นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 2083
ความเห็น: 4

เตรียมมอบบันทึกส่งต่องาน (4) สรุปงาน DIC ปิดท้าย

ช่วงนี้ เป็นช่วงคณะผลัดใบ ถือโอกาสส่งมอบงานปิดท้าย จะได้ไม่ต้องโดนว่าตามหลังว่าไม่ยอมส่งมอบงาน

ช่วงนี้ เป็นช่วงคณะผลัดใบ ถือโอกาสส่งมอบงานปิดท้าย จะได้ไม่ต้องโดนว่าตามหลังว่าไม่ยอมส่งมอบงาน อิอิอิ

งานที่ว่่านี้คือ งานบริการเภสัชสนเทศ ซึ่งบริการหลายรูปแบบ เน้นบริการผ่าน web ที่ http://drug.pharmacy.psu.ac.th

ระบบงานนี้ เท่าที่ผมเห็นและเชื่อก็คือ มันเป็นระบบนิเวศน์ที่มีชีวิตของมันเองอยู่แล้ว มันต้องการ "การประคับประคองห่าง ๆ" มากกว่าต้องการ "การผลักดัน" ให้เคลื่อนที่ ดังนั้น ผมจึงเน้นการจัดการตามความเชื่อนี้ คือ ไม่เร่งปุ๋ยหรืออัดฉีดฮอร์โมน แต่เน้นการดูแลรดน้ำและกำจัดวัชพืชตามสมควร

 

ความเดิมในตอนที่แล้ว ดูย้อนหลังได้ที่

เตรียมมอบบันทึกส่งต่องาน (1) โหมโรง    
เตรียมมอบบันทึกส่งต่องาน (2) แนวคิดการจัดการ DIC    
เตรียมมอบบันทึกส่งต่องาน (3) ทิศทาง DIC    
 

 ส่งมอบงานในที่นี้ สรุปคร่าว ๆ คือ

1. งานรูตีน (routine)

ช่วงหลัง ๆ มีไม่มาก เพราะแนวคิดของผมคือเป็นส่วนกิจกรรมเสริม เน้นความสม่ำเสมอต่อเนื่อง ไม่ได้เน้นปริมาณหรือเน้นเชิงรุกอันใด ส่วนนี้ ใครมารับช่วงต่อ ก็ถามเลขาฯของหน่วยเอา จะทำต่อหรือจะรื้อทิ้ง หรือจะคึกทำเพิ่ม ก็ตามใจ

2. งานกึ่งรูตีน (semi-routine)

หลัก ๆ ก็คือ ที่เกี่ยวข้องกับ webboard drug.pharmacy.psu.ac.th ซึ่งผมมองว่าเป็นกิจกรรมเชิงยุทธศาสตร์ คือจุดนี้ขยับขยายไปได้หลายแนวทางในอนาคต คือทั้งแบบเชิงรุกก็ได้ หรือแบบตั้งรับก็ได้ (ผมทำแบบหลัง)

โจทย์ข้อหนึ่งที่ผมเจอคือ จะประเมินได้อย่างไรว่ากิจกรรมที่ทำอยู่ เป็นอย่างไรบ้าง ทั้งแบบเชิงปริมาณ และเชิงคุณภาพ

ในส่วนเชิงคุณภาพ ปีที่แล้ว ให้นักศึกษาทำโครงงานนักศึกษาไปแล้ว และเพิ่งส่งต้นฉบับเพื่อพิจารณาตีพิมพ์ในวารสารในประเทศ ดังนั้น ส่วนนี้ ในเวลานี้ จะยังไม่เหมาะที่จะพูดถึงรายละเอียด เพราะคงเป็นการเสียมารยาท แต่สรุปคร่าว ๆ คือ ภาพใหญ่ มีความสม่ำเสมอดีพอสมควรและอยู่ในระดับที่น่าพอใจเรียกว่า ถ้าเต็ม 5 ก็ได้ราว 4

 

ในเชิงปริมาณล่ะ ?

ตรงนี้ มองได้หลายแบบมาก แล้วอาจทำให้เถียงกันไม่จบ ผมจึงใช้วิธีเผด็จการ (ทุบโต๊ะจะเอา) สร้างตัวชี้วัดขึ้นมาตัวนึง ที่คิดว่า ใครทำตามก็ต้องได้ผลเหมือนกัน คือจะดูสถิติรายเดือนว่า แต่ละเดือนที่ตั้งกิจกรรมนี้ขึ้นมา มีสถิติต่อไปนี้เป็นเท่าไหร่

