำความรู้สึกในการเตรียมสอบปีแรกๆได้นะครับ ต้องอ่านซ้ำให้เข้าใจ เพื่อการสอนและการออกข้อสอบ ทั้งที่เพิ่งเรียนจบป.ตรี มาสดๆ

คุณหมอ phusupa

  •  ยังไม่ได้ข้อสรุปครับ ว่าจะเป็นยังไง
  • รออีกสักพักครับ

 

ท่านอาจารย์ Pคนธรรมดา

  • ผมคิดว่า ให้เขาใช้สด ๆ ที่ตัวเองออก น่าตื่นเต้นกว่าครับ อาจได้มีโอกาสภูมิใจด้วยว่า ข้อนี้น่ะ ข้าออกมาเองกับมือเลยนะนี่ (แล้วหัวร่อปากหุบไม่ลงเพราะข้อนี้เพื่อน ๆ ชมว่ายากมาก ทำไม่ค่อยได้)
  • เรื่องข้อสอบรั่ว ไม่กลัวอยู่แล้ว ในส่วนที่เขาออกเอง คือ รั่วชัวร์
  • แต่การที่เขาออกเอง ถ้าเขาสื่อสารถึงกันหมด จำได้หมด (ถ้าต้องจำ) หรือรู้วิธีคิดหมด (ถ้าต้องคิด) ก็คือกระบวนการเรียนตามปรกติอยู่แล้ว
  • เกรดจริงมามาเฉือนกันตรงส่วนที่เหลือที่อาจารย์ออก   และฝีมือการออกข้อสอบที่เก็บคะแนนเสริมไว้ ซึ่งผมเชื่อว่า อาจต่างกันได้มาก
  • ข้อดีคือทำให้เราได้เห็นมุมมองของเขาว่าเขาคิดเรื่องอะไร สนใจเรื่องอะไร และมีพัฒนาการของการคิด-การสื่อสารไปถึงไหนแล้ว เพราะเป็นการให้เขาได้สื่อสารออกมา

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 18.234.255.5
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