นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

Ico24 เว็บข้อมูล TQF

Ico48
ความเห็น [IP: 58.9.15.153]
04 ตุลาคม 2552 10:35
#49000

อ่านประเด็นความหนักใจของอาจารย์วิบุลอยู่ที่ต้องเสียเวลากับการเตรียมเอกสารหลักฐานให้เข้าตามเกณฑ์ TQF ถึง 80%

เรื่องนี้น่าวิตกและเสียหายจริงๆ สาเหตุเป็นเพราะการปฏิรูปการศึกษาของไทยเป็นของใหม่ หลายหน่วยงานใช้วิธีลองผิดลองถูก ไม่ใช้วิธี Benchmarking Best Practice เช่น การเดินตามแนวทาง Baldrige Criteria  ความรับผิดชอบในการทำเอกสารหลักฐานให้เข้าตามเกณฑ์บอลริจเป็นความรับผิดชอบของสำนักงาน QA โดยตรง

การประเมินคุณภาพตามมาตรฐาน Baldrige Criteria ประเมินที่องค์กรหรือประเมินที่ผู้บริหารสูงสุด(Top Management) ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษา เช่น อธิการบดีของมหาวิทยาลัย หรือประเมินคณบดีในฐานะผู้บริหารสูงสุดของคณะ..มิใช่ลองผิดลองถูกไปประเมินสะเปะสะปะที่อาจารย์ผู้สอนให้เสียเวลาและทำลายคุณภาพการศึกษาโดยไม่รู้ตัว

การประเมินตามมาตรฐานบอลริจไม่เสียเวลามากเพราะมหาวิทยาลัยหรือคณะต่างๆมี"คู่มือ"ในการบริหารไว้ครบถ้วนแล้ว...Examiner ไปตรวจที่คู่มือว่ามีการปฏิบัติตามโดยถูกต้องหรือไม่เท่านั้น...ถ้าอยากจะให้คะแนนก็ง่าย เช่น ใช้ Likert Scale เป็นต้น

"ระบบ"การประกันคุณภาพภายใน และ "ระบบ"การประกันคุณภาพภายนอก ก็ตรวจที่ระบบเอกสารแสดงวิธีปฏิบัติในรูประเบียบ(Work Instruction) หรือคู้มือ(Manual)เช่นเดียวกัน

การตรวจประเมินก็เหมือนกันโดยตรวจที่ระบบทั้งสองดังกล่าวว่ามีความชัดเจน ถูกต้อง สมบูรณ์หรือไม่ มีการปรับปรุงแก้ไขหรือไม่ มีการอ้างอิงอะไรบ้าง ฯลฯ ผู้บริหารมีการปฏิบัติตามดีแค่ไหน(ดู Process Audit Checklist ของ John L.Hradesky,1988)

การที่ สกอ.ดำริจะใช้มาตรฐานบอลริจมาเป็นมาตรฐานการประกันคุณภาพการศึกษานั้นถูกต้อง..นอกจากขจัดการลองผิดลองถูกแล้ว ยังยับยั้งความเสียหายที่ให้อาจารย์ต้องมาเตรียมเอกสารตามเกณฑ์ทั้งๆที่เป็นความรับผิดชอบของสำนักงาน QA

 

เนื้อหาเต็ม: เว็บข้อมูล TQF