1. จำนวนคำถามต่อเดือน

2. จำนวนชั่วโมงภาระงานที่มีการตอบในเดือนนั้น

3. จำนวนครั้งที่มีการตอบในเดือนนั้น

สามรายการนี้เป็นคนละหน่วยกัน ผมจึงปรับให้อยู่หน่วยเดียวกันก่อน ด้วยการหารด้วยค่ามัธยฐานของตัวมันเอง (คำนวณมัธยฐานจากข้อมูลย้อนหลังทั้งหมดในฐานข้อมูลที่คิดเป็นหน่วยรายเดือนแล้ว)

ถ้ารายการไหนคึกคัก ค่าที่ผ่านการปรับสเกล ก็จะมีค่าเกิน 1

รายการไหนซบเซา ค่าก็จะต่ำกว่า 1

คราวนี้ ทั้งสามตัวก็จะมีค่าในสเกลร่วมกันแล้ว

ถัดมาคือ ผมเอาค่าในสเกลที่ปรับแล้วทั้งสามตัว ย้อนหลัง 3 เดือน (มีตัวเลข 9 ตัวมาเกี่ยวข้อง) มาหาค่ามัธยฐานอีกที เป็นการหา moving median เพื่อให้คละตัวเลขให้เห็นแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงที่นุ่มนวลขึ้น แต่ก็ยังเห็นผลกระทบระยะสั้นได้อย่างชัดเจน

ผมเรียกค่าที่ได้นี้ว่า ระดับความคึกคักของกิจกรรม

ค่านี้เป็น 1 แสดงว่า อยู่กลาง ๆ ไม่สูงไม่ต่ำ

เกิน 1 แสดงว่า คึกคัก

ต่ำกว่า 1 แสดงว่าเงียบเหงา

ผลออกมาอย่างนี้

DIC

 

ผมเข้ามารับหน้าที่ตรงนี้ราวต้นปี 2547 ตอนนั้น ทางหน่วยออกไปเปิดแนวรบอีก webboard หนึ่งข้างนอก ซึ่งทำให้ส่วนของ webboard drug.pharmacy.psu.ac.th เงียบไปราวหนึ่งปีเต็ม (แต่ webbaord ที่เปิดใหม่นั้น ก็ต้องปิดตัวลง เพราะมีปัญหาทางเทคนิคในการดูแลระบบเนื้อหา รวมถึงเรื่องระบบ documentation เชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ ไม่มีรองรับไว้เลย ทั้งที่จริง ๆ แล้ว ใช้ง่ายและน่าใช้มาก ทำให้สร้างปัญหาระยะยาว พอเกิดปัญหาทางเทคนิครุมเร้าขึ้นมา เราก็ถือโอกาสปิดเว็บบอร์ดไปเลย)

ดูสถิติย้อนหลัง บอร์ดช่วงหลังไม่คึกคักมากเหมือนช่วง"รุ่ง" แต่ก็ไม่ได้ถึงขนาดซบเซาหลับไหล

ประเมินตัวเองและทีมงานในประเด็นนี้ก็คือ เราทำให้กิจกรรมนี้ มีเสถียรภาพขึ้นมาอยู่ในระดับที่คิดว่า "ใช้ได้"

ที่คิดอย่างนั้น เพราะเราเคยเจอศึกหนักเรื่อง spam มาแล้ว และก็ผ่านมาได้ ตั้งแต่เมื่อตอนสองปีก่อน

ในกราฟ แกนยืนเป็นอัตราส่วนจำนวน spam ต่อจำนวนการ post แบบปรกติ เคยกระฉูดเกือบทะลุเพดาน พอติดตั้ง captcha ก็กลับมาสู่ภาวะปรกติ แต่ก็ทำให้จำนวน bug ใน webboard มากขึ้นตามไปด้วย

การลบสแปม ถือเป็นเรื่องที่สำคัญมาก คือเราใช้นโยบายว่า เจอแล้วลบแบบไม่เกรงใจใคร เว้นแต่พิจารณาแล้วเห็นว่า มีประโยชน์ต่อกลุ่มเป้าหมาย

คือถ้าเกี่ยวกับเรื่องการใช้ยา กลุ่มเป้าหมายคือประชาชน

ถ้าเกี่ยวกับเรื่องวงการยา กลุ่มเป้าหมายคือเภสัชกร

นอกจากสองหมวดเรื่องนี้ เจอแล้วลบทันทีที่พบเห็น

ผลคือ เว็บค่อนข้างสะอาด ปลอดจากขยะ ทำให้ผู้เกี่ยวข้อง จะรู้สึกว่า บรรยากาศสะอาดสะอ้าน น่าแวะเข้ามา

นี่คือสิ่งที่เรายึดถือมาเป็นหลักปฎิบัติมาตลอดหลายปีนี้

 

