นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 2745
ความเห็น: 1

การสอนเป็นงานศิลปะ เมื่อใช้เทคโนโลยีเด็กประถม อธิบายแนวคิดมหาวิทยาลัย

คนที่เขาสอนดี ถ้าเราได้ไปเห็น เราจะปิ๊งแวบว่า นี่คืองานศิลปะ

สมัยเด็ก ๆ ผมมีครูภาษาไทย ที่สอนสนุกมาก จนตอนนี้ แม้ลืมรายละเอียดไปเกือบหมดแล้ว แต่ความสนุกยังอยู่ คือนึกถึงช่วงเวลาแบบนั้นแล้วก็รู้สึกดี ว่าตัวเองโชคดี

คนที่เขาสอนแบบนั้นได้ จะต้องมีศิลปะอยู่ในหัวใจ

แต่สอนให้สนุก แบบเนื้อหาเข้มข้นด้วย บางทีก็ไม่ง่ายนัก

บางที แก่นแท้ของการสอนที่เหมือนงานศิลปะ อาจอยู่ที่ความเรียบง่ายอย่างไม่น่าเชื่อ โดยคงเนื้อหาได้บริบูรณ์

ผมอ่าน The Feynman Lectures on Physics แล้วก็รู้สึกแบบนั้น ว่างานศิลปะ อยู่ที่ความเรียบง่าย แต่ลึกซึ้ง

ยกมาดูเป็นตัวอย่างคือ กฎของ Kepler

กฎข้อสองของเคปเลอร์บอกว่า เวลาดาวเคราะห์หมุนรอบดวงอาทิตย์ ในเวลาเท่ากัน จะกวาดพื้นที่ได้เท่ากัน

สมัยเด็ก ๆ ก็อ้าปากค้างว่า โห ทำไมเก่งจัง พิสูจน์ไงนี่ ?

โตขึ้นมาหน่อยก็ เออน่ะ ใช้แคลคูลัสสิ (แต่ใครอยากพิสูจน์ก็ทำไปเถอะ) รู้ ๆ อยู่ว่ามันทำนองนั้นแหละแต่ควรให้คนอื่นพิสูจน์ไปเถอะ เพราะอาจเร่งให้มีวัยวุฒิแซงคุณวุฒิโดยใช่เหตุ

เห็นที่ Feynman พิสูจน์แบบง่าย ๆ แล้วตาค้าง

เขาเริ่มจากการนิยามเรื่องโมเมนตัวเชิงมุมซะยืดยาว แล้วมาลงเอยด้วยสูตรว่า

โมเมนตัมเชิงมุม = โมเมนตัมตามแนวที่เคลื่อนที่ x ระยะห่างจากจุดอ้างอิง

ซึ่งเมื่อวาดเป็นรูป ก็จะเห็นเป็นสี่เหลี่ยมแท่งทรงสูง ซึ่งความสูง ก็คือระยะห่างจากจุดอ้างอิง และหน้ากว้าง ก็คือขนาดโมเมนตัม

ทีนี้ ถ้าแบ่งครึ่งรูปสี่เหลี่ยมนี้ เราก็จะเห็นรูปสามเหลี่ยม ซึ่งก็คือพื้นที่ในวงรีตามกฎข้อสองของเคปเลอร์

ในเมื่อโมเมนตัวเชิงมุมมีการอนุรักษ์ ในแต่ละช่วงขณะ พื้นที่สี่เหลี่ยมนี้ต้องคงเดิมเสมอ ทำให้เมื่อหารสองกลายเป็นกฎของเคปเลอร์ พื้นที่สามเหลี่ยม หรือพื้นที่ที่ดาวเคราะห์กวาดได้แต่ละช่วงเวลาก็ต้องคงเดิมด้วย

อ่านแล้วร้อง เฮ้ย ! พี่แกพิสูจน์กฎข้อสองของเคปเลอร์โดยใช้เรขาคณิตชั้นประถมเลยหรือนี่ สุดยอด !

อ่านแบบนี้แล้วก็มีกำลังใจที่จะลองทำความเข้าใจเรื่องที่จะสอนให้ลึกซึ้ง แล้วลองใช้เทคโนโลยีเด็กชั้นประถมมาอธิบายให้เด็กระดับมหาวิทยาลัยฟัง

ก็พบว่า ทำให้สนุกขึ้นเยอะ เวลาสอน

อย่างเช่น เวลาต้องอธิบายเรื่อง standard error of the mean ที่ต้องไปโยงกับการสุ่มชักตัวอย่าง

ปัญหาคือ คนสอนเองก็ไม่ค่อยสนุก ที่ต้องรื้อฟื้นเรื่องแบบนี้

ก็ลองใช้วิธียกตัวอย่างจริงเป็นตัวเลข ทำ simulation กันให้ดูสด ๆ ใน excel ว่า ผลของการชักตัวอย่าง ทำให้เกิด standard error ขึ้น เป็นอย่างนั้นอย่างนี้นะ

ก็พบว่า ดีขึ้นมาหน่อย   คือ พิสูจน์ให้เห็นโดยตัวอย่างได้ แม้

แต่จริง ๆ แล้ว พอได้คิดว่า การสุ่มตัวอย่างมาหาค่าเฉลี่ย ก็เป็นการบีบอัดข้อมูลธรรมดา

Seproof2009 

                               Seproof2009

 

โดยธรรมชาติของการบีบอัด เราไม่ได้จุดเดี่ยว ๆ หรอก เพราะแรงอัดจากไม่กี่จุด มันอัดไม่ลงศูนย์กลางพอดีหรอก อยากให้ลงสนิท ต้องอัดด้วยจุดให้เยอะจนนับไม่ถ้วน

ผลคือ หลังบีบอัดข้อมูลที่กระเจิง เราก็ยังได้รูปที่ยังกระเจิง ทำนองเดียวกับข้อมูลตั้งต้นนั่นแหละ  แต่ความกระเจิงน้อยลงหน่อย เพราะถูกบีบอัดมาแล้วให้เล็กลง กลายมาเป็น standard error

ได้ข้อคิดว่า บางที  สิ่งที่ทำให้การสอนไม่น่าเบื่อ และเป็นศิลปะ ก็อยู่ตรงที่เราได้ลองพลิกแพลงหาทางลงสู่พื้นได้สำเร็จนี่แหละ

 

 

หมวดหมู่บันทึก: การเรียนการสอน
คำสำคัญ (keywords): การสอน
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ Copyright
สร้าง: 30 กรกฎาคม 2552 15:36 แก้ไข: 30 กรกฎาคม 2552 15:36 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ขอไปรื้อฟื้นทฤษฎีอีกสักพักนะครับ

ตอนนี้ ยังมึนหัวอยู่ครับ

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 18.234.255.5
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