นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

Ico24 ไอเดียใหม่ ทำสวนผักลอยน้ำจากผักตบชวา

Ico48

สวัสดีค่ะ

ห่างหายกันไปเกือบหนึ่งอาทิตย์เต็มๆ เพราะไปรับแขกเยี่ยมชมการจัดการพื้นที่ชุ่มน้ำที่ลุ่มน้ำปากพนังและพื้นที่ชุ่มน้ำจังหวัดกระบี่ มาวันนี้ลองมาติดตามดูผู้อ่านว่าเป็นอย่างไรกันบ้าง

โอ้โห!! เป็นปลื้มค่ะ มีผู้อ่านบันทึกหน้านี้ถึง 100 คน

ดีใจมากค่ะ แต่ยอดผู้อ่านอีกบันทึกนึงที่ต่อจากนี้ยังมีน้อย จึงพยายามเอามาลงในหน้าที่ซ้ำเพื่อให้ได้อ่านกันอย่างต่อเนื่องนะคะ ขอบอกนิดนึงว่าแขกที่มาจากประเทศเวียดนามก็ประทับใจในแปลงผักลอยน้ำเหมือนกันค่ะ และที่สำนักงานภาคสนามของCORIN ก็ได้รับโทรศัพท์ขอข้อมูลเรื่องนี้กันทุกวันเหมือนกันค่ะ ส่วนใหญ่จะเป็นผู้ที่อ่านข้อมูลที่ตีพิมพ์ในหนังสือเทคโนโลยีชาวบ้าน แล้วไม่มีที่ดินเป็นของตนเอง แต่บ้านติดริมน้ำ จึงเป็นหนทางที่จะใช้ประโยชน์โดยการปลูกผักในน้ำค่ะ

เอาเป็นว่า จะขอนำบันทึกอีกหน้านึงมาไว้ที่นี้ละกันนะคะ จะได้อ่านติดต่อกัน....ขอบคุณอีกครั้งสำหรับการติดตามอ่านค่ะ

แปลงผักตบชวาดังใหญ่แล้ว ลงหนังสือพิมพ์หลายฉบับ
แปลงผักลอยน้ำจากผักตบชวา แม่แบบใช้วัชพืชให้เป็นคุณ

ใครที่ติดตามอ่านบันทึกฉบับก่อน เรื่อง ไอเดียใหม่ ทำสวนผักลอยน้ำจากผักตบชวา คงจำกันได้ว่า สถาบันทรัพยากรชายฝั่งได้ดำเนินกิจกรรมขับเคลื่อนชุมชนในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง และเกิดผลเป็นรูปธรรมที่เด่นชัด ในวันนี้มีความก้าวหน้ามาบอกต่อกันอีกนิดนึงค่ะ คือเมื่อวันที่ 8 พ.ย. 50 (เมื่อวานนี้เอง) หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ได้นำข่าวชิ้นนี้ลงอีกฉบับนึงค่ะ (นอกเหนือจากหนังสือพิมพ์มติชนและเทคโนโลยีชาวบ้าน) อยากให้เพื่อนๆ ชาวมอ. ร่วมกันดีใจที่ตอนนี้ มอ.ได้สนองพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการบรรเทาทุกข์ของชาวลุ่มน้ำปากพนัง โดยนำทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียงมาสู่การปฏิบัติ โดยส่วนตัวแล้วเวลาได้เห็นหรืออ่านข่าวในสิ่งที่เราทำ จะตื้นตันใจและมีความสุขทุกครั้ง และมีความสุขที่เปี่ยมล้นยิ่งขึ้นเมื่อพื้นที่ที่เราไปทำเป็นพื้นที่ที่ในหลวงของเราทรงให้ความใส่ใจและห่วงใยเป็นพิเศษ ...อย่างน้อยก็ติต่างเองค่ะว่า...ในชีวิตนี้ได้ทำดีเพื่อพ่อแล้วค่ะ...

สัญญาไว้กับหลายๆ คนว่าจะเขียนงานอื่นให้อ่านกันอีก โดยเฉพาะเรื่องแป้งสาคู ... ต้องขอโทษด้วยจริงๆ นะคะ เพราะวันพรุ่งนี้ต้องเดินทางลงพื้นที่ค่ะ มีแขกจากประเทศเวียดนามมาเยี่ยมชมพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังและพื้นที่ชุ่มน้ำกระบี่ ...ต้องไปรับรองค่ะ...กลับมาอีกครั้งก็เป็นวันที่ 16 แล้ว แต่ก็สัญญาต่อนะคะว่าจะพยายามแบ่งเวลามานั่งเขียนให้อ่านกันค่ะ