สิ่งที่จะต้องฝากเป็นโจทย์ไว้ในระยะยาวคือ

1. หากจะเร่งเครื่องในเชิงปริมาณ มีทั้งแบบใช้เงินมาก และแบบที่ใช้เงินไม่มาก

แบบใช้เงินมาก ผมไม่มีความสามารถคิดไปถึง ขอเว้นครับ เชื่อว่ามีคนเก่ง ๆ ในคณะที่มีศักยภาพทำนองนี้อยู่ไม่น้อย

ประเด็นนี้ จึงไม่นึกห่วงแม้แต่น้อย ^ ^

แบบใช้เงินไม่มาก คือการผสานการจัดการฝึกงานและการสอนตามปรกติเข้าในหลักสูตร ให้นักศึกษามาช่วยตอบภายใต้การดูแลของอาจารย์ผู้รับผิดชอบ โดยต้องเน้นความสม่ำเสมอต่อเนื่อง

ย้ำ สม่ำเสมอ ต่อเนื่อง คือหัวใจหลัก

2. หากจะเร่งเครื่องเชิงคุณภาพ ต้องมีการปรับรื้อระบบ webboard ให้ใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมกว่านี้ สร้าง version 2 ขึ้นมาใหม่ ซึ่งต้องประสานกับทางทีมงาน UsableLabs ต่อไป

รายการนี้ ผมไม่เร่งทาง UsableLabs เพราะรู้ว่า เขามีโจทย์ที่ด่วนกว่าของทาง สสส ที่ต้องจัดการก่อน แต่ก็ตั้งใจว่าเรื่องนี้ ต้องสานต่อ

ทำไมต้องทำ version 2 ?

ที่ต้องทำ version 2 เพราะตอนนี้ webboard ไม่เสถียรนัก โดยเฉพาะเมื่อ post ยาว ๆ หรือถ้า hardware เปลี่ยนมาก ๆ

และผมเชื่อเสมอมาว่า ถ้าคิดจะมีระบบประเมินคุณภาพทางวิชาการที่ยั่งยืน จะต้องมีการ built-in ระบบ documentation เข้าไว้ในตัว webboard โดยตรง เพราะไม่เช่นนั้น จะเกิดภาระงานเรื่องการจัดการเอกสารแบบมหาศาลตามมา

ถ้าจัดการแล้วใช้ประโยชน์ไม่ได้ ก็เท่ากับเรารื้อฟื้นระบบทาสกลับมาให้อยู่คู่สังคม เพราะเราต้องใช้งานคนให้เป็นทาสของระบบที่ห่วย แม้จะดูแล้วหรูหราไฮโซว่าเป็นทาสระบบดิจิตัลก็ตาม

ผมรังเกียจระบบที่บ้าทำแต่งานเอกสาร ที่สร้างประโยชน์ได้น้อยกว่าแรงที่ทุ่มลงไป

ผมรังเกียจระบบเอกสารอะไรก็แล้วแต่ ไม่ว่าจะเป็นกระดาษ หรือออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นแบบซอฟท์แวร์ซื้อ หรือซอฟท์แวร์ฟรี ที่ไม่เป็นมิตรกับผู้ใช้ ใช้ยาก แต่มีประโยชน์น้อย ถ้าต้องยุ่งเกี่ยวด้วย ผมจะรู้สึกขยะแขยงเหมือนเจอปลิง เจอทาก อะไรไปโน่น

คือต่อให้มันมีเทคโนโลยีล้ำยุค แต่ถ้าแนวคิด usability ยังป่าเถื่อนย้อนไปถึงก่อนยุคหิน ผมจะไม่อยากยุ่งกับมัน เพราะผมผ่านวิวัฒนาการขั้นนั้นมาไกลแล้ว ผมจะบอกว่า ชิ้ว ชิ้ว ไปไกล ๆ เลยไป - นะตัวเอง

(พูดเรื่องนี้แล้วคิดถึง VCR จังวุ้ย ^ ^)

สถิติเชิงปริมาณที่ผมแสดงย้อนหลังในภาพ เป็นสถิติที่ผมชงสด ๆ ราวสิบนาทีก็เสร็จ ย้อนหลังไปได้จนถึงยุคเริ่มเปิดใช้ webboard จนถึงเมื่อสิ้นเดือนก่อน ซึ่งที่ผมทำแบบนี้ได้เพราะถ้าใช้เป็น ระบบ webboard เอง ก็จะเป็นระบบ documentation ของตัวมันเองอยู่แล้ว (ในเชิงปริมาณ)

