นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

Ico24 เว็บข้อมูล TQF

Ico48
Ex.Links [IP: 58.9.22.142]
17 ตุลาคม 2552 17:50
#49497

 วันนี้วันหยุด ขอเขียนยาวสักหน่อย

ผลงาน TQF ชี้ให้เห็นว่า คณะกรรมการการอุดมศึกษาสับสนเรื่องปฏิรูปการศึกษาตาม พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และฉบับแก้ไข พ.ศ.2545 ที่กำหนดให้มี"ระบบ"การประกันคุณภาพการศึกษาเพื่อพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาทุกระดับ สาเหตุความสับสนน่าจะเป็นเพราะคณะกรรมการการอุดมศึกษาทุกท่านเชี่ยวชาญการบริหารสมัยเก่าที่มิใช่ Quality Management ที่มี"ระบบ"เป็นหัวใจของการบริหารตาม พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติดังกล่าว

1. ระบบการประกันคุณภาพตามมาตรฐานสากล: คือ Quality system ที่สามารถออกแบบระบบ(System design)ออกมาในรูป Work Instruction, SOP: Standard Operating Procedures, หรือ Manual.

2. ระบบต้องมีการบริหาร(Deming):เรียกว่าการบริหารระบบ Quality Management System. ผู้บริหารระบบคือ Leadership หรือ ผู้บริหารสถานศึกษา เช่น ผอ.โรงเรียน, อธิการบดี, คณบดี...มิใช่ครู/อาจารย์ ผู้สอนนักเรียนนักศึกษา

3. การบริหารระบบมีจุดหมายเพื่อให้การศึกษามีคุณภาพโดยการปรับปรุงระบบ Process Improvement: ซึ่งทำได้ง่ายเพราะมีมาตรฐานที่ใช้เป็นเครื่องมือปรับปรุงมากมายกว่า 10 เครื่องมือ ดู Process Improvement(wikipedia).

มาตรฐานหรือเครื่องมือที่ดีเยี่ยมในการปรับปรุงคุณภาพการศึกษาที่ทั่วโลกรับรองและสหรัฐใช้กับสถานศึกษาทุกมลรัฐคือมาตรฐานบอลริจ Baldrige Criteria เรียกว่า Education Criteria for Performance Excellence.

ความสับสนเรื่อง"ระบบ"ตามพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ

1. TQF. มีกรอบมาตรฐานคุณวุฒิ 6 ระดับ แต่ คณะกรรมการการอุดมศึกษาไม่ได้กำหนดมาตรฐาน(Qualification standard)แม้แต่ระดับเดียว..กรอบมาตรฐานคุณวุฒิของประเทศอังกฤษ(NQF:National Qualifications Framework)ต้องมีหน้าที่ลักษณะงานแต่ละตำแหน่งประกอบด้วยเรียกว่า National Occupation Standards ซึ่งทำมาตรฐานดังกล่าวไม่ง่ายนัก จึงไม่ปรากฏใน TQF. ของคณะกรรมการการอุดมศึกษา ทำให้ TQF.ไม่ครบองค์ประกอบ

อีกทั้งมาตรฐานการเรียนรู้แต่ละด้านของ TQF.จำเป็นที่คณะกรรมการการอุดมศึกษาต้องรับผิดชอบในการออกแบบทำเป็น"ระบบ"ที่แสดงเป้าหมายและความชัดเจนทุกด้าน เช่น 1.คุณธรรม จริยธรรม..2. ความรู้..3.ทักษะทางปัญญา.. 4.ทักษะความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลและความรับผิดชอบที่ต้องพัฒนา...การโยนความรับผิดชอบในการออกแบบให้ครู/อาจารย์ หรือแม้กระทั่งผู้บริหารสถานศึกษาทำมิได้...เพราะระบบดังกล่าวต้องเป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ

2. TQF หรือ กรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแห่งชาติ ไม่สามารถใช้เป็นหลักประกันคุณภาพการศึกษาเพื่อพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาได้..เพราะขาด"ระบบ"(Quality system) รองรับ

3. ผู้ที่ผลักดันให้การบริหาร TQF ประสบความสำเร็จคือ Leadership หรือผู้บริหารสถานศึกษา แต่ TQF มิได้ระบุบทบาทของผู้บริหารสถานศึกษาไว้แต่ประการใด

4. การประเมินคุณภาพของ TQF ต้องประเมินที่ Leadership หรือ ผู้บริหารสถานศึกษา เช่น อธิการบดี...ในทางปฏิบัติ ท่านอธิการบดีจะเชิญให้ไปดู"คู่มือคุณภาพ"ซึ่งมี TQF เป็นบทหนึ่งในคู่มือดังกล่าว ที่สำนักงาน QA.

5. การที่ TQF มอบหมายให้ครู/อาจารย์แสดงหลักฐานการเตรียมการสอนชี้ให้เห็นการล้วงลูกลึกที่ข้ามหน้าผู้บริหารสถานศึกษาในเรื่องที่มิใช่หัวข้อสำคัญของระบบการประกันคุณภาพการศึกษา เช่น TQF.ทั้งฉบับ ตามประกาศของคณะกรรมการการอุดมศึกษาเป็นเพียงส่วนย่อยในหัวข้อ Workforce Focus ซึ่งเป็นหัวข้อสำคัญ 1 ใน 7 ของมาตรฐานบอลริจ ในทางปฏิบัติ นักออกแบบระบบ(System designer)จะตัดข้อความฟุ่มเฟือยทั้งหลายออกไป  TQFอาจเหลือข้อความไม่เกิน 4-5 หน้าเท่านั้นที่เป็นกรอบมาตรฐานคุณวุฒิจริงๆ เพราะการศึกษาของชาติมีเรื่องสำคัญกว่า TQF มากมาย...สำหรับคู่มือประกอบ TQF คือ National Occupational Standards จะแยกอยู่เล่มต่างหาก

ทางแก้ปัญหา

การแก้ปัญหาเพื่อพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาทุกระดับทำได้โดยให้มี"ระบบ"การประกันคุณภาพการศึกษาและให้มี Leadership หรือ ผู้บริหารสถานศึกษาเป็นผู้บริหารระบบดังกล่าวข้างต้น 

ระบบและมาตรฐานที่เป็นหลักประกันความสำเร็จในการปฏิรูปการศึกษาทุกระดับ คือ Baldrige Criteria ซึ่งนอกช่วยระงับการลองผิดลองถูกเรื่องปฏิรูปการศึกษาของหน่วยงานต่างๆใน ศธ.ที่มุ่งทำเรื่องจุกจิกปลีกย่อยเช่น TQF.แล้ว..ยังเป็นหลักประกันที่ช่วยให้ไม่ต้องเสียเวลา/เสียงบประมาณในการปฏิรูปการศึกษารอบ 3 หรือปฏิรูปการศึกษาทศวรรษที่ 3 พ.ศ. 2562 ได้แน่นอน 

 

 

เนื้อหาเต็ม: เว็บข้อมูล TQF