เพื่อนๆ สามารถอ่านข่าวได้จาก

http://www.dailynews.co.th/web/html/popup_news/Default.aspx?Columnid=48391&Newstype=2&template=2

หรือจากหน้าเว็บไซต์ของสถาบันค่ะ

http://www.corin.psu.ac.th/News.asp?NID=119

http://www.corin.psu.ac.th/News.asp?NID=120

ตรงนี้นำจากหน้าหนังสือพิมพ์เดลินิวส์(ล่าสุด) มาให้อ่านนะคะ

 

แปลงผักลอยน้ำจากผักตบชวา แม่แบบใช้วัชพืชให้เป็นคุณ

วันก่อนมีโอกาสเดินทางไปกับสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริเพื่อเยี่ยมชมความคืบหน้าในงานของโครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดนครศรีธรรมราช พบว่าหลายโครงการมีความคืบหน้าและยังผลซึ่งการสามารถใช้พื้นที่เพื่อการทำกินของประชาชนได้อีกครั้งหนึ่ง ขณะเดียวกันก็มีหลายโครงการที่สามารถนำมาเป็นแม่แบบในการพัฒนาให้กับพื้นที่ในภาคอื่น ๆ ของประเทศได้อีกด้วย
 
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระ  ราชทานพระราชดำริ ให้หาแนวทางที่เหมาะสมในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง ซึ่งมีพื้นที่กว้างใหญ่มากถึง 1.9 ล้านไร่ ทางกรมชลประทาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายใต้การประสานงานของสำนักงาน กปร. ได้สนองพระราชดำริโดยก่อสร้างประตูระบายน้ำอุทกวิภาชประสิทธิขึ้น เมื่อปี 2539 ที่บ้านบางปี้ ตำบลหูล่อง อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช มีช่องระบายน้ำรวม 10 ช่อง ขนาดกว้างช่องละ 20 เมตร สูง 9 เมตร ติดตั้งบานประตูบานเดี่ยว 6 บาน บานคู่ 4 บาน เพื่อปิด-   เปิด บังคับน้ำ สามารถระบายน้ำได้ 1,430 ลูกบาศก์เมตร ต่อวินาที เริ่มใช้งาน ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2542     เป็นต้นมา
 
อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากมีการใช้งาน มาระยะหนึ่งก็พบว่าปริมาณผักตบชวาในลำคลองชลประทานมีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วจนส่งผลกระทบในการกักเก็บน้ำเกิดอุปสรรค ในการทำประมง และการสัญจรทางน้ำ การชลประทาน จนเกิดปัญหาน้ำเน่าเสียในลำคลอง ซึ่งจากข้อมูลของกรมชลประทานปี 2550 พบว่า ในลำคลองสาขาที่มีการสำรวจ 19 สาย มีผักตบชวาจำนวน 76,540 ตัน 
 
เพื่อการแก้ไขปัญหาดังกล่าวทางโครงการฯ จึงได้จัดตั้งศูนย์กลางการเรียนรู้การจัดผักตบชวาขึ้น เพื่อใช้เป็นที่ประสานงาน แหล่งการเรียนรู้ ฝึกอบรมชุมชน และการศึกษาวิจัย ในการจัดการเพิ่มมูลค่าให้กับผักตบชวา โดยการผสมผสานเทคนิควิธีการจากแหล่งความรู้ต่าง ๆ และภูมิปัญญาของชุมชนมาประยุกต์ใช้ในการจัดการ เช่น การใช้ผักตบชวาสำหรับทำปุ๋ยอินทรีย์ การทำแปลงผักลอยน้ำ การทำแปลงทดสอบคุณภาพปุ๋ยอินทรีย์ผักตบชวา การทำหัตถกรรม การศึกษาวิจัยการคัดสายพันธุ์จุลินทรีย์สำหรับย่อยสลายผักตบชวา และเป็นศูนย์รับซื้อและจำหน่ายสินค้าผลิตภัณฑ์จากผักตบชวาของชุมชนจากพื้นที่ต่าง ๆ ในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง โดย มีจำนวน 10 กลุ่ม กระจายตามลำคลองในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังมีการดำเนินงานร่วมกับ อบต. ในการเอาผักตบชวาขึ้นเองจากลำคลองชลประทาน 
 
นายสมศักดิ์ บรมธนรัตน์ ผู้อำนวยการสถาบันทรัพยากรชายฝั่ง เปิดเผยว่าปุ๋ยจากผักตบชวาในตอนนี้ราคาดีขายได้กระสอบละ 50 บาท และแตกต่างจากปุ๋ยอินทรีย์ทั่ว ๆ ไป คือมีไนโตรเจนสูงกว่าปุ๋ยปกติ เนื่องจากผักตบชวามีธาตุอาหารในตัวเองอยู่แล้ว 
  