แต่ webboard version นี้ ยังไม่เอื้อให้ทำ documentation เชิงคุณภาพแบบครบวงจร

จะครบวงจร ต้องเขียนโปรแกรมใหม่หมดเท่านั้นครับ

คือฝังระบบประเมินคุณภาพต่าง ๆ เข้าไปใน webboard เองเลย ผู้ใช้เห็นบางส่วน ผู้ประเมินเห็นอีกส่วน ผู้ดูแลระบบเห็นทุกส่วน

ผมมองไปข้างหน้าว่า ต่อไป ถ้า version 2 เกิดขึ้น เราสามารถดูสถิติแบบ real time ได้ว่า ช่วงเดือนต่าง ๆ ของปีนี้ คุณภาพการตอบเป็นอย่างไรบ้าง แจงตามหมวดหมู่ที่อยากรู้ได้หมด

นั่นคือสิ่งที่ผมเชื่อว่าอยู่ในวิสัยที่เป็นไปได้

 

มองไปข้างหน้า ระบบมีจุดเปราะบางสองเรื่อง

1. ประเด็นความรับผิดชอบทางกฎหมาย ถ้าเกิดกรณีปัญหา

เรื่องนี้ มีประเด็นเล็ก ๆ น้อย ๆ หลายเรื่อง ที่ใครรับช่วงต่อ ถ้าจะคุย ควรมานั่งคุยกับผมในเรื่องนี้เรื่องเดียวเป็นการเฉพาะเจาะจง เพราะเป็นประเด็นที่ละเอียดอ่อน 

2. ระบบ webboard เก่า อยู่ในสภาพที่ปะผุได้ไม่หมด หากระบบ spam พัฒนาตัวขึ้นมาถึงขั้นที่ทะลุ captcha (ระบบป้องกัน automated spam posting) ได้เมื่อไหร่ จะเกิดวิกฤติระลอกใหม่ ประเด็นนี้ ทางศูนย์คอมพ์ก็หาทางหนีทีไล่ไว้ได้ระดับหนึ่ง แต่ก็ไม่รู้ว่า ถ้าเจอแบบนั้นจริง จะทนทานได้แค่ไหน

โดยสรุป ในภาพรวมแล้ว ช่วงที่ผมมาทำงานตรงนี้ ได้มีโอกาสสนุกกับงาน และมีทีมงานที่ดี ทั้งทีม IT จากศูนย์คอมพิวเตอร์ของคณะ โดยเฉพาะคุณเปิ้ลและคุณป้อม มีเลขาที่ดี เช่น คุณนก มีอาจารย์ที่ใส่ใจช่วยอุดช่องโหว่ของการจัดการ เช่น ออรัก (เค้าเรียกกันยังงั้น ^ ^) และทีมคณาจารย์อีกนับสิบท่าน ที่ช่วยออกความคิดและมาร่วมจัดการแบบวาระตามสะดวก  ทำให้ผมทำงานแบบขี้เกียจ ๆ แต่ก็สามารถทำให้ระบบงานไหลไปได้ราบรื่นพอสมควร

ขอขอบคุณทุกท่านผู้มีอุปการคุณจากใจจริงครับ

หมายเหตุแนบท้าย: หลังจากนั้น เขาให้ผมทำงานนี้ต่อ สรุปว่าชีวิตหักมุม

หมวดหมู่บันทึก: ประกันคุณภาพ ตัวชี้วัด ประเมินผล
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ Copyright
สร้าง: 02 กันยายน 2552 09:55 แก้ไข: 24 มกราคม 2555 08:41 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

Ico48
ป้อม (Recent Activities)
03 September 2009 00:33
#47951
บันทึกอาจารย์เหมือนเป็นคัมภีร์ยุทธ ที่รอผู้สืบทอด :-)

ท่านอาจารย์ คนธรรมดา และคุณ ป้อม

  • ขอบคุณครับ ที่แวะมาทักทาย
  • มันไม่ถึงขนาดเป็นคัมภีร์ยุทธอันใด เพราะผมเล่าเรื่องเพื่อให้คนที่มาสานต่อ จะได้ไม่ต้องเสียเวลากับเรื่องไม่เป็นเรื่อง ที่เรียกกันว่า การลองงาน
  • ไหน ๆ เราก็ใช้วงแชร์ทำ KM อยู่แล้ว ก็เอาซะหน่อย
Ico48
Tan [IP: 222.123.178.129]
13 กันยายน 2552 13:33
#48283

มีข้อสงสัยและข้อแนะนำครับ

1. มีผลสรุปการตั้งคำถามในหัวเรื่องเดียวกับที่มีอยู่ในระบบอยู่แล้วหรือไม่

2. น่าจะมีระบบ ค้นหาและ Tag ที่ช่วยในการค้นหา

3. หากมีระบบ tag ลองเพิ่ม tag relation map จะได้ข้อมูลใหม่ที่น่าสนใจมาก

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 18.234.255.5
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