นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

Ico24 PMQA จาก MBNQA

Ico48

ขอบคุณ อ.Rotchanatch Darnsawasdi ที่มาตั้งประเด็น

เท่าที่พยายามศึกษาระบบ NBMQA เป็นระบบที่พัฒนามามาก ที่ต้องเรียนรู้ให้แตกฉาน จึงสามารถจัดระบบได้ ที่สำคัญบริบทในอเมริกาโดยเฉพาะมหาวิทยาลัยของรัฐต่างจากของไทยอย่างสิ้นเชิง ในอเมริกา ฝ่ายบริหารมีบทบาทสำคัญมากในการวางระบบเพราะอาจารย์/บุคลากรมีสัญญาจ้างแต่ละคนที่ใช้ประเมินเฉพาะคน แต่การวางงานอยู่ที่ระบบริหาร แต่ระบบของไทยความพร้อม ความเป็นอิสระของการบริหารเกือบไม่มี แม้แต่เทียบกับ ปตท. หรือโรงพยาบาล ม.อ.

สิ่งที่อยากเห็น คือต้องใช้ให้สอดคล้องกับบริบทของงาน ด้วยการต้องเข้าใจตัวระบบจริง ๆ จึงสามารถปรับให้เข้ากับบริบทได้ หากเพียงทำตามระบบ NBMQA คงเหนื่อยเพราะมีส่วนเกินมาก และมากยิ่งขึ้นถ้าต้องวิ่งตามตลอด แต่ก็ต้องติดตามมาปรับให้องค์กรดีขึ้น ไม่ใช่ระบบดีขึ้น ส่วนนี้สำคัญมาก ๆ

ตามระบบมีหลายส่วนที่เป็นวัฒนธรรมการทำงาน หรือที่เรียกว่าวัฒนธรรมองค์กร ที่ต้องแยกออกจากกลยุทธ์ ซึ่งในอเมริกาจะมีวัฒนธรรมฝังในองค์กรแล้ว จึงเหลือกลยุทธ์ให้ขับเคลื่อน แต่หากเดินตามระบบ NBMQA ก็คงเหนื่อยมาก ๆ ที่จะต้องขับทั้งสองด้าน

จะอธิบายก็อีกยาว เอาเป็นว่าต้องเรียนรู้ระบบให้เข้าใจ แล้วปรับใช้ให้สามารถขับเคลื่อนประสิทธิภาพประสิทธิผลด้านผลผลิตและตัวองค์กร ต้องไม่หลงไปวิ่งตามระบบ เหมือนคุณภาพการศึกษาไทย ที่ประเมินระบบดี และทุ่มเทที่ระบบจนคุณภาพล้มเหลวอย่างที่เป็น ต้องทำให้สาระเรามีคุณค่าที่แท้จริง อย่างทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียง ที่มีคุณค่าในตัวเองจนทุกคนหันมาใช้แทนทุนนิยม

ดังนั้น การใช้ที่ดีดังพระราชดำรัสของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว คือ เข้าใจ เข้าถึง จึงพัฒนา

วิ่งตามคนอื่นเหนื่อย และไม่ได้ผล กินอาหารฝรั่ง หรือจะสู้กินอาหารไทย ไทยต้องเป็นไทย ฝรั่งก็ต้องเป็นฝรั่ง จึงต้องสร้างระบบให้สอดคล้องกับเรา ไม่ต้องวิ่งตามใคร นั่นคือสิ่งที่ต้องทำ และมุ่งคุณภาพการศึกษาจริง ๆ  

เนื้อหาเต็ม: PMQA จาก MBNQA