และการนำผักตบชวามาทำปุ๋ยอินทรีย์ และปรับปรุงพื้นที่ในน้ำด้วยการใช้ ผักตบชวามาทำเป็นแปลงปลูกผักลอยน้ำ สามารถปลูกผักนานาชนิดได้เป็นอย่างดี ให้ผลผลิตอย่างเต็มที่ ลดค่าใช้จ่ายทั้งปุ๋ยเคมีและน้ำ เนื่องจากรากของต้นพืชจะชอนไชลงไปหาน้ำได้สะดวก ขณะที่สามารถใช้ผักตบชวาที่ปรับปรุงเป็นแปลงกลางน้ำสำหรับการยึดเกาะ และเป็นแหล่งอาหารเพื่อการเจริญเติบโตแทนดินซึ่งคุณปิยะ วันเพ็ญ หัวหน้าศูนย์บริการ การมีส่วนร่วมชุมชนท้องถิ่นลุ่มน้ำปากพนัง สถาบันทรัพยากรชายฝั่ง มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ บอกว่าการทำแปลงผักลอยน้ำนั้นไม่ต้องลงทุนมากนัก ไม่เปลืองแรงงาน ไม่ต้องรดน้ำ ไม่ต้องใส่ปุ๋ย เนื่องจากมีอยู่แล้วตามธรรมชาติ และไม่ต้องฉีดยาฆ่าแมลงศัตรูพืช
 
สำหรับขั้นตอนในการทำแปลงนั้นเริ่มต้นด้วยการนำไม้ไผ่มากั้นเป็นบล็อกแล้วรวบรวมผักตบชวามาอัดแน่นเข้าด้วยกันขนาดกว่าประมาณ 2 เมตร ยาว 8 เมตร หนาประมาณ 20-30 เซนติเมตร ใช้เท้าเหยียบให้แน่น แล้วนำผักตบชวามาอัดเพิ่มแล้วเหยียบอีก ทำอย่างนี้ทุก ๆ ระยะ 20 เซนติเมตรจนได้ความหนาที่ 1 เมตร  จากนั้นใช้มีดสับผักตบชวาที่อยู่ตอนบนให้ละเอียดเพื่อสะดวกต่อการปลูกผัก ในการทำแปลง 1 แปลงจะใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมงใช้ผักตบชวาประมาณ 2,000 กิโลกรัม
 
ผักที่เหมาะสมต่อการปลูกกับแปลงผักตบชวาลอยน้ำจะมีหลายชนิดด้วยกัน อาทิ แตงกวา ผักกาด ผักคะน้า และผักบุ้งจีน ปลูกประมาณ 25-40 วันก็จะสามารถเก็บเกี่ยวได้ แปลงหนึ่ง ๆ จะสามารถขายได้ประมาณ 800 ถึง 1,000 บาทที่ราคาจำหน่ายกิโลกรัมละ20บาท สำหรับแตงกวาใช้เวลาปลูกประมาณ30วัน ให้ผลผลิตประมาณ 50 กิโลกรัมต่อแปลง ขายได้ประมาณ 1,000 บาท ต่อแปลงที่ราคาขายกิโลกรัมละ20บาท ใน 1 แปลงจะสามารถปลูกหมุนเวียนได้ประมาณ 3-4รุ่น และเมื่อหมดสภาพแล้วก็นำขึ้นฝั่งมาทำปุ๋ยอินทรีย์เพื่อใช้สำหรับใส่ในแปลงที่สร้างขึ้นมาใหม่ต่อไป 
 
จากผลสำเร็จในการศึกษาเรื่องนี้ยังผลให้ประชาชนในพื้นที่ที่เคยมีปัญหาเรื่องผักตบชวาในคลองชลประทาน ก็หมดความกังวล ตรงกันข้ามต่างก็ได้ใช้ผักตบชวามาผลิตเป็นปุ๋ยอินทรีย์ และจัดทำแปลงเพื่อเพาะปลูกพืชผักยังผลมาซึ่งรายได้อย่างทั่วถ้วนทีเดียว
 
เกษตรกรหรือหน่วยงานต่าง ๆ ที่สนใจในเรื่องนี้ต้องการนำผลการศึกษาที่ประสบความสำเร็จในเรื่องนี้ไปใช้ในพื้นที่ของตนที่ประสบกับปัญหาเรื่องผักตบชวา สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดนครศรีธรรมราช หรือที่ สำนักงาน กปร. ทำเนียบรัฐบาล.

‘ไทย บางจาก’